โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* ใครติดตามเรื่องเขียน..ที่ผมนำลงในบล็อกนี้ซึ่งผ่านมาได้ไม่นานนัก..เป็นเรื่องที่ พ่อ แม่ ลูก.ของแผ่นดิน.สามพระองค์.ได้เสด็จฯไปเยี่ยมราษฎรที่บ้านทุ่งมะขามหย่อง..จบลงในตอนแรกแล้ว. ต่อมาในเวลาที่ไม่ห่างกันมากนัก  เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ ก.ค. ๒๕๕๕ ที่เพิ่งจะผ่านมานี่เอง..เรื่องเช่นนี้ได้เกิดขึ้นอีกครั้งที่บ้านเกาะเกร็ด ผมจึงอยากนำมาลงในบล็อกเพื่อให้ท่านที่มิได้ติดตามการเสด็จฯในครั้งนี้..อย่างใกล้ชิด.ได้มีโอ กาสตามอ่านและชมภาพที่ประทับใจกันอีกครั้ง.

 

 

พ่อ แม่ ลูก - ๒.

 

 

ความจริงผมตั้งใจจะนำเรื่องนี้ลงในบล็อก  หลังจากที่สื่อหลายแขนงได้นำลงไปก่อนแล้ว ผมเขียนรวมไว้ เมื่อหลายวันก่อนและตั้งใจจะทิ้งช่วงให้ห่างกันสักหน่อย  จึงจะนำลงในบล็อกของโกทูโนว์  พอทราบข่าว ล่าสุด.ว่าพระองค์จะเสด็จฯไปเยี่ยมพสกนิกรที่ราชบุรีในเร็วๆนี้..ผมจึงขอนำเรื่องนี้ลงตามหลังสื่ออื่นๆเพราะคิดว่าหากมีใครที่ยุ่งจนตกข่าว ก็จะสามารถตามเรื่องนี้ได้อย่างใกล้ชิด และเป็นการทิ้งช่วงกับเรื่องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับชาวราชบุรีโดยพร้อมหน้าพร้อมตา..ดังนั้นผมจึงขอนำเรื่องของชาวเกาะเกร็ดมาเสนอให้ท่าน ที่ตกสำรวจ.ได้ตามทันกับท่านอื่นๆบ้าง..คงไม่ว่ากันน๊ะครับ..

 

พ่อ แม่ ลูกของปวงชนชาวไทย. - ประทับบนเรือพระที่นั่ง อังสนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทางชล มารคด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา ทรงทำพิธีเปิดโครงการชลประทานแห่ง ในโครงการพระราชดำริ ท่ามกลางพสกนิกรรอเฝ้ารับเสด็จฯเต็ม ๒ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ดังกึกก้อง.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคด้วยเรือพระที่นั่ง ซึ่งทางกองทัพเรือได้จัดถวายให้.เรือลำนี้เป็นเรือพระที่นั่งขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า “ อังสนา”  

 

ขณะประทับบนเรือพระที่นั่ง.  - ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา.  ๗ ก.ค. ๕๕

ทั้งสามพระองค์..ได้เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช  ไปตามลำน้ำเจ้าพระยา.ท่ามกลางพสกนิกรที่มารอเฝ้าฯรับเสด็จ  เต็มตลอด ๒ ฝั่ง. เมื่อเรือพระที่นั่งทรงผ่านไป ประชาชนทั้งสองฝั่งลำน้ำเจ้าพระยาพร้อมใจกันเปล่งเสียงดังกึกก้องว่า..ทรงพระเจริญ..ทรงพระเจริญ. โดยทั้งสามพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำพิธีเปิด..โครงการชลประทาน ๕ แห่ง ที่กรมชลประทาน สร้างในโครงการพระราชดำริ  สำหรับ ๕ โครงการชลประทาน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ..และเสด็จเยี่ยมพสกนิกรที่บ้านเกาะเกร็ด. สำหรับโครงการที่พระองค์จะไปทำพิธีเปิดมีดังนี้..

พิธีเปิดโครงการที่เรียบง่ายด้วยการวางพระหัตถ์ลงบนแผ่นกระจก.

คือ.. ๑.โครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ - จังหวัดกาฬสินธุ์.๒.โครงการประตูระบายน้ำธรณีศนฤมิต - จังหวัดนครพนม.๓.โครงการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ -จังหวัดนครศรีธรรมราช.๔.เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน - จังหวัดพิษณุโลก.๕.โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล -จังหวัดนครนายก.ปัจจุบันนี้ความเจริญต่างๆทางวิทยาศาตร์เข้าถึงทำให้พิธีเปิดโครงการทั้ง ๕นั้นทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากเพียงแต่พระองค์นำพระหัตถ์วางลงบนแผ่นกระจกเท่านั้น !ก็เป็นอันจบพิธีการเปิดโครงการอย่างเรียบง่าย..ประชาชนทุกจังหวัดที่อยู่ในโครงการ..ต่างก็ประทับใจกับผลงานของพระองค์ท่าน. 

 

แผนที่เส้นทางในการเสด็จฯพระราชดำเนิน.

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเส้นทางเสด็จพอได้ทราบข่าว..ต่างก็ดีใจและได้เตรียมการทำความสะอาดบ้านเรือน  พร้อมทั้งประดับธงทิวไว้ที่บริเวณบ้านและตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา..ทั้งนี้บรรยากาศในพื้นที่ จ.นนทบุรี ทั้ง ๒ ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะชุมชนเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทย เชื้อสายมอญ และจะเป็นเส้นทางเสด็จฯพระราชดำเนินผ่านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ก่อนที่จะทรงเปิดโครงการที่จัดสร้าง ตามพระราชดำริทั้ง ๕ โครงการ.

 

เรืออังสนา ราชพาหนะที่พระองค์เสด็จฯในครั้งนี้.

ระยะทางเสด็จทั้งสิ้นโดยเริ่มจากร.พ.ศิริราช..ไปตามลำน้ำเจ้าพระยาแล้ววกกลับมา..รวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๕ ก.ม. แม้พระองค์จะแวะมาประทับที่บ้านเกาะเกร็ดก่อนเสด็จกลับ.  โดยประชาชน ต่างประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ไว้เพื่อเตรียมเฝ้าฯรับเสด็จด้วยความจงรักภักดี จนเต็มพื้นที่แล้ว ซึ่งชาวไทยเชื้อสายมอญที่อยู่ในชุมชนแห่งนี้หลายคน รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ชมพระบารมีของพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด เกาะเกร็ด. เป็นสถานที่ขึ้นชื่อของชุมชนกลุ่มชาวมอญ และมีเครื่องปั้นดินเผาชั้นดี เป็นสินค้าประจำของเกาะเกร็ด โดยมี พระเจดีย์มุเตา.ของวัดปรมัยยิกาวาส. เป็นสัญลักษณ์ประจำฝั่งท่าน้ำ..

 

เกาะเกร็ดในปัจจุบัน.  - ภาพในช่วงเสด็จทางชลมารค.๗ ก.ค.๒๕๕๕

เกาะเกร็ดเป็นเกาะกลางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนล่าง และมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในท้องที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ ๔.๑๒ ตารางกิโลเมตรหรือ ๒,๔๘๙ ไร่..เป็นที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายมอญ  ที่มีอาชีพปั้นเครื่องปั้นดินเผาเป็นส่วนใหญ่.

เขตการปกครอง

ตำบลเกาะเกร็ดมีเขตการปกครองทั้งหมด ๗ หมู่บ้าน ได้แก่  :หมู่ที่  ๑ บ้านบนบ้านล่างหรือบ้านมอญ. , หมู่ที่  ๒ บ้านคลองศาลากุล ,หมู่ที่ ๓ บ้านศาลากุล ,หมู่ที่ ๔ บ้านคลองสระน้ำอ้อย , หมู่ที่ ๕ บ้านท่าน้ำ ,หมู่ที่ ๖ บ้านวัดเสาธงทอง และหมู่ที่ ๗ บ้านโอ่งอ่าง.

พ่อ แม่ ลูก ของปวงชนชาวไทย.  -  บนเรือ"อังสนา".

เกาะเกร็ด.เกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา..เมื่อปี พ.ศ.๒๒๖๕ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ..คลองลัดดังกล่าวเรียกว่า “คลองลัดเกร็ดน้อย”หรือ คลองเตร็ดน้อย. ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียมตอนหนึ่งว่า “ในปีขาล จัตวาศก ทรงพระกรุณาโปรดให้พระธนบุรีเป็นแม่กอง เกณฑ์พลนิกายคนหัวเมืองปากใต้ให้ได้คน ๑๐,๐๐๐ เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อย ลัดคุ้ง..บางบัวทองนั้นคดอ้อมนัก ขุดลัดตัดให้ตรง พระธนบุรีรับสั่งแล้วถวายบังคมลามา ให้เกณฑ์พลนิกายในบรรดาหัวเมืองปากใต้ได้คน ๑๐,๐๐๐ เศษ ให้ขุดคลองเตร็ดน้อยนั้นลึก ๖ ศอก กว้าง ๓ วา ยาวทางไกลได้ ๒๙ เส้นเศษ ขุดเดือนเศษจึ่งแล้ว

 

ทรงพระเจริญ  - เห็นแล้วไม่ต้องบรรยายใดใด.

ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศ..เนื่องจากไหลทางตรงได้สะดวกกว่าและกัดเซาะตลิ่งทำให้คลองสายนี้ขยายเป็นแม่น้ำลัดเกร็ด. แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระบุในโฉนดชื่อว่า เกาะศาลากุล ตามชื่อวัดศาลากุล. ที่สร้างโดยเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ กุล. ตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาเมื่อตั้งอำเภอปากเกร็ด จึงเรียกเป็น เกาะเกร็ดจนกระทั่งผ่านไปกระแสน้ำได้ค่อย ๆ เซาะฝั่งคลองน้อยให้ใหญ่ขึ้น จนส่วนที่เป็นแหลมถูกตัดขาดจากแผ่นดิน  และกลายเป็นเกาะกลางแม่น้ำในที่สุด..นอกจากคนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังมีพสกนิกรอีกหลายหมู่เหล่า..หลายคน..