เยียวยากันและกัน...
เพื่อนำไปสู่การบ่มเพาะความกรุณยจิตใน...ชีวิต
...
เป็นความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นในเช้านี้
เราไม่อาจทราบได้ว่า ณ วินาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา อาจเป็นเรื่องที่แสนสาหัสหรืออาจเป็นความเบิกบานใจ ...
ข้าพเจ้ามองออกไปนอกหน้าต่างห้องพัก สภาพท้องฟ้ามัวซัว ...หากว่าใจเราตื่นรู้เราจะไม่สามารถผันเปลี่ยนอารมณ์ไปตามอากาศนั้นได้ ...
หากว่าเรายังดำรงอยู่ด้วยความตื่นรู้...จิตนี้ก็ยังเบิกบาน
ไม่ว่าจะมีสิ่งใดใดเข้ามากระทบ เข้ามากระแทก หรือเพียงโชยมาสัมผัสอย่างเบาเบาก็ตาม
เช้านี้...
ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ใคร่ครวญในตนเองในวันที่ผ่านมา และการสำรวจเข้าไปในใจ คล้ายการคอยสแกนหาโอกาสที่จะพัฒนาในตนเองว่ายังมีสภาวะแห่งจิตเช่นไร ที่เรายังมองว่าเป็นจุดอ่อน และจุดอ่อนนั้นนำมาสู่การเรียนรู้เป็นพลังได้อย่างไร
แล้วก็ทำให้ไปนึกถึงกัลยาณมิตรที่เจอกันเมื่อวานสองท่านที่ได้เจอ
ต่างเข้ามาหากันด้วยจิตที่มุ่งมั่น
เภสัชหนึ่งและพี่อัมพร...สามงามจากแพร่...
ที่มาพร้อมกับมิตรภาพและความงดงามทางจิตใจ
เมื่อวาน (๑๐ กค ๕๕) พี่อัมพรหรืออนุญาตให้เรียกได้ว่า "พี่พร"... นำปัจจัยมาช่วยเหลือเกื้อกูล... ต้นกล้าแห่งอนาคต

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากเหล่ากัลยาณมิตร...มากมายในการทำงานบ่มเพาะ ต้นกล้าแห่งอนาคต
รวมถึงเภสัชหนึ่งด้วยเช่นกัน (น้ำ"ใจ"งาม...เภสัช'หนึ่ง)
การได้เจอกัน...
สำหรับข้าพเจ้ามองว่านี่คือการบ่มเพาะ เพราะการได้แบ่งปันพลังแห่งความดีความงามที่มีอยู่ในจิตใจ เป็นการใช้หัวใจด้วยปัญญา ...
ดังนั้นไม่ว่าจะกี่ครั้งหรือกี่ครั้ง...ของกาลเวลาที่ผ่านไป
มีอะไรมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต
ความเป็นมิตรภาพที่งดงาม จะคอยประคองกันและกันไว้
และทำให้เราสามารถที่ก้าวย่างไปบนเส้นทางแห่งชีวิตด้วยความมั่นคงและการดำรงอยู่ ด้วยความตื่นรู้และเบิกบาน
จึงเป็นเรื่องที่ดีและงดงามเสมอ
หากว่าในชีวิตที่เรากำลังก้าวย่างอยู่นี้ได้เจอกัลยาณมิตร ที่เกื้อกูลกันอยู่เสมอ เหมือนเป็น "ดั่งกันและกัน"
...
๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕






“...สำรวจเข้าไปในใจ คล้ายการคอยสแกนหาโอกาสที่จะพัฒนาในตนเองว่ายังมีสภาวะแห่งจิตเช่นไร ที่เรายังมองว่าเป็นจุดอ่อน และจุดอ่อนนั้นนำมาสู่การเรียนรู้เป็นพลังได้อย่างไร”
เรียน อาจารย์กะปุ๋มด้วยความเคารพ
... ติดตามบันทึก ด้วยหัวจิตหัวใจ ที่พลอย “ฮึกเหิม” ไปด้วยค่ะ
แม้จะเข้าใจกระบวนการได้น้อยแสนน้อย
แต่ทุกครั้งที่ติดตาม มีความรู้สึกชัดเจนว่า ได้เติมเต็มในส่วนพร่องของตนเอง
ทั้งในส่วนของพลังจิตพลังใจ อันเป็นพลังศรัทธา
และในส่วนของบทภาวนา เพื่อการบ่มเพาะปัญญา...แม้นิดแม้น้อย
ยังจำคำครู...ของครูได้ (แต่จำชื่อเสียงเรียงนามท่านไม่ได้)
“...ความรู้ มิใช่ห่วงยาง... ที่พอโยนขึ้นไปแล้ว ทุกคนจะรับได้”
... นำมาไตร่ตรอง มิใช่เพื่อให้กำลังใจถดถอย
แต่ตรองเพื่อให้ใจสงบ มั่นคง รู้จริงตามเป็นจริง
เพื่อการเริ่มต้นบ่มเพาะจาก “ทุนภายใน” ของเราเอง
... แม้จำกัดเพียงใด แต่... จิตที่ตั้งไว้ดี... ย่อมนำพาไปดี แม้ลมขาดสะบั้น...
เสียดายก็แต่ว่า... ตัวช่วยอันคือเครื่องบันทึกเสียงประจำตัว ใช้การไม่ได้เสียแล้ว
ไม่เช่นนั้น คงได้อ่านบันทึกท่านกะปุ๋ม เป็น “บทภาวนา” ประจำตัว
จัดป้อนข้อมูล ลงในหน่วยเก็บความจำ...มีชีวิต
เพื่อว่า... อาจมีบางจังหวะ ที่จิตสามารถสังเคราะห์กรรม...
...ในปัจจุบันขณะได้ ไม่มากก็น้อย
ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญเป็นอย่างสูง
ต่อ “รอยทาง” ที่ท่านกะปุ๋มได้ถากถาง ให้ผู้อยู่หลังได้ติดตาม...อย่างเบิกบานต่อไป
ในทุกๆแง่มุมของโลก...และชีวิตค่ะ สาธุๆๆ
(พิมพ์ข้อความยาวเฟื้อย คลิกจัดเก็บ หายวับ ...หมดอายุ!
ไม่ท้อ...ไม่ถอย พิมพ์ใหม่ทันที ไม่สำเร็จก็ไม่หวั่น ครานี้รอบคอบ เซฟไว้แล้ว อิอิ สาธุค่ะ)
สาธุ...อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
ซึ้งอีกแล้วY_Y
คิดถึงค่ะ