ขอบคุณกรณีศึกษาที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับดร.ป๊อป ถึงเรื่อง "กิจกรรมบำบัดกับสภาวะการกลืนลำบากหลังชัก" และขอบคุณ G2K ที่เป็นสื่อกลางให้กรณีศึกษามาที่คลินิกกิจกรรมบำบัดมหิดล

Date: Sat, 9 Jun 2012 01:39:24 +0000
> From: support (at) gotoknow.org
> To: otpop (at) windowslive.com
> Subject: [gotoknow.org] You've received a contact mail (09 Jun 2012 08:38).
> จาก: XXXX <aaaxxx (at) windowslive.com>
> หัวข้อ: ปรึกษาการบำบัด และการพบอาจารย์ป็อปที่คลีนิก
> ---------------------------------------
> คือทางผม เคยมีอาการชัก แล้วกัดลิ้นตนเอง (เนื่องจากเชื้อราในสมอง) ต่อมา
อาการดีขึ้น แต่การพูด การกลืนอาหาร การรับประทานอาหาร ค่อนข้างช้า ได้สอบถามทางแพทย์แล้วว่าต้องมีการฝึกเหมือนกับเด็กที่เพิ่งเริ่มพูดใหม่ คือให้ฝึกออก
เสียงเพื่อให้การพูดมีความชัดเจนขึ้น แต่จากอาการที่เป็นอยู่เหมือนอาการที่คุณหมอป็อปบอกคือมีอาการกลืนลำบากเวลาที่ก้มหน้ามองที่ท้อง หรือหัวเข่า มีการกลืนน้ำลายช้า และอาการอีกอย่างคือ มีการออกเสียงเหมือนออกเสียงไม่เต็มคำ
เหมือนลิ้นไม่ขยับ ต้องสามารถบำบัดด้วยวิธีใดบ้าง แล้วสามารถไปพบคุณหมอได้
ที่คลีนิกไหน อยากจะบำบัดให้หาย เพราะมีปัญหาอย่างมากในการติดต่อสื่อสาร
และการทำงาน ขอขอบพระคุณอย่างสูง ถ้าตอบเมล์ฉบับนี้

From: otpop (at) windowslive.com
To: XXXX <aaaxxx (at) windowslive.com>Subject: RE: [gotoknow.org] You've received a contact mail (09 Jun 2012 08:38).
Date: Sat, 9 Jun 2012 10:28:53 +0700
เรียนคุณ XXXX 
 
จากข้อมูลที่เล่ามา ต้องประเมินดูว่าการกลืนระยะใดที่บกพร่อง เช่น การกลืนระดับช่องปาก การกลืนระดับหลอดอาหาร และการกลืนระดับคอหอย ซึ่งจะบำบัดฟื้นฟูแตกต่างกัน อีกทั้งต้องมีการประเมินระดับความคิดความเข้าใจของสมองที่มีผลต่อการสื่อสาร ที่อาจต้องบำบัดฟื้นฟูแตกต่างจากการกลืนลำบาก
 
คงต้องนัดหมายมาประเมินและลองออกแบบโปรแกรมการบำบัดฟื้นฟูดู ณ คลินิกกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ศาลายา จ.นครปฐม นัดหมายอีกครั้งที่อีเมล์ ดร.ป๊อป

วันที่ 10 ก.ค. 55 เวลา 9.00-10.00 น. ณ คลินิกกิจกรรมบำบัด ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล

เมื่อดร.ป๊อป ได้ตรวจประเมินด้วย Water Test, ใช้เครื่องช่วยฟัง, และการใช้มือคลำกล้ามเนื้อขณะทดสอบด้วยอาหาร สรุปว่า คุณ XXXX มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อการกลืนระดับหลอดอาหารและคอหอย กลไกป้องกันการสำลักทำง่ายได้ช้า (กดโคนลิ้นนาน 3 วินาที) มีอาการอ่อนแรงของลิ้นขณะเปล่งเสียง (เป็นเสียงเปียกและมีสำลักเงียบจากน้ำลายบางส่วนลงหลอดลม) ตั้งใจไอได้ไม่แรงนัก เคี้ยวอาหารได้ช้าและมีอาหารค้างที่กระพุ้งกล้ามทั้งสองข้าง และกลืนได้ช้า 1 ครั้งหลังจากกลืนอาหารไปแล้วประมาณ 30 วินาที เมื่อฟังเสียงการกลืนในท่าก้มคอลงและได้ยินเสียงกลืนข้างซ้ายดีกว่าข้างขวา (วิเคราห์ว่ามีข้างขวา มีการไหลของน้ำลายกระเด็นลงหลอดลม เพราะมีอาการไอและเสียงเปียกตามมา) 

กิจกรรมบำบัดข้อที่ 1: ฝึกก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน ใช้อาหารที่เคี้ยวง่าย เริ่มจากจิบน้ำด้วยหลอด 1 คำ ใช้นิ้วโป้งและชี้ข้างขวาดึงกล้ามเนื้อใต้คางด้านในสุดออกมาด้านนอกสุด 3 รอบ ก้มคอกลืนน้ำและน้ำลาย ใช้นิ้วบดอาหารชิ้นพอคำ (พร้อมหลับตา) มาเคี้ยวตรงกรามข้างขวา (ข้างถนัด) รวม 10 ที สลับไปข้างซ้ายอีก 10 ที ใช้ลิ้นดันอาหารมากระพุ้งแก้มข้างขวา 5 ที และข้างซ้าย 5 ที แล้วก้มคอกลืนลงไป ตามด้วยการจิบน้ำด้วยหลอด 1 คำ ทำแบบนี้คิดเป็น 1 รอบ ทำ 5 รอบ แล้วทานอาหารช้าๆ ตามปกติ

กิจกรรมบำบัดข้อที่ 2: ฝึกหลังอาหารเช้า กลางวัน และเย็น ไปแล้ว 1 ชม. เริ่มจากอมน้ำแข็งจากปลายลิ้นไปที่โคนลิ้น อมไปมา นับในใจ 1-2-3-4-5-6-7-8-9-10 แล้วบ้วนทิ้งลงแก้ว จากนั้นก้มคอกลืน แล้วไอแรงๆ 3 ครั้ง ตามด้วยการยืนขึ้น หายใจเข้า กางมือสองข้างชูขึ้นเหนือศรีษะ ค้างไว้ นับในใจ 1-2-3-4-5 แล้วเป่าปากหายใจออก (รอบ 1) ทำรอบ 2 แต่ออกเสียง "อา" ทำรอบ 3 แต่ออกเสียง "อู" ทำรอบ 4 แต่ออกเสียง "อี" และทำรอบ 5 แต่ออกเสียง "อา อู อี"

กิจกรรมบำบัดข้อที่ 3: ฝึกก่อนนอน เริ่มจากแลบลิ้น ส่งเสียง "อา" แล้วแลบลิ้น ส่งเสียง "อู" แล้วแลบลิ้น ส่งเสียง "อี" ทำ 1-3 รอบ

จากการทดสอบหลังทำกิจกรรมบำบัดข้อที่ 1 กรณีศึกษากลืนน้ำลายได้ลงหลอดอาหารเสียงดัง 2 ใน 3 รอบการกินอาหาร และกลืนน้ำลายและน้ำได้ทันทีที่กลืนอาหารนานจาก 30 วินาที เหลือ 5 วินาที และไอแรงขึ้นในรอบที่ 3 ไม่มีเสียงเปียกจากสำลักเงียบเกิดขึ้นใดๆ