ขอบคุณ G2K ที่ยกประเด็นการศึกษาไทยในปี 2020 มาให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างน่าสนใจ

อดีต: ดร.ป๊อป เกิดแรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการศึกษากิจกรรมบำบัด และใช้เวลากว่า 7 ปี ในการผลิตหลักสูตรกิจกรรมบำบัดมหิดล

ปัจจุบัน: ดร.ป๊อป เป็นประธานหลักสูตรกิจกรรมบำบัดมหิดล มีบัณฑิตจบรุ่นแรกปีนี้รวม 35 คน แต่หลักสูตรล่าสุดของปี 1 ต้องมีการปรับเพิ่มรายวิชามากมายตามเกณฑ์รับรองสถาบันของคณะกรรมการวิชาชีพกิจกรรมบำบัด และกระบวนการเรียนรู้แบบมีชีวิตชีวาได้ผลกับนักศึกษากิจกรรมบำบัดส่วนน้อย

อนาคต: การบูรณาการฐานคิด ฐานใจ ฐานกาย กระทำการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติด้วยจิตใจที่รู้ทันตนเองและรู้ทันในการสร้างปัญญาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งกระบวนการหนึ่งที่ดร.ป๊อป กำลังริเริ่มตามแบบกิจกรรมบำบัดสากล คือ กิจกรรมบำบัดศึกษา ได้แก่ การลงพื้นที่เรียนรู้สุขภาวะในชุมชน/บริบทจริง แล้วแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแปลความรู้สุขภาวะด้วยกิจกรรมบำบัด นำมาซึ่งความรู้ในการดูแลตนเอง การศึกษา การทำงาน การใช้เวลาว่าง/การเล่น และการเข้าสังคม ด้วยความสุขความสามารถสูงสุดของคนแต่ละบุคคลตลอดทุกช่วงวัย

เมื่อถามว่า ดร.ป๊อป อยากให้การศึกษาไทยในปี 2020 เป็นอย่างไร

คำตอบคือ...

1. อยากให้ครู/อาจารย์ในระบบโรงเรียน อุดมศึกษา และการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ระดมความคิดถึง "กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเรื่อง บุคคล สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของกิจกรรมการดำเนินชีวิต" เน้นการเรียนรู้อย่างมีชีวิตชีวาและการวิจัยพัฒนาระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (การเรียนรู้ที่ยั้งยืนในการนำความรู้มาประยุกต์สู่การดำเนินชีวิตและการเป็นพลเมืองดี) ตลอดทุกช่วงวัย

2. อยากให้ครู/อาจารย์ ทำงานพอดีตามศักยภาพและทางเลือกแห่งชีวิตความเป็นครู/อาจารย์ ทุกวันนี้ครู/อาจารย์ ทำงานหนักเกินไป เหนื่อยเหลือเกิน เช่น ดร.ป๊อป ต้องทำงานคลินิกวันเสาร์ สอนทุกวัน วันอาทิตย์ทำงานบริการวิชาการ ทุกวันพุธแบ่งเวลาประชุมผู้บริหาร และหลายวันตอนเย็นก็ดูแลนักศึกษา เวลาที่อยากเตรียมสอนและวิจัยตามความต้องการของวุฒิ ป.เอก ต้องทำในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่ว่างจริงๆ เวลาให้ครอบครัวและแฟนก็น้อยจริงๆ เป็นต้น

3. อยากให้นักเรียน/นักศึกษา ทั่วไทย มีทักษะชีวิตแห่งการทบทวนตนเองให้มีความมั่นใจในความสามารถและความสุขในการเป็นผู้เรียนรู้และผู้นำความคิดนอกกรอบที่มีความเป็นไปได้ในการช่วยเหลือสังคมไทยและสากล นอกเหนือจากการเข้าสู่ระบบการศึกษาใดๆ

4. อยากให้มีการเลือกและการเชื่อมต่อระหว่างสถาบันการศึกษาในระดับต่างๆ ทั่วโลก แบบทดลองเรียนและแบบเลือกตามการประเมินความสุขมากกว่าความสามารถส่วนบุคคล

5. อยากให้การศึกษาในทุกวิชาชีพมีความโดดเด่นในการทำงานเป็นทีมและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมโลก

6. อยากให้วิชาชีพครูโดยคุณวุฒิหรือผู้ที่มีคุณวุฒิอื่นๆ แต่ต้องมาเป็นครู/อาจารย์ ได้มีโอกาสการพัฒนาวิสัยทัศน์และกระบวนทัศน์ทางการศึกษามากขึ้น เช่น ตำแหน่งศาตราจารย์ทางการศึกษา การให้ทุนวิจัยทางการศึกษา การให้ทุนหรือค่าตอบแทนความเป็นครูที่เหมาะสม การเป็นครูจิตอาสาในชุมชนร่วมกับสหวิชาชีพ เป็นต้น