กิจกรรมบำบัดศึกษาในวันนี้ ดร.ป๊อป ได้จัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 4 ทั้งหลายได้คิดและให้เหตุผลทางคลินิกเชิงปฏิสัมพันธ์ได้

ประเด็นของการคิดและให้เหตุผลทางคลินิกเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Clinical Reasoning) ช่วยแปลงการคิดและให้เหตุผลทางคลินิกเชิงบรรยาย (Narrative Clinical Reasoning) ให้มีการเชื่อมโยงและการเติมเต็มความคิดวิเคราะห์ได้คมชัดมากขึ้น ในประเด็นต่อไปนี้

  • การอธิบายแบบจำลอง/กรอบอ้างอิงตามกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด ซึ่งเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักกิจกรรมบำบัดและผู้รับบริการ
  • การวิเคราะห์ถึงบทสนทนาที่ผู้รับบริการทราบและตระหนักถึงผลกระทบของโรค ความเจ็บป่วย และความพิการ ต่อความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมบำบัดการดำเนินชีวิต
  • การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น และ/หรือที่แย่ลง หลังรับบริการทางกิจกรรมบำบัด
  • การวิเคราะห์กรณีศึกษาให้เป็นไปตาม Domain and Process Framework เพื่อให้นักกิจกรรมบำบัดปรับทัศนคติของตนเองและผู้รับบริการให้เกิดกระบวนการส่งเสริมขอบเขตการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต จากความสามารถที่มีอยู่จนถึงความสามารถสูงสุด

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 แยกกรณีศึกษาของนักศึกษากิจกรรมบำบัดตามความบกพร่องทางร่างกาย ทางจิตสังคม และทางการพัฒนาเด็ก พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่อธิบายแบบจำลอง/กรอบอ้างอิงตามกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 จากกรณีศึกษาครอบครัวหนึ่งที่คุณพ่อเป็นสมองบาดเจ็บ แต่ขับรถได้ พูดได้ไม่มากนัก คาดหวังให้ครอบครัวมีความสุข คุณแม่เสียใจกับลูกคนโตที่เป็นออทิสซึม (เข้าเรียนได้ 3 ขวบ) และคนเล็กที่เป็นสมองพิการ (นั่งได้ 8 เดือน) จนคุณแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่สามารถขายผลไม้ที่บ้านได้ คาดหวังให้ลูกดูแลตนเองได้ พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีมุมมองการคิดและให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์/ขั้นตอน (Scientific/Procedural Clinical Reasoning) มากกว่าการคิดและให้เหตุผลเชิงปฏิสัมพันธ์ข้างต้น เช่น มองปัญหาและการแก้ไขปัญหาเฉพาะราย (พ่อ แม่ ลูก แยกกัน) มองปัญหาที่มากมายแต่ไม่ได้ตระหนักว่า อาการของโรคข้างต้นอาจไม่มีผลกระทบต่อชีวิตมากนัก เมื่อมองความสามารถที่มีอยู่ คือ พ่อขับรถได้ แม่ขายผลไม้ ก็ควรแนะนำให้มีกิจกรรมครอบครัวมากขึ้น เช่น การขับรถส่งผลไม้ร่วมกันของพ่อแม่มีลูกสมองพิการเล็กน้อยไปด้วย (พัฒนาการไม่ช้ามาก) และลูกคนโตก็ช่วยเลี้ยงน้องได้ยามว่างจากโรงเรียน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า กิจกรรมบำบัดที่มีประสิทธิผล คือ การมองเชิงกว้างและการสนทนาเชิงลึก (ให้ถึงใจ) ที่สัมพันธ์กับความสุขความสามารถที่เปลี่ยนแปลงทางบวก (Possitive Change) มากกว่าการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ