ด้วยความรู้ตอนนี้ เราตายกันหมดแน่ๆ เพราะ เราได้แต่ "บริโภค"ความรู้

สองวันนี้ ผมไป สอน LO โดย ตั้ง key word การสอน เรื่อง การมีจิตสำนึกอยู่อย่างพอเพียง   การตระหนักเรื่องความรู้ไม่พอใช้

ก็เลยนึกถึงมุขหนึ่งขึ้นมา  เอามาใช้ทำ workshop ให้ พนักงานและผู้บริหาร บริษัทแห่งหนึ่งทำและ ยังเอาไปใช้กับทำอีกแห่งหนึ่งด้วย

แบ่งกลุ่มออกเป็น 8 กลุ่ม ๆ ละ 8 คน

แจก flip chart และ ปากกา   จากนั้นให้คำสั่งเป็นช่วงๆ  ดังนี้ 

(๑) สมมติ ว่า  น้ำท่วมโลก   เพราะ ตอนนี้ น้ำทะเลขึ้นมาแบบไม่ลด เสาไฟแถวสมุทรสาคร สงคราม ชายทะเลกรุงเทพ จมน้ำลงเรื่อยๆทุกวัน      หลวงปู่ หลวงพ่อหลายรูป  พูดกันถึง พิบัติต่างๆ  ว่าจะมาอีกไม่กี่ปี   เช่น สิบปีบ้าง หกปีบ้าง    กลุ่ม new age ก็บอกว่าอีก 6 ปี     ดร อาจอง  ก็บอกว่าอีก 11 ปี   Peter Senge เองก็พูดถึงในการประชุมที่ เวียนนา ฯลฯ  

น้ำแข็งในตู้เย็น เวลาที่เรากดปุ่มละลาย  เราจะเห็นได้ว่า มันจะเริ่มจาก ทีละหยด ทีละหยด และ ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโครมดังลั่น  น้ำแข็งแตกจากรังครั้งใหญ่    ดังนั้น ที่ขั้วโลกก็เช่นกัน   ย่อมมีการดังลั่นของน้ำแข็ง เพราะ โลกเราอุ่นขึ้น    น้ำทะเล จะเพิ่มขึ้น พอๆกับ สุนามิ   วิ่งเข้าท่วมทุกแห่งบนโลก  คนคงตายกันมากมาย  ฯลฯ   เราไปติดอยู่บนเกาะ (อดีตยอดเขาแห่งหนึ่ง) มีคนแค่ 8 คนในกลุ่ม 

ขอให้กลุ่ม คิดว่า เรามีเวลาอีก 6 ปี  เราจะต้องทำอะไร กันบ้าง นับจากวินาทีนี้ 

ให้เวลากลุ่มสบายๆ เพราะ ท่าทางเครียด ( แต่ กับบางแห่ง พวกเขา กลับ คิดแบบ ชุ่ยๆ ก็อย่าเพิ่งไปว่าเขา  เข่น ยอมตายครับ  โม้  ฯลฯ

บางรายถึงกับ ต่อว่าผมว่า เอาเรื่องอัปมงคลมาเล่น บางรายก็ว่า มาฟังบรรยาย ไม่ใช่มาหดหู่ )

อาจจะต้องบอกล่วงหน้าว่า ห้ามยินยอมตาย ห้ามคิดว่าโม้  อย่าประมาท นี่เป็นแค่ workshop  เป็นต้น

พอครบเวลาสัก 15 -20 นาที   ก็ให้แต่ละกลุ่ม นำเสนอผลงาน

ผมจะ comment ในแนว "พอเพียง"  เช่น

กลุ่มบอกว่า  เขาจะใช้แว่นขยาย จุดไฟ  ผมก็บอกว่า "ถ้าแว่นขยาย หาย หรือแตกจะทำไง"   

กลุ่มบอกว่า เขาจะ ต่อเรือ  ผมก็บอกว่า เอาขวานมาจากไหน  ถ้าขวานทื่อ ตกน้ำ จะทำไง / มีใคร เคยต่อเรือบ้าง   ได้แต่ ฝัน  เอาเข้าจริง "ตายหมด"

เรือจะวิ่งไปไหนได้  ดูทิศเป็นไหม  คลื่นแรงทำไง 

กลุ่มจะทำนา  ผมถามว่า เอาจอบ เสียม พลั่ว เคียว ฯลฯ มาจากไหน ขุดดินเป็นยัง  ดินดีเป็นอย่างไร  จุลินทรีย์รู้จักเพาะไหม  ฯลฯ

กลุ่มบอกจะกักตุนอาหาร   ผมก็บอกว่า จะได้นานสักกี่ปี    เอาเกลือมาจากไหน   ทำเกลือเป็นไหม    เอาน้ำจืดจากไหน สารส้มหาจากไหน กักตุนไว้ไม่นานก็หมด 

กลุ่มบอกจะเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืด  ผมถามว่า เอา knowhow มาจากไหน  ฝันมากไป 

กลุ่มบอกจะจับสัตว์มากิน  ผมถามว่า  เคยจับหรือเปล่า  เอาเชือกมาจากไหน  

กลุ่มบอกว่า จะใช้ biogas ผมก็บอกว่า  ใช้อะไรเป็นท่อ  เพราะ ตอนนั้น  ไม่มีพลาสติก  ถึงมีก็ไม่ sustainable อีก 5 -10 ปี ก็พัง

กลุ่มจะกักตุนไม้ขีด  ผมก็บอกว่า  ใช้ได้สักกี่ปี

กลุ่มบอกว่า จะตัดเสื้อผ้า ผมบอกว่า เอาเข็มมาจากไหน  เข็มหักหมดทำไง   หล่อโลหะเป็นหรือเปล่า 

กลุ่มบอกว่า จะเอา แพทย์ไปด้วย  ผมบอกว่า  ไม่มียาปัจจุบันทำไง  แพทย์ตายทำไง

กลุ่มบอกว่า จะหัดเรื่องสมุนไพร   ผมบอกว่า ใช้เวลากี่ปี จึงจะเรียนเสร็จ

(๒)  ให้เข้ากลุ่มใหม่ คิดใหม่ทำใหม่   ขอเอาแบบ Primitive จริง (โบราณ ๆ ยุคหิน)

(๓)  หลังจาก กลุ่มนำเสนอ อย่างคร่าวๆ    ผมก็บอกโจทย์ใหม่ว่า  จงแบ่งหน้าที่   ใครจะรับผิดชอบทำอะไร

(๔) พอแบ่งหน้าที่เสร็จ  ผมก็บอกว่า ทำใจสงบๆนะ   คำสั่งใหม่  คือ  สมมติว่า ต้องเอาคนหนึ่งออกจากกลุ่ม  จงคัดออกมา กลางห้อง พร้อมกับเหตุผลที่คัดออก

ปรากฏว่า shock ครับ

ในที่สุด  ด้วยน้ำใจแบบไทยๆ  ก็จะมีคนเสียสละออกจากกลุ่ม    บ้างก็เพราะ แก่แล้ว  บ้างก็เพราะ อาสาเอง  บ้างก็เพราะกลุ่มเห็นว่า เก่ง ปล่อยไปคนเดียว คงรอดตายได้ ฯลฯ

(๕)  คำสั่งคือ   ทั้ง ๙ กลุ่ม   ให้แบ่งหน้าที่กันใหม่    พวกรอดตายทั้ง 8 คน  ก็จัดกลุ่มใหม่ เป็นกลุ่มที่ ๙

นำเสนอแบบ คร่าวๆ

(๖)  คำสั่งใหม่    คราวนี้   ให้ เสนอชื่อ  คนที่ "ขาดไม่ได้" สำคัญที่สุดในกลุ่มออกมา  1 คน  พร้อมเหตุผล

(๗)  กลุ่ม ให้เหตุผล ว่าเก่งอย่างไง  ผมก็ ให้คำสั่งใหม่  แบบshock อีกรอบ   คือ  ให้สมมติว่า คนเก่งในแต่ละกลุ่ม   หลงทางหายไป  ไม่กลับมาอีกเลย  ออกมาตั้งกลุ่มใหม่   

กลุ่มเดิม  ก็จัด หน้าที่กันใหม่  

(๘)  เบรค พอดี   ทานของว่าง เข้าห้องน้ำ

(๙)  นั่งล้อมวง แบบ อินเดียนแดง เพื่อสะท้อน(reflection) ความในใจออกมา    โดยขอถามเรียงไมค์ให้แต่ละคนว่า "ได้เรียนรู้ อะไร จากกิจกรรม น้ำท่วมโลกเฉียบพลันแบบนี้"   เป็น after action review

เท่าที่ผมพอจำได้  เช่น

  • ละอายใจ ที่ไม่มีประโยชน์ต่อกลุ่ม
  • อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกัน
  • เรียนรู้เรื่องเดียวไม่พอเพียง ต้องช่วยๆกันเรียนรู้
  • ออกกำลังกายให้แข็งแรงไว้
  • ที่เรียนมา จนจบปริญญาเอก เอาเข้าจริง ตายแน่ๆ
  • ให้ความสำคัญกับการอยู่อย่างพอเพียง ( ผม รีบบอกว่า " key words" หลุดออกมาแล้ว  วิทยากรออกมาแล้ว)
  • เข้าใจเรื่องทีมมากขึ้น
  • การวางแผน การเตรียมพร้อม (ผม ก็บอกว่า "ยามสงบ คิดเรื่องชั่วร้ายที่จะเกิดขึ้น  ยามเรื่องชั่วร้ายมาจะได้ไม่ต้องตื่นตระหนก) คิดแบบนี้ เป็นหมวกดำ (de bono  ไม่ใช่ panic)
  •  ฯลฯ

สุดท้าย  สาวๆ หลายคนเห็นว่า เรื่อง ช่าง เป็นเรื่องสำคัญ   เข้าใจความสำคัญของ TPM (total productive managemnt) มากขึ้น  เรื่องช่างไม่ใช่เรื่องของชาย แต่ หญิงก็ควรรู้

ชายหลายคน บอกว่า มีแฟนเป็นหมอ พยาบาล น่าจะดีที่สุด

คนแก่หลายคนบอกว่า โชคดีที่ น่าจะตายก่อน

คนหนุ่มหลายคนบอกว่า  ถึงตอนนั้น จะช่วยคนแก่อย่างไรดี

หลายคนบอกว่า คำทำนายของหลวงพ่อฤษีลิงดำคงเป็นจริง เพราะ ท่านบอกว่า ไทยจะเป็นชาติมหาอำนาจ   พวกเขาคิดออกแล้วว่าเพราะ อะไร  คือ เรามี ความรู้เรื่อง ข้าว ผัก ผลไม้ สมุนไพร  ฯลฯ นั่นเอง 

หลายคนบอกว่า จงฝึกสติ ให้ "ตายก่อนตาย"

********************************************************************

เขียน เสียยืดยาว    เพราะ เนื้อหามากมาย  สนุกสนาน  เศร้าแต่ได้สาระ

กลัวตายมากไป ก็เรียกว่า ขาดสติ 

ไม่เตรียมการณ์เลย  ปล่อยไปตามยถากรรม ก็เรียกว่า ขาดสติ  เช่นกัน

ท่านผู้อ่านว่าอย่างไงครับ  กับ เรื่องนี้