ตอนเช้าของวันผมกับพี่ๆ และน้องๆ รวมกัน 5 คน...เดินทางไปประชุมที่จังหวัด...
เรื่อง การติดตามผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด
เมื่อทานข้าวเที่ยงเสร็จ...พวกเราก็เดินทางกลับมาถึงสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ...ประมาณบ่ายสอง
เพราะพวกเราเอาต่างเอารถมาจอดไว้ที่นี้...
ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าสำนักงาน...พวกเราเห็นฝูงคนมากมายมาห้อมล้อมดูเหตุการณ์...
ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่ง...หัวอยู่ใต้ท้องรถเก๋งบริเวณล้อด้านซ้าย...ขาสองข้างขวางขอบถนน
ชายอีกคน....นอนอยู่..เปรอะเปื้อนด้วยเลือดสีแดง...บนขอบถนนห่างจากรถเก๋งไม่ไกล
ในฉากที่ผมมองเห็น...ยังมีรถมอเตอร์ไซด์พังยับเยินล้มระเนระนาด...รถกระบะถูกครูดเป็นรอยยาวฝั่งซ้ายเช่นกัน
พวกเราต่างกันที่กำลังพูดคุยเรื่องทั่วไปอยู่อย่างสนุกบนเมื้อกี้...เมื่อเห็นเหตุการณ์ทุกคนบอกว่า...ต้องลงไปช่วย
ถึงแม้พวกเราเป็นบุคลากรด้านสุขภาพ...ที่คำประกาศสิทธิผู้ป่วยข้อหนึ่งบอกว่า....ต้องช่วยเหลือผู้ป่วยเมื่อพบเหตุการณ์ที่มีผลต่อชีวิตทุกเมื่อ
แต่ผมว่า...ในฐานะที่เราเกิดมาเป็นคน...ถึงไม่ได้มีความรู้ด้านสุขภาพ....ทุกคนบนโลกจำเป็นต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว
ถึงแม้ความแห้งแล้งภายในจิตใจของคนจะมีมากขึ้นทุกทีๆ...แต่หยดน้ำในใจแห่งความช่วยเหลือและเกื้อกูล
ผมเชื่อว่า...ทุกคนต่างมีอยู่....
สิ่งแรกที่พวกเราลงไป...คือ...ต้องดูความปลอดภัยของพวกเราที่ลงไปช่วยด้วย...
แต่เหตุการณ์ครั้งนี้...คนมากมายห้อมล้อมอยู่แล้ว...จึงปลอดภัยกับผู้ช่วยที่อาจจะโดนรถมาชนคนช่วยด้วยเช่นกัน
ผมลงไปถามข้อมูลคร่าวๆ ว่าใครเห็นเหตุการณ์บ้าง....โทรหา 1669 หรือโรงพยาบาลยัง....
เห็นยังไม่มี...(ทั้งที่น่าจะโทรแล้ว...เพราะผ่านมาถึง 5 นาที) ผมเลยโทร...และโชคดีติดง่าย
ทีมช่วยเหลือกู้ชีพ...จะออกมาภายในห้านาที...เพราะโรงพยาบาลห่างจากจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร
พวกเราคนที่เหลือ...ไปประเมินอาการคนเจ็บว่า...เคลื่อนย้ายได้ไหม...เพราะแดดร้อน...และขวางทางจราจร
(จริงๆ แล้วถ้าไม่จำเป็น...อย่าพยายามเคลื่อนย้ายผู้ป่วย...เพราะเสี่ยงต่อชีวิตคนเจ็บ)
ชายที่อยู่ใต้ท้องรถติดล้อรถ...ตอนแรกนึกว่าหัวบี้...แต่หัวและอวัยวะบนหัว..ยังครบ...แต่เลือดแดงกลบหน้า...มีแผลตามใบหน้ามากมาย
ชายอีกคน...ประเมินแล้ว...น่าจะเคลื่อนย้ายได้...ซึ่งทั้งสองคนเจ็บ...เอาเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย
เพราะพวกเราได้เรียนและมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บ
และแล้วคนเจ็บทั้งสอง...ก็นอนเรียงราย...บนหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้ๆ กับถนน
พวกเรากันคนออกไป...เพื่อจะได้มีอากาศหายใจ...
ผู้บาดเจ็บทั้งสอง...รู้สึกตัว และคุยได้อย่างรู้เรื่อง และจับเหตุการณ์ได้
จับชีพจร พบว่า ยังเต้นสม่ำเสมอและแน่นอยู่...แต่มีอาการเจ็บตามอวัยวะต่างๆ
จึงไม่จำเป็นต้องผายปอด-เป่าปาก...
เหตุการณ์ที่คนเจ็บเล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า...ทั้งสองขับรถมอเตอร์ไซด์มา...รถหกล้อมาชนด้านหลังอย่างรุนแรง (แล้วขับหนีเลย)
รู้ว่า..ร่างลอยตัวขึ้น และกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง
เมื่ออยู่บนถนน...พบรอยครูดของรถ...และแรงเหวี่ยงที่เกิดรอย...และชนให้รถเก๋งและรถกระบะที่มาจอด
เพื่อมาซื้อของที่ร้านบุบบี้ไปด้วย (โชคร้ายจัง)
สำหรับผม...ถ้าใครพบเจอเห็นการณ์นี้...สิ่งแรกต้องมี “สติ”
ในความหวาดหวั่นที่วุ่นวาย…ว่าจะช่วยดีหรือไม่ช่วยดี
เพราะผมเคยได้ยินคนที่ผ่านเหตุการณ์หลายคน ต่างบอกว่า...
ไม่ช่วยหรอก...เดี๋ยวคนอื่นก็ช่วย...เพราะยุ่งยาก...ดีไม่ดี...คนอื่นกลับบอกว่า..เราเป็นคนชนอีก
หรือถ้าอย่างนั้น...ก็เสียเวลา...ไปเป็นพยานอีก
ขับรถเลยผ่านไปดีกว่า....
ผมว่า...ไม่หยุดรถ และลงไปดูคนบาดเจ็บ...ก็ได้
แต่ต้องจำสถานที่ และเหตุการณ์ให้ได้...และช่วยโทร 1669 ด่วน
ค่าโทรศัพท์เพียงไม่กี่บาท...สามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้
เราจะไม่รู้สึกเสียใจย้อนหลัง...หรือเราจะรู้สึกอย่างไง ?
ถ้าคนบาดเจ็บเหล่านั้น...อาจเป็นพี่น้อง...ญาติ...เพื่อน และคนที่เรารู้จัก….
ค่ะคุณหมอต้องมีสติจริงๆนะคะ ต้องรู้ตนอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าเรื่องใดๆเพราะอันตรายมีรอบด้านขอบคุณบทความดีๆนะคะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ จิบกาแฟหรือยังคะ
ขอชื่นชมด้วยความจริงใจครับคุณหมอ
ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะคะ ;)
สติมา ปัญญาเกิดจริงด้วยค่ะ
ทำความดี อย่างน้อยตัวเราเอง.. ก็มีแต่ได้กับได้