วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2555

 

 

ตอนเช้าของวันผมกับพี่ๆ และน้องๆ รวมกัน 5 คน...เดินทางไปประชุมที่จังหวัด...

เรื่อง การติดตามผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด

เมื่อทานข้าวเที่ยงเสร็จ...พวกเราก็เดินทางกลับมาถึงสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ...ประมาณบ่ายสอง

เพราะพวกเราเอาต่างเอารถมาจอดไว้ที่นี้...

 

 

ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าสำนักงาน...พวกเราเห็นฝูงคนมากมายมาห้อมล้อมดูเหตุการณ์...

ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่ง...หัวอยู่ใต้ท้องรถเก๋งบริเวณล้อด้านซ้าย...ขาสองข้างขวางขอบถนน

ชายอีกคน....นอนอยู่..เปรอะเปื้อนด้วยเลือดสีแดง...บนขอบถนนห่างจากรถเก๋งไม่ไกล

ในฉากที่ผมมองเห็น...ยังมีรถมอเตอร์ไซด์พังยับเยินล้มระเนระนาด...รถกระบะถูกครูดเป็นรอยยาวฝั่งซ้ายเช่นกัน

 

 

พวกเราต่างกันที่กำลังพูดคุยเรื่องทั่วไปอยู่อย่างสนุกบนเมื้อกี้...เมื่อเห็นเหตุการณ์ทุกคนบอกว่า...ต้องลงไปช่วย

ถึงแม้พวกเราเป็นบุคลากรด้านสุขภาพ...ที่คำประกาศสิทธิผู้ป่วยข้อหนึ่งบอกว่า....ต้องช่วยเหลือผู้ป่วยเมื่อพบเหตุการณ์ที่มีผลต่อชีวิตทุกเมื่อ

แต่ผมว่า...ในฐานะที่เราเกิดมาเป็นคน...ถึงไม่ได้มีความรู้ด้านสุขภาพ....ทุกคนบนโลกจำเป็นต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว

ถึงแม้ความแห้งแล้งภายในจิตใจของคนจะมีมากขึ้นทุกทีๆ...แต่หยดน้ำในใจแห่งความช่วยเหลือและเกื้อกูล

ผมเชื่อว่า...ทุกคนต่างมีอยู่....

 

 

สิ่งแรกที่พวกเราลงไป...คือ...ต้องดูความปลอดภัยของพวกเราที่ลงไปช่วยด้วย...

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้...คนมากมายห้อมล้อมอยู่แล้ว...จึงปลอดภัยกับผู้ช่วยที่อาจจะโดนรถมาชนคนช่วยด้วยเช่นกัน

ผมลงไปถามข้อมูลคร่าวๆ ว่าใครเห็นเหตุการณ์บ้าง....โทรหา 1669 หรือโรงพยาบาลยัง....

เห็นยังไม่มี...(ทั้งที่น่าจะโทรแล้ว...เพราะผ่านมาถึง 5 นาที) ผมเลยโทร...และโชคดีติดง่าย

ทีมช่วยเหลือกู้ชีพ...จะออกมาภายในห้านาที...เพราะโรงพยาบาลห่างจากจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร

 

 

พวกเราคนที่เหลือ...ไปประเมินอาการคนเจ็บว่า...เคลื่อนย้ายได้ไหม...เพราะแดดร้อน...และขวางทางจราจร

(จริงๆ แล้วถ้าไม่จำเป็น...อย่าพยายามเคลื่อนย้ายผู้ป่วย...เพราะเสี่ยงต่อชีวิตคนเจ็บ)

ชายที่อยู่ใต้ท้องรถติดล้อรถ...ตอนแรกนึกว่าหัวบี้...แต่หัวและอวัยวะบนหัว..ยังครบ...แต่เลือดแดงกลบหน้า...มีแผลตามใบหน้ามากมาย

ชายอีกคน...ประเมินแล้ว...น่าจะเคลื่อนย้ายได้...ซึ่งทั้งสองคนเจ็บ...เอาเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย

เพราะพวกเราได้เรียนและมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บ

และแล้วคนเจ็บทั้งสอง...ก็นอนเรียงราย...บนหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้ๆ กับถนน

 

 

พวกเรากันคนออกไป...เพื่อจะได้มีอากาศหายใจ...

ผู้บาดเจ็บทั้งสอง...รู้สึกตัว และคุยได้อย่างรู้เรื่อง และจับเหตุการณ์ได้

จับชีพจร พบว่า ยังเต้นสม่ำเสมอและแน่นอยู่...แต่มีอาการเจ็บตามอวัยวะต่างๆ

จึงไม่จำเป็นต้องผายปอด-เป่าปาก...

 

 

เหตุการณ์ที่คนเจ็บเล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า...ทั้งสองขับรถมอเตอร์ไซด์มา...รถหกล้อมาชนด้านหลังอย่างรุนแรง (แล้วขับหนีเลย)

รู้ว่า..ร่างลอยตัวขึ้น และกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง

เมื่ออยู่บนถนน...พบรอยครูดของรถ...และแรงเหวี่ยงที่เกิดรอย...และชนให้รถเก๋งและรถกระบะที่มาจอด

เพื่อมาซื้อของที่ร้านบุบบี้ไปด้วย (โชคร้ายจัง)

 

 

สำหรับผม...ถ้าใครพบเจอเห็นการณ์นี้...สิ่งแรกต้องมี “สติ”

ในความหวาดหวั่นที่วุ่นวาย…ว่าจะช่วยดีหรือไม่ช่วยดี

เพราะผมเคยได้ยินคนที่ผ่านเหตุการณ์หลายคน ต่างบอกว่า...

ไม่ช่วยหรอก...เดี๋ยวคนอื่นก็ช่วย...เพราะยุ่งยาก...ดีไม่ดี...คนอื่นกลับบอกว่า..เราเป็นคนชนอีก

หรือถ้าอย่างนั้น...ก็เสียเวลา...ไปเป็นพยานอีก

ขับรถเลยผ่านไปดีกว่า....

 

 

ผมว่า...ไม่หยุดรถ และลงไปดูคนบาดเจ็บ...ก็ได้

แต่ต้องจำสถานที่ และเหตุการณ์ให้ได้...และช่วยโทร 1669 ด่วน

ค่าโทรศัพท์เพียงไม่กี่บาท...สามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้

เราจะไม่รู้สึกเสียใจย้อนหลัง...หรือเราจะรู้สึกอย่างไง ?

ถ้าคนบาดเจ็บเหล่านั้น...อาจเป็นพี่น้อง...ญาติ...เพื่อน  และคนที่เรารู้จัก….