ใช่นอนขดอกอุ่นพ่อรอให้ปลุก หากต้องลุกชงนมดึกให้ลูกดื่ม

คืนฝนสะอื้น

เพียงปลอยฝนโปรยไหวใจก็หวั่น

ยอดหญ้าพลันโอนอ่อนน้อมลมพัด

กระซิบเสียงค่ำคืนสะอื้นสงัด

กล่อมคนพลัดหลงพรากจากท้องนา

สะท้อนแสงแวววับจับหยาดหยด

หลั่งเป็นสายรดเป็นเสียงเพียงโหยหา

ถึงถิ่นทุ่งความหลังครั้งจากมา

ย้อนเวลาสู่สวรรค์ในวันวาน

เคยนอนขดฟังเสียงเขียดเบียดอกพ่อ

คืนฝนรอฟ้ารั่วทั่วทุกบ้าน

ข้าวในคูนาอิ่มเอิบเติบดอกบาน

สะนั่นสะท้านลมสะบัดผลัดเวลา

รุ่งเช้าใกล้ไก่ไอ้โต้งโก่งคอขัน

ฟ้าก็พลันคืบคลานผ่านภูผา

ทาแสดสีทองสาดแสงแต่งท้องนา

ให้ตื่นตาตื่นใจไม่ลืมเลือน

แล้วก็ตื่นลืมตามามองโลก

และเป็นโลกแห่งความจริงไม่แม้นเหมือน

ฝนหยุดหยดหมดฝันพลันลบเลือน

ได้แต่เตือนใจตนอย่าหลงลืม

ใช่นอนขดอกอุ่นพ่อรอให้ปลุก

หากต้องลุกชงนมดึกให้ลูกดื่ม

แม้นใกล้แจ้งคอยเตือนใช่หลงลืม

แม่ลูกปลื้มเป็นพ่อคนทุกข์ทนไป

ต้องฝ่าคลื่นมรสุมดงคอนกรีต

สุจริตเสกสรรค์ไม่หวั่นไหว

ฟ้าเปลี่ยนสีแสงสาดส่องแม้แรงไป

ผิวจะไหม้ก็ไม่ท้อรอวันวาย

เพียงฝนผ่านลมพัดสะบัดโบก

คืนแสงโศรกหญ้าไหวไม่ห่างหาย

กาลผันผ่านจิตใจใช่มลาย

กล่อมใจกายในค่ำคืนสะอื้นสะออน

..........................................