ควรกล้าในสิ่งที่ควรทำ ควรอายในสิ่งที่น่าละอาย

      จากเด็กหญิงตัวเล็กๆคนนึง ซึ่งไม่เคยมีความกล้า แม้แต่เรื่องเล็กๆอย่าง ร้องเพลงตามคุณครู ยังไม่มีความกล้า ทั้งที่ตนเองก็สามารถทำได้ และทำได้ดีด้วยซ้ำไป ในบางครั้งที่เห็นเพื่อนเขากล้าแสดงออกในเรื่องต่างๆ ทั้งตอบคำถามคุณครู แสดงการเต้น ร้องเพลง หรือไม่ว่าจะเป็นการเป็นคฑากรโรงเรียน ในใจของเด็กคนนี้ก็ยังคิดอยู่ว่าทำไมเราถึงไม่ทำแบบนี้บ้าง ทั้งที่เราก็ทำได้ เราอาจจะได้รับคำชมแบบนั้นบ้างก็ได้ ความคิดของเด็กๆย่อมนึกแต่ถึงเรื่องคำชม แต่สิ่งนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กหญิงคนหนึ่งเริ่มที่กล้าจะแสดงออก

     

หลังจากนั้นเด็กคนนี้ก็เริ่มที่จะกล้าแสดงออก เริ่มทำกิจกรรมต่างๆ เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เริ่มมีความรู้สึกสนุกสนานกับการที่เราได้แสดงวามสามารถของตนที่มี สิ่งสำคัญที่ทำให้มีกำลังใจคือบุคคลรอบข้าง คอยส่งเสริม คอยติชม คอยชี้แนะในสิ่งที่ควร จากวันกลายเป็นเดือน จากเดือนกลายเป็นปี เด็กที่ขี้อายไม่กล้าแสดงออกใดๆ ก็กลายเป็นคนที่เมื่อมีกิจกรรมใดๆที่ได้รับมอบหมายมา จะทุ่มเททำให้เต็มที่ แม้จะต้องแสดงออกต่อหน้าผู้คนนับพันแต่เขาก็มีความกล้า แม้จะมีความประหม่า ความตื่นเต้น เป็นสิ่งกดดันในทุกๆครั้งที่ต้องแสดง ทำให้ท้อใจบ้าง แต่เด็กคนนี้ก็ไม่ย่อท้อ การทำสมาธิก็เป็นอย่างหนึ่งที่จะทำให้ความรู้สึกต่างๆเหล่านั้นลดลงได้ และเดินหน้าแสดงออกอย่างเต็มความภาคภูมิ ผลจะเป็นตามที่เราคาดหวังไว้หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นกับตัวเราและสถานการณ์รอบข้าง แต่เมื่อเราทำเต็มที่แล้วย่อมไม่ไม่เกิดคำว่า "เสียดายจัง เราน่าจะทำให้ดีกว่านี้"


     สุดท้ายนี้ขอฝากว่า จากความคิดเด็กๆที่ว่าแสดงออกแล้วจะได้รับคำชมนั้น ตอนนี้ได้รู้แล้วว่า การที่เรากล้าแสดงออกในสิ่งที่ควรทำนั้น ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ทั้งประสบการณ์ทำงาน การเรียนรู้งาน การประสานงาน การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน ที่สำคัญเรายังได้เพื่อเพิ่มขึ้น ได้รู้จักคนใหม่ๆ ได้ฝึกการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การแสดงออกทางใบหน้า ท่าทาง และความกล้าในทางที่ควรนี้ย่อมจะนำผลดีอีกมากมายมาสู่เราในการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า

อ้างอิง

การทำสมธิ http://www.salatham.com/meditation/basicmed.htm

การทำให้หายกลัว http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6f16130fa03e39c4

รูปภาพจาก http://www.facebook.com/noisuwanna