ปล. ต่อมามีคนแอบไปเห็นและบอกให้ทราบว่า “ผลไม้ลูกเดียว” ที่เจ้าอาวาสรูปนั้นฉันและทำให้อยู่ได้ทั้งวันนั้น แท้ที่จริงแล้วมันคือ” ขนุนลูกเบ้อเริ่ม” หนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม....นั่นเอง

 

 

สถานีความคิด :

จงฟังหู.....ไว้หู

 

 

 


(๑)

 

 

                ความขัดแย้งทางความคิดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเกินกว่าจะเยียวยาใดๆ ได้

                จากความเป็นหนึ่งเดียวกันที่เคยมีความสุขและอบอุ่นในอดีต.... ปัจจุบันกลับมีการแบ่งแยกกันเป็นพรรคเป็นพวก เป็นสีนั้นสีนี้  ไม่มีความรักหรือความปรารถนาดีต่อกัน มุ่งแต่จะเอาชนะกันอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติแต่อย่างใด

                ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่เกิดขึ้นดังกล่าว  ต่างฝ่ายต่างก็พยายามแสวงหามวลชนมาเป็นแนวร่วมของตนเอง โดยการโฆษณาชวนเชื่อในหลากหลายรูปแบบผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อเพิ่มจำนวนมวลชนของตนเองให้มากขึ้น

                ต่างฝ่ายต่างก็โฆษณาชวนเชื่อว่าฝ่ายตนดีและถูกต้อง ในขณะที่ฝ่ายอื่นไม่ดีและไม่ถูกต้อง และพยายามนำข้อมูลต่างๆ มายัดเยียดให้กับผู้ฟังอยู่ตลอดเวลา   จนเกิดความรู้สึกเครียดและไม่รู้ว่าจะเชื่อฝ่ายไหนดี

                จากสถานการณ์ที่ร้อนแรงอยู่ในปัจจุบันนี้....“วิจารณญาณ” และ  “การฟังหู ไว้หู” จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและควรจะมีการนำมาใช้ให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนรอบด้าน และไม่ตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของใครอย่างง่ายๆ

                หากทุกคนรู้จักใช้ "วิจารณญาณ" ในการรับฟัง มีใจเป็นกลาง ไม่ลำเอียงเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือรู้จัก “ฟังหู ไว้หู” ก็จะทำให้เราสามารถแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้  รู้เท่าทัน และไม่ตกเป็นเหยื่อของใคร

                แต่ถ้าหากเราไม่รู้จักการใช้ "วิจารณญาณ" และไม่รู้จัก “ฟังหู ไว้หู”  เราก็ไม่สามารถแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ได้ ไม่รู้เท่าทัน และตกเป็นเหยื่ออันโอชะของคนอื่นไปในที่สุด

                เหมือนกับเรื่องราวด้านล่างนี้......

 

 


(๒)

 


                เย็นวันหนึ่งเจ้าอาวาสของวัดป่าแห่งหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ได้เดินทางเข้าไปทำธุระในวัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองพร้อมกับคนขับรถของวัด

                เมื่อไปถึงวัดในเมือง เจ้าอาวาสรูปนั้นก็เข้าไปพูดคุยธุระกับเจ้าอาวาสวัดนั้นอยู่เป็นเวลานานสองนาน ในขณะที่คนขับรถรู้สึกหิวข้าวจนตาลาย ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปซื้ออาหารกินที่ตลาดซึ่งอยู่ใกล้ๆ วัดแห่งนั้น

                เมื่อเจ้าอาวาสรูปนั้นทำธุระเสร็จแล้ว ก็เดินมาที่รถ พอไม่เห็นคนขับรถอยู่ตรงนั้น ก็เกิดความรู้สึกไม่ค่อยพอใจ

                เวลาผ่านไปประมาณ  20 นาที  คนขับรถก็เดินกลับมาที่รถด้วยความอิ่มสบาย ในขณะที่เจ้าอาวาสผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกำลังยืนหน้าบูดหน้าเบี้ยวรออยู่

                “หายไปไหนมาล่ะ! โยม?”  เจ้าอาวาสถามขึ้น

                “ผมหิวข้าวครับ  ก็เลยเข้าไปกินข้าวที่ตลาดมาครับ”  คนขับรถตอบ

                “กินเยอะไหม?” 

                “สองจานครับ” คนขับรถตอบ

                “อืม!  ชีวิตของฆราวาสญาติโยมก็เป็นแบบนี้ละน่ะ  ถือเรื่องกินเป็นใหญ่ กินอาหารเช้ากับอาหารกลางวันเพียงสองมื้อยังไม่พอ ยังมีมื้อเย็นอีกต่างหาก เรียกว่าอยู่เพื่อกินจริงๆ ......ไม่เหมือนชีวิตของพระ ที่กินเพื่ออยู่ อย่างอาตมาวันนี้ฉัน “ผลไม้เพียงลูกเดียว” เท่านั้น แต่สามารถอยู่ได้ทั้งวันเลย”  เจ้าอาวาสกล่าวอบรมคนขับรถ

                “ครับ”  คนขับรถตอบรับ  ก่อนจะขับรถกลับวัดด้วยอารมณ์จ๋อยๆ

 

               


              (ปล.   ต่อมามีคนแอบไปเห็นและบอกให้ทราบว่า “ผลไม้ลูกเดียว” ที่เจ้าอาวาสรูปนั้นฉันและทำให้อยู่ได้ทั้งวันนั้น  แท้ที่จริงแล้วมันคือ "ขนุนลูกเบ้อเริ่ม"  หนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม....นั่นเอง)

 

 

               


เพลง    "มนต์การเมือง"

ศิลปิน    "คำรณ   สัมปุณณานนท์"