กว่าจะหาสถานที่พบก็เดินไปเข้าตึกผิดเสีย ๒ ที่   เพราะสถานที่ก็เป็นเหมือนบ้านคนตามปกตินี่เอง    แถมป้ายบอกชื่อสถานที่ก็เล็กนิดเดียว ติดอยู่ตรงประตู    คุณอัญชลีบอกว่าที่นี่เขาไม่นิยมทำป้ายใหญ่ๆ    ผมนึกในใจว่าตรงกันข้ามกับบ้านเรา    ซึ่งน่าจะแฝงนัยยะบางอย่างที่สะท้อนจิตวิทยาหรือวัฒนธรรม

          คนที่เป็นผู้อำนวยการ (Executive Director) ของ Zen Hospiceชื่อ B.J. Miller, MD คือเป็นหมอ และเป็นอาจารย์ที่ UCSF ด้วย กรุณาอ่านจากลิ้งค์ของ B.J. Miller นะครับ จะเห็นว่า Zen Hospice ให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบเน้นมิติด้านจิตวิญญาณ และด้านมิติของความเป็นมนุษย์ หรือการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   บุคลิกที่แสดงแรงบันดาลใจ และการมีความรู้สูง สร้างความประทับใจแก่พวกเรามาก  

          นอกจากนั้น B.J. Miller ยังเล่ามิติเชิงวิวัฒนาการของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในสหรัฐอเมริกา   ที่ช่วงปี 1970s เกิดการเคลื่อนไหวทางสังคม ต่อต้านการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย   ในช่วงปี 1980s รัฐบาลก็ตระหนักว่าการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามแนวทางการแพทย์ เป็นวิธีที่สิ้นเปลือง และได้ผลไม่คุ้มค่า    จึงออกกฎหมายยอมรับการดูแลแบบ hospice ให้เบิกเงินประกันสุขภาพ Medicare  และจากการประกันสุขภาพ ได้ในปี 1982   ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาวิชาการด้านการแพทย์ (palliative medicine) และด้าน hospice (hospice medicine) ก็หลอมรวมเข้าหากัน   เกิดการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้าน Palliative & Hospice Medicine ในปี 2006   และ B.J. Miller ได้เข้าฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางสาขานี้รุ่นแรกในปี 2006 ที่มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด

          เนื่องจากเขาได้เห็นความเอาจริงเอาจังของทีมดูงาน   จากการที่ยกขบวนมาดูงานตั้ง ๙ คน  และเลือกไปดูงานที่เด่นๆ หลายที่หลายประเทศ   ตั้งคำถามแบบเป็นความตั้งใจ   และหว่านเสน่ห์ด้วยวิดีทัศน์แผนงาน“มหิดลพฤฒาสถาน” ที่สถาบันอาศรมศิลป์จัดทำ    ซึ่งคราวนี้เรานำเสนอบน iPad โดยดึงมาจาก YouTube ที่นี่เสน่ห์อีกประการหนึ่งคือความช่างซักช่างแสดงความฝันของคุณหญิงจำนงศรี

          เราจึงได้รับคำแนะนำเรื่องแหล่งค้นผลงานวิชาการด้านนี้ รวมทั้งสถาบันและตัวบุคคลที่เราอาจไปร่วมมือทางวิชาการด้วย นอกเหนือจากทีม Zen Hospice   ได้แก่ Center to Advance Palliative Careซึ่งมี ผอ. ชื่อ Diane Meier,และNational Palliative Care Research Center

          เขาแนะนำ Metta Instituteอยู่ที่ Salsalito, Maggie’s Centersช่วยเหลือผู้เป็นมะเร็ง   เขาเอ่ยถึงarchitectural design and spirituality   ซึ่งเมื่อผมมาค้นใน Google จึงพบว่ามีหนังสือเรื่องนี้มากมาย   ภูมิสถาปัตย์และลักษณะของอาคารที่ดีให้ความรู้สึกสงบอย่างแน่นอน 

          จริงๆ แล้วส่วนที่เป็นบริการ hospice ส่วนที่รับไว้มีเพียง ๖ เตียงเท่านั้น   เพราะข้อจำกัดด้านสถานที่

          เราได้คุยกับคุณ Roy ซึ่งเป็นผู้จัดการ volunteer ของ Zen Hospice   โดยที่ก่อนหน้านั้นมาเป็นอาสาสมัคร   และชอบงานนี้   เขาบอกว่าการทำหน้าที่อาสาสมัครมีผลเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ (transformative effect)    และที่นี่ฝึกอบรมอาสาสมัครโดยใช้เวลาถึง ๕๕ ช.ม.   ในขณะที่การอบรมอาสาสมัครของ hospice ทั่วๆ ไปใช้เวลา ๒๐ ชั่วโมง   การอบรมเน้นด้าน spiritual experience มากกว่า medical experience เขาเล่ารายละเอียดเรื่องอาสาสมัครมากมาย

          สิ่งที่ผมประทับใจเรื่องอาสาสมัครคือ เขาเน้นการที่อาสาสมัครมีบทบาทเป็น change agent ในสังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการตาย   มากพอๆ กับอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นรายๆ  

          และผมประทับใจที่เขาบอกว่าประเด็นเชิงจิตวิญญาณที่เขาทำคือช่วยให้มีการ “ตายก่อนตาย”   โดยสิ่งที่ตายตามแนว เซ็น คือ อัตตาตัวตน (ego) และเขาฝึกอาสาสมัครให้ทำตัวทำใจให้เป็นภาชนะว่างเปล่า รองรับอารมณ์ร้ายของผู้ป่วยและญาติได้ด้วยความเห็นใจ   ร่วม “เดินทาง” ทางจิตวิญญาณไปกับผู้ป่วยและญาติ จนผู้ป่วยเกิด transformation ก่อนตาย

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๖ พ.ค. ๕๕

โรงแรม ฮิลตัน ซานฟรานซิสโก ที่ยูเนี่ยน สแควร์   และปรับปรุง ๒๑ มิ.ย. ๕๕

 

 

 ห้องแถวยูนิตขวาสุดติดกับสวนคือ  Zen Hospice

 


 

บรรยากาศการพูดคุย โปรดสังเกตว่า BJ Miller มีขาเหล็ก


 

 

 BJ Miller และ Roy กำลังดูวิดีทัศน์แผนการจัดตั้งมหิดลพฤฒาสถาน

คุณอัญชลียืนดูอยู่ข้างๆ


 

 ห้องผู้ป่วย


 

 

 อีกมุมหนึ่งของบรรยากาศการพูดคุย


 

ดอกไม้งามในสวนติดกับ Zen Hospice