วันนี้อยากเขียนเรื่องนี้มาก เลยเพราะเป็นภัยใกล้ตัวที่ชลัญพบ    case  ในผู้ป่วยที่เดินมาแบบดูเหมือนปกติ มาก  แต่อาจทำให้เสียชีวิตในบัดดลหากไม่ใส่ใจ จาก พยาบาล คนแรกที่พบ   คิดว่า  น่าจะ  ทำให้กัลยาณมิตรชลัญมีความเห็นว่า  แทบไม่มีใครจะนึกถึงเรื่องนี้กันสักเท่าไร  ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว  และแก้ไขมันไม่ได้  ชลัญก็เลยอยากเอาเรื่องง่ายๆมาฝากให้  ชาว GTK เฝ้าระวังกันสักหน่อย 

                ขอยกตัวอย่างคนไข้    นะค่ะ

                   เป็นคุณตำรวจรูปร่างท้วม  ออกแนวอ้วนเลยไป๊  วัยประมาณ 50 ต้นๆ  เดินถือแผนกระดาอะไรสักอย่างตรงเข้ามาที่โต๊ะของชลัญที่นั่งอยู่  พอดี ผู้ช่วยชลัญตาไวน่ะ  ก็เข้าไปถาม ได้ความว่า   วันนี้มีจนท.จากรพ...มาตรวจสุขภาพให้ที่สถานีตำรวจ  แล้วเขาก็ส่งให้  มารักษาต่อที่ รพ.  ผู้ช่วยชลัญก็ถามว่า  เป็นอะไร  ตำรวจบอก   ก็ไม่ได้เป็นอะไร  ชลัญก็ไม่ได้สนใจเพราะกำลังคุยกับผู้ป่วยหูตึงอยู่   แต่จากสถานการณ์ที่เกิดใกล้ๆ  กันนั้นก็พอทำให้ชลัญรู้ได้ว่า  ผู้ช่วยชลัญนั้นไม่พอใจที่ตำรวจตอบกวนประสาท  แต่ก็พยายามระงับอารมณ์  เต็มที่   บอกให้ไปวัดความดันโลหิตด้านหน้าที่มีผู้ช่วยอีกคนประจำโต๊ะอยู่ เมื่อวัดความดันโลหิต  แล้วก็เดินกลับมาที่โต๊ะชลัญ  ชลัญก็ถาม 

                “ไม่ทราบเป็นอะไรค่ะ”  ตำรวจก็ยังทำหน้าตากวนประสาท  ไม่พูดว่าอย่างไร  ยื่นบัตรพร้อมซองเอกสาร  ที่ถือมาให้ชลัญ ซึ่งชลัญยังไม่เปิดซองนั้น  ได้แต่ดูกระดาษวัด  ความดันโลหิตที่น้องผู้ช่วยฯเขียนมา

           ความดันโลหิต  132/86   mmHg   ชีพจร  83 ครั้ง/นาที 

                เอ้า....ก็ปกตินี่หว่า ชลัญคิดในใจ 

                ก็เลยตั้งคำถามใหม่  “ไม่ทราบว่ามีอะไรผิดปกติมั๊ยค่ะ”  คุณตำรวจเริ่มเปิดปากพูด  “ก็ไม่เป็นอะไร หมอมาตรวจสุขภาพที่โรงพัก  แล้วก็ให้มา รพ.นี่แหล่ะ  นั่นน่ะในซองเปิดดูเองซิ ต้องถามอะไรมากมาย”

                น้าน.............เอาแล้วมั๊ยล่ะ  ชลัญตคิดใจใน ....ว๊าว  ...  กำลังจะเกิดสงครามระหว่าง  พบ.กับ  ตร. แล้ว โว๊ย

                ระงับอารมณ์เต็มที่   เปิดซองขึ้นมาดู  เห็นแผ่นตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  เมื่อชลัญดูคลื่น แล้วก็ต้องต๊กใจ  หา! SVT  (Supraventricular  tachycardia  )  rate  185 ครั้ง/นาที  กึ๊ยยยย์........มาได้ไงว่ะ  คิดในใจ  ถามใหม่  ไม่รู้สึกอะไรจริงๆหรือค่ะ   ตำรวจบอก  “ไม่”

                ชลัญคิดในใจ เอ! อันไหนผิดแน่ว่ะ  ก็เลยลองจับชีพจรเอง  พบว่า  เบาเร็วมาก  ไม่ชัด  ใช้หูฟัง ฟังที่หัวใจ  ว๊าย! เร็วมากจนนับไม่ได้  เรียกน้องคนงาน

           “ เจนเอารถเข็นตามพี่มา ER”

จากนั้นชลัญก็เดินเฉิบๆ  ไปแผนกฉุกเฉินพบแพทย์อธิคม  ก็รายงานแพทย์  แพทย์บอกไหนคนไข้  หันไป  เจนเข็ญรถเปล่ามา  

“เอ้า เจนคนไข้ไปไหนล่ะ”

“คนไข้ไหนครับ ผมไม่เห็นมีใครเป็นอะไร  ได้ยินพี่โจ้บอกให้เอารถเข็ญตามมา ER ผมก็นึกว่าให้มารับคนไข้ ER “  เจนตอบตรงๆ 

“ชลัญกุมขมับ เฮ้ย  !  “เออ! เจ้ผิดสั่งไม่ครบเอง “ กลับไปเอาคุณตำรวจที่นั่งโต๊ะเจ้มาที่ ER บัด now”

“เอามาทำไม่ครับผมไม่เห็นแกเป็นอะไร ให้เดินมาไม่ได้เหรอ  “

“เจน”   ชลัญเริ่มเสียงดัง  สีหน้าเริ่มมีอารมณ์   นานๆจะดุคนสักที 

“ครับ ๆ ๆ ๆ “ 

             แพทย์ อธิคมนั่งหัวเราะคิกคัก “ นี่แหล่ะพี่โจ้การสื่อสาร”

            ชั่วครู่ เจนก็พาคุณตำรวจมา ที่ Er แพทย์ ก็สั่งการรักษาอย่างรวดเร็ว  ได้ยา ไป 2 ชนิด  3 dose  ปลอดภัยแล้วคนไข้ชลัญ

             นี่ถ้าไม่ทันมีหวัง  หัวใจวาย เสียชีวิตได้ง่ายๆ 

             นี่แหล่ะค่ะในความปกติที่ไม่ปกติ  ที่ชลัญอยากเอามาเล่าให้ทุกท่านทราบกัน  เนื่องจาก  ภาวะนี้อาจเกิดกับใครก็ได้  ถ้าเรารู้ตัวเบื้องต้นจะไม่เกิดอันตรายถึงชีวิตน่ะค่ะ 

 

        ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  ที่เกิดกับคุณตำรวจรายนี้ เรียกว่า SVT  ( Supraventricular tachycardia )  ซึ่ง เป็น ภาวะ arrhythmia(หัวใจเต้นผิดปกติ) อย่างหนึ่งเป็นเหตุที่พบบ่อยของการตายอย่างกะทันหัน ชลัญคงไม่อธิบายไอ้ภาวะนี้มากมาย เพราะคนที่ไม่ใช่แพทย์ พยาบาล ก็คงจะงงๆ และไม่อยากอ่านต่อ  เอาเป็นว่า ไอ้ภาวะนี้นี่ อันตรายไม่เบา  ที่ชลัญเจอนี่ มีหลายคนที่มีอาการปกติดี แต่มาตรวจเจอที่ รพ. แล้ว แพทย์ พยาบาลวิ่งกันให้ควัก  จนคนไข้ งงว่าฉันเป็นอะไรมากมายขนาดนี้เหรอ  แค่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยเอง 

          ถ้าผู้ป่วยมีหัวใจเต้นผิดปกติ  จะมีอาการเด่นที่สำคัญคือ  ร่างกายได้รับเลือดไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย  ถ้าเป็นน้อยก็จะมีอาการเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง  ถ้าเป็นมากขึ้นก็จะมีอาการเหนื่อยแม้ในขณะพัก  ถ้าเต้นช้าขั้นรุนแรงจะมีอาการหน้ามืด  หมดสติหรือเสียชีวิตจากหัวใจหยุดเต้น

 

        ในรายที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ  จะมีอาการใจสั่น  หัวใจเต้นเร็วและแรง เหนื่อย ในผู้ป่วยสูงอายุหรือ มีโรคหัวใจอ่อนกำลังอยู่เดิม  อาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ  หัวใจล้มเหลว  หมดสติหรือเสียชีวิตได้

 

        ชลัญจึงอยากแนะนำให้ทุกท่านประเมิน หัวใจของตัวเองเบื้องต้น จาก  ชีพจรของเรา  ซึ่งจะบ่งถึงภาวะของหัวใจได้ระดับหนึ่ง

หัวใจเต้นผิดปกติคืออะไร ?

      ในขณะนั่งพักหัวใจจะเต้นประมาณ 60-80 ครั้งต่อนาที  ในขณะเดินหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเป็นประมาณ 80-100  ครั้งต่อนาทีและมากกว่า  100 ครั้งต่อนาทีในขณะวิ่ง กว่าจะรู้ว่ามันเป็นอาการของโรคหัวใจมันก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นเราควรหมั่นประเมิน  อัตราการเต้นของหัวใจเรา  ไว้ ด้วยความไม่ประมาท  โดยการจับชีพจรตัวเอง  ในขณะพัก  หาก ต่ำกว่า 60 ครั้งร่วมกับอาการเหนื่อยเพลีย  หรือมากว่า 100 ครั้งร่วมกับอาการ เหนื่อยใจสั่น  ก็บอกได้ว่าควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการเถอะค่ะ  การจับชีพจรทำได้หลายตำแหน่ง  แต่ที่ชลัญแนะนำ ก็เอาสัก 3 ที่ก็แล้วกัน  วิธีจับใช้นิ้วกลาง กับนิ้วชี้วางทาบตำแหน่งดังนี้ 

  1. ชีพจรที่ข้อมือ  จะอยู่ตำแหน่งตรงกับนิ้วหัวแม่มือ ดังภาพ
  2. ชีพจรบริเวณข้อพับแขน  จะอยู่ ในตำแหน่ง  ตรงกับ นิ้วก้อย  ดังภาพ 
 
3.เอามือวางทาบที่หัวใจเลยค่ะ   ดังภาพ

แล้วก็จับเวลา 1 นาที  นับตามจังหวะ  ตุ๊บๆๆๆๆๆไปเรื่อยๆ   จนครบ 1 นาที  ทีนี้เราก็พอจะประเมินอาการเราเบื้องต้นได้แล้วค่ะ 

                ทุกคนจะได้ปลอดภัยจาก  arrhythmia  ค่ะ

        Ico64_sign

ด้วยความปรารถนาดี 

          ชลัญธร