หลายครั้ง
พระผู้เป็นเจ้า
ก็ปรากฏให้เราเห็น

ในธรรมชาติ
และสิ่งเล็กๆ
......
...... 

ในบ้านผมมีต้นไม้
แนวกอไผ่ และสระบัว
ทำให้มีนกหลายชนิดมาพักพิง
นกเขาขันคูและนกกรงหัวจุก
ที่คนในเมืองซื้อหาตัวละเป็นพันเป็นหมื่นนั้น
ในบ้านผมมีเป็นฝูง ร้องและบินเล่นกันทั้งวัน
เลยไม่ต้องได้ซื้อสักตัว
ดูแลบ้าน ต้นไม้ ป่าหญ้า และสระบัว
ทั้งนก หิ่งห้อย ผีเสื้อ
กบเขียด จิ้งหรีด และปูปลา
ก็มาเอง 

นกกระเต็นเล็กและนกกระเต็นใหญ่
แวะมาเกาะตามต้นไม้และซุ่มกินปลาในสระบัว
อยู่เสมอๆ

นกกระปูด
ตื่นร้องเป็นนาฬิกาชีวะนิเวศ
ในยามกลางคืนเป็นระยะๆ

กลางวันก็เดินหากินตามลานดิน
และร่มไม้

ผมทำอ่างน้ำตั้งบนเสา
เป็นที่กินและอาบน้ำของหมู่นก
ตอนเย็นพลบค่ำ
ก็จะมีนกผลัดกันลงกินน้ำ

และไซร้ขน 

วันหนึ่ง....ที่ในสระบัว 
ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนลูกไก่ตัวเล็กๆ
ร้องอยู่ตลอดเวลา 

และครั้งหนึ่ง
ก็เห็นเจ้าแมวมัดหมี่ตัวยุ่ง
วิ่งไล่กวดตัวอะไรสักอย่าง

วิ่งเป็นก้อนดำๆ จากขอบสระ
แล้วพุ่งตัวลงน้ำ ดังตุ๋ม !!!

พอเดินสำรวจ
จึงได้พบว่าเป็นครอบครัวของนกกวัก
หรือนกไก่นานั่นเอง

นกกวักตัวหนึ่ง
กำลังมีลูกน้อยสองตัว 
แหวกว่าย นอน และหากินอยู่ใต้กอบัวในสระ
ตัวหนึ่งดูแข็งแรง ปราดเปรียว 
เมื่อเห็นคนหรือผมลองเดินไปยืนดูที่ขอบสระ
แม่นกกวักกับลูกตัวที่แข็งแรง
ก็จะพากันว่ายน้ำและเดินไปอีกทางหนึ่งด้วยกัน
เหมือนกับพยายามหันเหความสนใจของผมหรือแมวที่อยู่บนฝั่ง
ไม่ให้สนใจและมองเห็นลูกนก
อีกตัวหนึ่ง

ลูกนกกวัก
ที่ยังอ่อนอยู่
มีสีโทนดำทั้งตัว
ไม่มีสีขาวแซมเลย

ลูกนกอีกตัวนั้น
ดูอ่อนแอ ลักษณะเหมือนเด็กขี้แย
ยืนร้องอยู่กลางสระอยู่ตลอดเวลา
แม่นกกวักใช้วิธีหักใบบัวเป็นที่ยืนให้
เป็นที่มาของเสียงร้อง
ขึ้นมาจากสระ

แม้บางวัน
เจ้าตัวที่แข็งแรงกับแม่นกกวัก 
พากันขึ้นฝั่งและเดินไกลออกจากสระบัว
ออกไปเดินตามป่าหญ้าริมคูน้ำที่อยู่รอบบ้าน
บางวัน
ก็ออกไปเดินในป่าหญ้ากลางทุ่งนา

ระหว่างนั้น
เจ้าตัวขี้แย ก็ได้แต่ยืนส่งเสียงร้อง
อยู่ที่เดิมในสระ
ดูแล้วคงจะถูกทิ้ง
ไม่เกิดพัฒนาการ
สักวันก็คงตายอยู่ในสระบัว 

ผมกับภรรยา
จึงตกลงใจกันว่า
ในช่วงน้ำขอดก้นสระ
และก่อนที่ชุมชนจะปล่อยน้ำเข้าเหมืองฝาย
เพื่อเข้าสู่การทำนาอีกรอบ ซึ่งปีก่อนๆผมจะลงไปเก็บใบบัวแห้ง
เพื่อให้บัวได้งอกใหม่เมื่อมีน้ำอีกรอบนั้น
จะชะลอไว้ก่อน
รอดูให้ลูกนกกวักคู่นี้โตและบินได้เสียก่อน 

จึงจะเก็บใบบัวแห้งและทำความสะอาดสระ
ลูกนกและเจ้าตัวอ่อนแอจะได้อาศัยเติบโต
คะเนว่าคงใช้เวลาเพียง ๒-๓ อาทิตย์
เท่านั้น

แม่นกกวักกับเจ้าตัวที่แข็งแรง
พากันขึ้นฝั่งและเดินออกไปอยู่นอกสระบัวอยู่เป็นประจำ
เจ้าตัวที่แข็งแรงเริ่มมีขนไต้คอสีขาวแซมขึ้นมาก่อน
ผมต้องคอยฟังเสียง
และออกไปมองหาเจ้าตัวที่อ่อนแอในสระ
อยู่เสมอๆ

วันหนึ่ง
ถัดจากเมื่อเริ่มเห็นครอบครัวนกกวัก
เพียงไม่ถึง ๒ อาทิตย์
ผมเดินกวาดใบไผ่ ไกลจากสระบัวพอสมควร
ระหว่างที่กวาด
ก็มองเห็นลูกนกกวักตัวที่แข็งแรง
นอนตายอยู่บนลานดิน

มันออกเดินไปไกล
เลยถูกแมวซุ่มตะปบจนตาย 
ผมใจหาย
ถือซากลูกนกกวักไว้ในมือ

ปลงอนิจจังไปกับสิ่งที่เห็น 

เมื่อรีบกลับไปดูที่สระบัว
ก็ไม่มีเสียงร้องของเจ้าตัวอ่อนแออีก
ผมมองสำรวจด้วยความร้อนใจ 
แล้วก็มองเห็นเจ้าลูกนกกวักตัวที่เหลือ
เดินหากินโดดเดี่ยวอยู่ใต้กอบัว
ไม่ร้อง ตัวโต ขนเริ่มหยาบ
และเริ่มมีสีขาวแซมเป็นแนวที่ใต้ลำคอ
อย่างพ่อแม่
และบรรพชนนกกวัก

ในสภาพที่ต้องแข่งขันต่อสู้
อย่างตัวใครตัวมันนั้น
ผู้เข้มแข็งอาจจะสามารถเรียนรู้
เอาตัวเองรอดได้ก็แต่เพียงลำพัง
ทั้งไม่เบ็ดเสร็จตายตัวเสมอไป

......
......


ในสภาพแวดล้อม
ที่ต่างต้องพึ่งพิงอาศัยกัน

อยู่ร่วมกันด้วยจิตใจที่สามารถเรียนรู้
ให้มีความเชื่อมโยงส่งเสริมกันได้นั้น

ผู้อ่อนแอ เกรงกลัว และรู้จักส่งเสียง
กลับได้รับความคุ้มครองจากธรรมชาติ
กระทั่งอยู่รอด เติบโต
และเกิดทักษะพึ่งตนเอง
อยู่ร่วมกับสิ่งรอบข้าง
ได้ดีกว่า