อนาคตชาติไทยอยู่ในกำตีนโง่ๆ เลวๆ ของไอ้พวกสื่อกวดวิชาหมดสิ้นแล้ว

 

ไม่รู้ว่าไอ้เอี้ยพวกนี้มันจบนิเทศฯ คะแนนสูงๆ จากม.ชื่อดังๆกันได้ไง  ..หรือว่า  “มีเงินกวดไหว..เข้าได้แน่”    .เอาเงินพ่อแม่ทุ่มกวดวิชา ก็เข้าเรียน ม.ดังๆ ได้แล้ว   ... จนกลายมาเป็นนักข่าวสื่อดังๆ ได้

 

 

ลองอ่านข่าวแต่ละข่าว ...ช่วง ๔๐ ปีที่ผ่านมา ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรในทางดีขึ้นเลย   ยังง่าวแบบเดิมๆ ตั้งแต่ก่อนนาซ่าไปลงดวงจันทร์ จนเขาจะมาลงอู่ตะเภารอมร่อแล้ว

 

 

...เช่น  ข่าวรถชน  ยิงกัน  ฆ่า  ข่มขืน   ...กว่าจะเข้าข่าวได้.แมร่งอารัมภบทอยู่นั่นแหละ   ว่าตร.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี  จากนั้นอธิบายละเอียด..บอกหมดว่าตำรวจกี่คน ยศชื่อ ตำแหน่งอะไร เช่น พร้อมด้วย รตอ. รณชิต  จิตรักไทย  ผู้ช่วยสารวัตรฝ่ายสอบสวนด้านอาชญากรรรม และ (อื่นอีก ๑๐ คน)    (บอกเสียละเอียดทำหฮ่าไร..มันมีประโยชน์ไรกะคนอ่านบ้างฟะ)  รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ  (ต้อง “รีบรุด” ด้วยนะ วลีมาตรฐาน...ทั้งที่ไอ้พวกนี้แมร่งจิบกาแฟกันอ้อยอิ่งเป็นส่วนใหญ่ กะเรื่อง พื้นๆ พวกนี้)  

 

 

พอไปถึงพื้นที่เกิดเหตุ แมร่งก็อ้อยอิ่ง เขียนปั้นกันอยู่นั่นแหละ ...“พบศพหญิงไทยไม่ทราบชื่อ (ธ่อ..มรึงจะทราบชื่อได้ไง..ก็เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต)  นอนตายอยู่ในสภาพขึ้นอืดเน่า ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว  จึงได้ทำการพลิกศพ แล้วค้นหาบัตรประจำตัวประชาชน  พบว่าชื่อ นางสาว  กขค  งจฉ (นามสมมติ)...(อ้าว..คราวนี้รู้ชื่อแล้ว แต่ดันเจือกบอกว่าเป็นนามสมมติซะอีก  แล้วจะบอกหาหอกอะไรล่ะ...มันเปลืองหน้ากระดาษ และเวลาคนอ่านนะโฟ้ย” 

 

จากนั้นก็ไม่แคล้วให้การสันนิษฐานว่า  สาเหตุการตายเป็นเพราะอะไร   (ตำรวจไทยรู้ดีหมดทุกเรื่อง)  เช่น ชู้สาว  ขัดผลประโยชน์   ทะเลาะวิวาท  (ธ่อ..ไอ้เอี้ย...มันจะมีสาเหตุอะไรมากไปกว่านี้ได้ไหมหวา)   แต่นักข่าวไทยก็ไม่วายเอาไปถามตำรวจ เพื่อเอามาเขียนข่าวโหลยโท่ยให้เปลืองหน้ากระดาษเล่นไปได้หรอก ..ทำยังกะว่าพ่อแมร่งมันเสกกระดาษและเวลาทดแทนคนอ่านได้ 

 

 

นั่นข่าวอาชญากรรม...คราวนี้หันมาข่าวการเมืองบ้าง

 

“วันนี้ อบจ.   ได้สั่งการให้  อบต. และ โอทอป   เข้าไปสำรวจหาข้อมูลเชิงลึกในโครงการ  SME   และโครงการ  กยอ.   เพื่อจะได้ส่งข้อมูลให้ NCRT  และ   NSTDA เพื่อวิเคราะห์แล้วนำเสนอต่อ  ครม. ต่อไป  “ 

 

 

“กลุ่ม นปช. ได้ยื่นคำร้อง ต่อ อสส. เพื่อให้พิจารณา พรบ. ปรองดอง  ตามที่ สส. และ  สว. และ ครม.  ได้ตกลงกันไว้แล้ว”

 

เอี้ยเอ๊ย...แล้วพ่อแมร่งครูบาอาชามมรึงไม่สั่งสอนเลยบ้างหรือว่า ตัวย่อนั้น ตามหลักวิชาการวารสารศาสตร์ที่ดีเขาต้องบอกชื่อเต็มก่อน แล้ววงเล็บตัวย่อ จากนั้นจึงใช้ตัวย่อได้ ทั้งนี้ไม่ว่าตัวย่อนั้นจะเป็นที่รู้จักกันดีอย่างไรก็ตาม

 

ข่าวการเมืองท้องถิ่น

 

“นายขวัญชัย ไพรพนา และ แรมโบ้อีสาน  จับมือกัน สนับสนุน เต้น และ ตู่ ให้ได้เป็น รมต. ....”

 

 

“นสพ.”  ทุกฉบับ จะเขียนว่า  “นายขวัญชัย ไพรพนา” ทั้งสิ้น  ทั้งที่นายคนนี้แท้จริงคือ นายขวัญชัย  “สารางคำ “  ส่วน  ไพรพนา  นั้นเป็นชื่อเวที  ไม่ใช่ชื่อจริง แต่สื่อไทยทุกระดับก็ห่วยแตกเหมือนกันหมด ที่ใช่ว่าไพรพนา นั้น ไม่โง่ ก็ชุ่ย หรือทั้งสองผสมกัน    (ยกเว้นสื่อคุณภาพเช่น บางกอกโพสต์ เขาจะบอกนามสกุลจริง และหากจำเป็นเขาจะวงเล็บชื่อเวทีไว้ด้วย ...มันเป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐานของสื่อ เพื่อไม่ให้คนอ่านเข้าใจอะไรผิดๆ ที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อ “ความจริง” ได้ ไม่โดยตรงก็อ้อม) 

 

ส่วนไอ้แรมโง่อีสาน  ก็เช่นกัน   จนวันนี้ผมเองยังไม่รู้ว่ามันชื่อจริงว่าอะไรเลย เพราะสื่อไม่เคยบอก  ส่วนตัวเขาเองยังไม่บอกชื่อตัวเองเลย แม้ในป้ายโฆษณาตัวเองทั่วอีสานที่ขึ้นไว้ริมถนนในสภาพกอดรัดกับคนตาดูดาวเท้าไม่มีดินอยู่   .....  ส่วนไอ้ตัวล๊กหนังลุงนามว่า เต้น ตู่ พอรู้จักอยู่.... แต่แม้รู้ก็เถอะ   นสพ. ก็ต้องบอกชื่อจริงไว้ก่อนอยู่ดี

 

วันนี้ เฮ้อ  มองไปทิศไหน  การเมือง วิชาการ สื่อ  มันด้อยคุณภาพไปหมด  ...แบบนี้แล้วยังจะไปโทษเด็ก ให้บาปกรรมไปใย   อนาคตชาติไทยอยู่ในกำตีนโง่ๆ เลวๆ ของไอ้พวกสื่อกวดวิชาหมดสิ้นแล้ว

 

...คนถางทาง (๒๘ มิย ๒๕๕๕)