reset สู่ setting

ภูฟ้า
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

.





วันที่่ 14-17 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ถือเป็นบุญใหญ่อีกครั้งหนึ่งครับที่ได้ร่วมภาวนากับกัลยาณมิตร กลุ่ม "Reset" หนอ


ผมเริ่มรู้จักและเริ่มฝึก reset เป็นครั้งแรกในการภาวนา ณ พระบรมธาตุนาดูน ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2555 เป็นเวลากว่า 2 เดือนครึ่งมาแล้ว การภาวนาครั้งนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนถ่ายจากมือสมัครเล่น เข้าสู่การเป็นนัก reset มืออาชีพหนอ ตลอดการภาวนาจึงเป็นการทวนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตรเพื่อความเข้าใจแห่งตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นมืออาชีพตามแบบฉบับความเข้าใจแห่งตน เมื่อมีโอกาสผมจะถอดบทเรียนตามความเข้าใจแห่งตนอย่างหนักหน่วงเสมอ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน หลายปี กว่าจะเข้าใจถึง reset ที่แท้ได้หนอ

.


ผมตั้งใจว่า จะรีบเขียนบันทึกถอดบทเรียนจากการภาวนาครั้งนี้ให้เร็วที่สุดระหว่างที่สมาธิยังตั้งอยู่หนอ

แต่พอมาอ่านทบทวนงานเีขียนเดิมเกี่ยวกับ reset แล้วพบว่า อือ! ผมว่าใช้ได้แล้ว เพราะเป็นการเขียนจากประสบการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ตอนนั้น เมื่อผมกลับมาอ่านใหม่อือ...น่าจะใช้ได้แล้วหนอ 555

เมื่อตั้งใจจะเขียนแล้ว ก็ต้องเขียนให้ได้หนอ แต่เพื่อให้กระชับขึ้นขอลัดไปสิ่งที่ผมได้เรียนรู้สูงสุด (ของผม) ในการภาวนาครั้งนี้หนอ

1. แม้แต่จิตของคนคนเดียวยังแปรเปลี่ยนไปหลากหลายตามเหตุปัจจัยแวดล้อม ประมาณว่า เหตุปัจจัยแวดล้อมให้สงบก็สงบ เหตุปัจจัยแวดล้อมให้ฟุ้งก็ฟุ้งได้ ไม่เที่ยงเลยหนอ ... นับประสาอะไรจิตของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันไปเป็นธรรมดาหนอ นั่นหมายความว่า โอกาสที่เราจะสื่อสารกันด้วยคำพูดของจิตที่ต่างระดับนั้นไม่ง่ายเลย หนอ

2. ในเมื่อจิตไม่เที่ยง เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวตก เดี๋ยวตั้ง เอาอะไรแน่นอนไม่ได้ ____ เคล็ดวิชามันอยู่ตรงนี้เองหนอ แล้วไงต่อ ?

ภาวนา reset ครั้งนี้แปลกมาก เมื่อจิต "รู้" จิตแล้ว ผลน่าสนใจ คือ ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. จิตก็เริ่ม "ตั้ง" ขึ้นเรื่อย ๆ ตามการบ่มด้วยภาวนา จน ณ วันนี้ก็ยังไม่ "ตก" หนอ จะคอยดูว่า ความไม่เที่ยงของเจ้าจะอยู่ได้อีกกี่วันหนอ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บนเส้นทางธรรม



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

มันเป็นธรรมดาเช่นนั้นเอง เมื่อมองให้เห็นความเป็นธรรมดาแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดเกิด ไม่มีสิ่งใดตาย ไม่มีทุกข์ และก็ไม่มีผู้พ้นทุกข์ มีแต่ความเป็นเช่นนั้นเอง