หมอเขียว

 

คุณจุ๋มเล่าว่าเธอเป็นมะเร็งประมาณสี่ชนิด คนธรรมดาเป็น

มะเร็งอย่างเดียวก็จะแย่แล้ว เธอเป็นทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งกระดูกมะเร็งในมดลูก เข้าไปในตับในไต มีต่อมตามตัวโตเต็มไปหมด ต่อมน้ำเหลืองโตประมาณลูกมะนาว บางครั้งฉี่ออกมาเป็นเลือด เมื่อลูกมาถูกหน้าอก เจ็บมากๆ จนกระทั่งลูกบอกแม่ว่า แม่ไม่รัหนูแล้วหรือ  เพราะไม่ยอมให้ลูกมาถูกหน้าอก



เรื่องราวที่คุณจะอ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ผมได้สัมภาษณ์คุณจุ๋มสาวนักสู้ชาวนิวยอร์ควันนี้เอง ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมา
อาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่าน และคนป่วยจริงๆ ถ้าพิจารณาและทำตาม เพราะมีคนหายจากโรคมะเร็งกันก็เยอะแล้ว
 
ที่คุณติดตามบันทึกของผมที่เกี่ยวกับหมอเขียวมาในตอนต้นๆ ถ้าทำแค่นั้นคุณก็ต้องรอวันตาย คือตายสถานเดียว เพราะแค่จะกินมังสวิรัติ มันไม่พอครับ คนกินมังสวิรัติอย่างเดียวก็ตายมาแล้วจำนวนมาก
 
ตอนคุณจุ๋มไปเข้าค่ายหมอเขียวที่บ้านป่าสวนนาบุญ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ครั้งแรกนั้น สภาพปางตายต้องให้คนช่วยหิ้วเข้าไป ต้องเอาแม่และเพื่อนๆช่วย คุณจุ๋มเล่าว่าเธอปฏิบัติตามหมอเขียวสอนจริงๆ ทำไปก็คิดในใจว่า ถ้ามะเร็งไม่หายเธอก็ตายแน่ๆ
ไม่ใช่ทำกันเล่นๆ เธอทำแบบเอาชีวิตเข้าแลก เพราะเธอบอกว่าเธอยังตายไม่ได้ ลูกยังเล็กเกินไป
 
เธอพบความจริงว่า เธอจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเอง เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีแล้ว ร่างกายก็จะต่อสู้ป้องกันตัวเอง โรคก็จะหายหรือทุเลาลง อุณหภูมิภายในร่างกายโดยเฉพาะตับ ต้องอยู่ที่ ๓๗ องศา ตับจึงจะสร้างเม็ดเลือดขาวที่สมบูรณ์ เมื่อเม็ดเลือดขาวมีมากและเแข็งแรง เม็ดเลือดขาวก็จะไปสู้รบกับสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ
 
ตอนคุณจุ๋มอยู่ในค่ายเธอเห็นคนเจ็บเป็นมะเร็งเจ็บหนักจริงๆ มีทั้งเลือด น้ำไหลทะลักออกมาจากส่วนต่างๆของร่างกาย ตามแขนตามขา ทรวงอก ระบบขับถ่าย บางคนสู้ไม่ได้ก็ตายไป เธอตัดสินแล้วว่าจะสู้ไม่ยอมตายเด็ดขาด


มีกันเท่านี้เอง หมอเขียวและคณะวิทยากร

 

ตัวเธอเองก็แย่ เริ่มต้นด้วยรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล (น้ำใบย่านางพอเธอเล่าว่าภายในร่างกายเธอนั้นร้อนจริงๆ ตามมาด้วยกัวชา(ขูดพิษขูดทั้งตัวให้เพื่อนช่วยขูดให้ พวกวิทยากรที่คุณเห็นในรูปทั้งหมดนั้นก็มีกันเท่านนี้เอง เพราะเป็นอาสาสมัครกันทุกคน บางคนป่วยปางตายมาแล้ว เช่นคุณยุ้ยศิษย์รุ่นน้องชาวบัญชี คุณจุ๋มเล่าว่าคุณยุ้ยอาการหนักมาก มีโลหิตและน้ำไหลออกมาตามแขนตามขา พอปฏิบัติตาม
 
หมอเขียวอาการดีขึ้น ลาออกจากงาน มาตอบแทนบุญคุณคุณหมอเขียวด้วยการเป็นวิทยากรเต็มตัว ไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้ มีแต่ความเต็มใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเต็มไปด้วยความทุกข์ คุณยุ้ยคุยกับผมตอนอยู่ค่ายด้วยกัน สนิทกันมาก เธอบอกว่าอย่ารู้เลย เรื่องมันยาว นัดให้มาคุยกัน เธอบอกว่าดีพี่ ถ้าพี่จะกลับเมืองไทย เรามาออกค่ายช่วยกันนะพี่