ความคิดสร้างสรรค์กับครูยุคใหม่

        ในยุคปัจจุบันหรือในยุคสมัยนี้ "ครู" เข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นจำนวนมาก  เพราะครูต้องเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่เด็กๆที่ต้องการโอกาสทางการศึกษา  ต้องการหาสิ่งใหม่ๆเพื่อที่จะพัฒนาตนเอง  แต่อีกด้านหนึ่งของในยุคปัจจุนคือการเข้ามามีบทบาทของโลกออนไลน์  ซึ่งโลกออนไลน์ก็มีผลต่อการถ่ายทอดโอกาสการเรียนของเด็กๆได้  โลกออนไลน์เป็นสื่อทางสังคมเป็นช่องทางในยุคสมัยใหม่ต่อการพัฒนาทางด้านการถ่ายทอดเนื้อหาหรือบทสรุปในการเรียนได้เป็นอย่างดี  ซึ่งในยุคสมัยใหม่เป็นยุคทางด้านการใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงทางด้านสื่อ  ทางด้านวัตถุ  และทางด้านความคิด  ที่มีผลต่อการพัฒนาการถ่ายทอดความรู้เป็นการมุ่งเน้นถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลง

       ความคิดสร้างสรรค์(Creative Thinking)

       ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่ นอกจากลักษณะการคิดสร้างสรรค์ดังกล่าวนี้แล้ว ยังมีสามารถมองความคิดสร้างสรรค์ในหลาย ซึ่งอาจจะมองในแง่ที่เป็นกระบวนการคิดมากกว่าเนื้อหาการคิด โดยที่สามารถใช้ลักษณะการคิดสร้างสรรค์ในมิติที่กว้างขึ้น เช่นการมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ด้วย

       ในการพัฒนาสมองของผู้เรียน ให้ใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการจัดการเรียนการสอนนั้น ควรจัดอย่างสมดุล ให้มีการพัฒนาสมองทั้งสองซีกไปด้วยกัน ในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสมดุลในการคิด และคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เอนเอียงไปในหลักการเหตุผล มากเสียจนติดอยู่ในกรอบ ของความคิดแบบเดิม และไม่ใช่การคิดด้วยการใช้จินตนาการเพ้อฝันมากเกินไป จนไม่มีความสัมพันธ์กัน ระหว่างความฝัน กับความสมเหตุสมผล ซึ่งจะทำให้ไม่สมารถนำมาปฏิบัติให้เป็นจริงได้ ฉะนั้น จะเห็นได้ว่า การคิดสร้างสรรค์ จึงพึ่งพาทั้งสมองซีกซ้าย และขวาควบคู่กันไป                                                                                                

       ครูจะพัฒนาเด็กอย่างไรให้มีความคิดสร้างสรรค์

1.การบอกสิ่งที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง คือ การแสดงความคิดเห็น บ่งชี้ถึงสิ่งที่คลาดเคลื่อนจากความจริง ผิดปกติไปจากธรรมดาทั่วไป หรือสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์

2.การสร้างสิ่งใหม่จากโครงสร้างเดิม  คือ การฝึกให้นักศึกษารู้จักสร้างสิ่งใหม่ กฎเกณฑ์ใหม่ ความคิดใหม่ โดยอาศัยโครงสร้างเดิมหรือกฎเกณฑ์เดิมที่เคยมี แต่พยายามคิดพลิกแพลงให้ต่างไปจากเดิม

3.การพัฒนาตน คือ การฝึกให้รู้จักพิจารณาศึกษาดูความ ล้มเหลว ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แล้วหาประโยชน์จากความผิดพลาดนั้นหรือข้อบกพร่องของตนเองและผู้อื่น ทั้งนี้ใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนนำไปสู่ความ-สำเร็จ

       ดั้งนั้นห้องเรียนในศตรรษที่ 21  จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนไปสู่ยุคโลกาภิวัฒน์  เพื่อพัฒนาการเรียนนอกห้องเรียน  เพื่อหารข้อเท็จจริงในเรื่องที่ต้องการศึกษา