คำศัพท์ภาษาสันสกฤตที่นำมาใช้ในภาษาไทยมีหลายคำที่ดูซับซ้อน เพราะสร้างจากการเติมเสียงตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง ดูยืดยาว แต่คำเหล่านี้เมื่อมีด้วยกันหลายคำ เราจึงเห็นลักษณะที่คล้ายคลึงกัน พอจะจัดเป็นกลุ่ม เป็นพวกได้

คำศัพท์จำพวกที่จะนำมาเล่าในคราวนี้ ขอเรียกว่า พวกที่เติม “อนีย” ก็แล้วกัน

        ศัพท์เหล่านี้ เมื่อเติม อนีย แล้ว ในภาษาไทย อาจจะใส่การันต์ที่ ย เช่น รมณีย์ เสาวนีย์ ไปรษณีย์ พจนีย์ ศันสนีย์ หรือไม่ก็นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของคำประสม (เรียกว่าสมาส) โดยยังคง ย เอาไว้ เช่น ปูชนียบุคคล สัมโมทนียกถา กรณียกิจ อย่างนี้

        คำที่เติม อนีย จะมีความหมายว่า “ควรทำ, พึงทำ” เมื่อใช้เรียกสิ่งใด/ผู้ใด ก็หมายความว่า สิ่งนั้น/ผู้นั้น ควร/พึง “ถูก” กระทำ เช่น ปูชฺ แปลว่า บูชา เติม อนีย เป็น ปูชนีย แปลว่า (สิ่ง/ผู้) ที่ควรถูกบูชา นี่เป็นการแปลแบบตรงๆ เพื่อให้เข้าใจตัวศัพท์ 

        เหตุที่ต้องมีคำว่า “ถูก” ก็เพราะสิ่งนั้น/ผู้นั้น มิได้กระทำกริยาด้วยตนเอง  แต่โดยทั่วไป เราเรียกตามความสะดวก และเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องมีคำว่า “ถูก”

 

        คำศัพท์ที่เติม –อนีย ที่นำมาใช้ในภาษาไทย มีดังนี้

กรณีย      ที่ควรกระทำ           กฺฤ (ทำ) +อนีย (แปลง กฺฤ เป็น กรฺ, แปลง น เป็น ณ ตามอิทธิพลของ ร ข้างหน้า)

ทรรศนีย   ที่ควรมอง            ทฺฤศฺ (ดู) + อนีย (แปลง ทฺฤศ เป็น ทรฺศฺ) (ในภาษาไทยใช้รูป ทัศนีย มากกว่า)

ปูชนีย      ที่ควรบูชา               ปูชฺ (บูชา)              

ไปรษณีย  ที่ควรส่ง                 ปฺร+อิษฺ (ส่ง) เป็น เปฺรษณีย (แปลง เอ เป็น ไอ)

พจนีย      ที่ควรพูด                วจฺ (พูด)  เสียง ว และ พ สลับกันได้

โภชนีย     ที่น่ากิน(อาหาร)      ภุชฺ (กิน) แปลง อุ เป็น โอ

มัทนีย      ที่น่าหลงใหล           มทฺ (เมา, หลงใหล)

รมณีย      ที่น่าเพลิดเพลิน       รมฺ (เพลิดเพลิน)

ศรวณีย์     ที่น่าฟัง, ควรฟัง      ศฺรุ (ฟัง)  คำนี้ (ตรงกับศัพท์บาลี สวนีย์ หรือ เสาวนีย์ จากธาตุ สุ ในภาษาบาลี)

ศันสนีย    ที่น่าสรรเสริญ         ศํสฺ (สรรเสริญ)

ศาสนีย      ที่น่าสั่งสอน          ศาสฺ (สอน, ปกครอง)

สัมโมทนีย  ที่น่ายินดี              สํ+มุทฺ (ยินดี) แปลง อุ เป็น โอ

 

        [ต่อไปนี้เป็นเรื่องไวยากรณ์]

        คำว่า “อนีย” นี้ ตามหลักภาษาสันสกฤตถือว่าเป็น ปัจจัย เพราะไม่ได้เป็นคำศัพท์ที่จะนำมาใช้จริงๆ แต่ต้องนำไปเติมเข้ากับคำอื่น คำที่เป็นแกนให้เติม คือ ธาตุ ศัพท์ที่ได้นั้นมี “ความหมาย” เสมือนเป็นกริยา แต่เมื่อนำไปใช้จะต้องนำไปแจก “รูป” อย่างคำนามเสียก่อน ส่วนการนำมาใช้ในภาษาไทย เรานำรูปสำเร็จมาใช้โดยไม่ต้องแจกรูปอีก 

        ความจริงแล้วในตำราไวยากรณ์สันสกฤตบอกว่า ปัจจัยตัวนี้คือ “อนียรฺ” (เมื่อนำมาใช้จะเหลือแค่ อนีย) ซึ่งมีรูปย่อยอีกสองรูป คือ “ย” และ “ตวฺย” แต่สองรูปหลังไม่ค่อยเห็นในภาษาไทย

        ปัจจัย อนีย นี้ มีใช้ในภาษาบาลีเช่นเดียวกัน ศัพท์ที่ยกมาหลายคำจึงพบในภาษาบาลีด้วย