อยากเห็นหมอ พยาบาล ออกมาตอบโต้กันมากๆ แต่สังคมไทย ขนาดหมอซึ่งจัดเป็นยอดปิรามิดยังไม่กล้า หรือไม่สนใจ

ผมได้เคยตั้งทฤษฏีไว้ว่ากินน้ำมากวันละ 8-10 แก้วตามที่หมอไทยไปลอกทฤษฎีฝรั่งมาบังคับให้เราท่องในวิชาสุขศึกษาแต่เด็กๆ จะทำให้ไตวายเร็ว โดยผมคำนวณให้เห็นว่าเราคนไทยควรดื่มน้ำวันละเพียง 1-2 แก้วเท่านั้น

 

ผมนึกว่าล็อคจะถล่ม หมอทั่วประเทศคงออกมาเชือดผมแน่ๆ แ่ต่ปรากฎว่ามีคุณหมอเพียงสองสามท่านออกมาค้าน ..ก็ดีครับที่ช่วยแย้งให้เกิดความหลากหลาย

 

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/454160

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/453844

 

 

แต่ผมว่าหมอก็ยังดำน้ำอยู่มาก (พูดตรงๆ)  ยังอ้อมแอ้มไม่ชัดเจน  และยังเกรงใจวิชาการฝรั่งมากไป ก็ยังยกอ้างทฤษฎีฝรั่งมาแย้งอีก ทั้งที่ผมกำลังบอกว่าเราใช้ทฤษฎีฝรั่งกับคนไทยไม่ได้ทั้งหมด   อีกทั้งผมว่าผมสาธยายเหตุผลได้น่าเชื่อมากเลย (ผมอ่านเองผมยังเคลิ้มเลย ทั้งที่เป็นคนเชื่อคนยากมาก แม้ตัวเอง  :-)))

 

วันนี้ผมจะขยายความจากไตวาย ไปยังมะเร็ง เบาหวาน และสารพัดโรคอื่นๆอีกด้วย  

 

สังเกตว่าวันนี้มะเร็งและเบาหวานกลายเป็นนักฆ่าระดับต้นๆของไทยไปแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอาหารเปื้อนสารพิษ (ที่กระทรวงสาธาฯไม่ค่อยเข้มข้นในการดูแล สงสัยพวกหมอนักบริหารมัวแต่ไปถือไม้กอล์ฟเดินตามนักการเืมือง)  ...  แต่อีกส่วนสำคัญผมว่ามาจากการกินน้ำมากเกินไป (ซึ่งผมได้คำนวณให้เห็นแล้วว่าคนไทยโดยเฉลี่ยควรกินน้ำวันละเพียง 1-2 แก้วเท่านั้น)

 

เพราะพอกินน้ำมากเกินไปก็ทำให้เลือดใสเกินไป  ดังนั้นเม็ดเลือดขาวก็เจือจาง ไดโพล (dipole) ซึ่งเป็น catalyst สำคัญในการทำปฏิกิริยาต่างๆ ก็เจือจาง   ถ้ามันเจือจางต่ำกว่าระดับออกฤทธิ์ ( threshold ) มันก็ไม่สามารถฆ่า หรือ ดูดซับ สารพิษ หรือ สารส่วนเกิน ออกจากเซลร่างกายได้

 

เช่น..พอมีเซ็ลแปลกปลอมเกิดขึ้น (ต้นกำเนิดเซ็ลมะเร็ง) เลือดก็ไม่ข้นพอที่จะกำจัดมันได้  มันก็เริ่มงอกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆก็ยิ่งแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระยะสุดท้าย   ก็มาถึงมีดหมอไทย ผ่าตัดกันเก่งจัง ฝีมือระดับโลกไปแล้ว

 

หรือ พอเซ็ลร่างกายมีระดับน้ำตาลสะสมมากเกิน ไดโพลก็ไม่ข้นพอที่จะช่วยเร่งปฏิกิริยาปรับน้ำตาลให้สมดุลได้  

 

โรคอื่นๆสารพัดโรคก็ทำนองเดียวกัน มันต่างต้องการความข้นของเลือดระดับหนึ่งเพื่อการต่อสู้เชื้อโรคด้วยกันทั้งสิ้น   ถ้าเลือดใสเกินไป ก็สู้มันไม่ได้หรอก   อุปมาดั่งการผสมยาฆ่าโรคพืชเขายังต้องมีการกำหนดความเข้มสารเลย ถ้าน้ำมากไปสารก็จาง ก็ไปฆ่าศัตรูพืชไม่ได้หรอก  พืชก็ตายในที่สุด

 อีกโรคสำคัญคือ โรคหัวใจ   พอเลือดใส สารอาหารในเลือดก็พลอยเจือจางด้วย ดังนั้นหัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดสารอาหารที่เจือจางกว่าปกติไปเลี้ยงร่างกายให้มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารเท่าเดิม  ดังนั้น หัวใจต้องเต้นเร็วและหรือแรงกว่าปกตินั่นเอง ดังนั้นหัวใจก็สึกหรอมากกว่าปกติ ...ก็ ตายไวกว่าปกติ แม้ไตอาจไม่วายก็ตามทีเถอะ

 

บทความท้าทายขนาดนี้ ไม่ได้มั่วนั่งเทียนเขียน  แต่มีเหตุผลประกอบน่าเชื่อถือ และกว่าจะกลั่นออกมาได้ ไม่ได้ง่ายๆนะหมอ  ถ้าพิสูจน์ได้ตามที่ว่ามา ..อาจถึงได้รางวัลโนเบลนะหมอ เพระมันสวนกระแสแบบสุดๆ  ..อย่าลืมสิ เมื่อก่อนคนเชื่อว่าโลกแบน รวมทั้งหมอด้วย 

 

 อยากเห็นหมอ พยาบาล ออกมาตอบโต้กันมากๆ   แต่สังคมไทย ขนาดหมอซึ่งจัดเป็นยอดปิรามิดยังไม่กล้า  หรือไม่สนใจ   แล้วจะให้ฐานรากหญ้าเสื้อแดงเข้าใจความยอกย้อนฉ้อฉลในสังคม  และประเทศชาติเจริญ ผมว่ายาก

 

...คนถางทาง (๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕)