วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์ ของ นศ. ญี่ปุ่น ม. โตเกียว ทำการขุดคุ้ยเรื่องที่สยาม (ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) จะส่งทหารไปบุกญี่ปุ่น เพื่อช่วยจีนและเกาหลีในการสงครามกับญี่ปุ่น แต่ข้าหลวงจีนทัดทานไว้โดยให้เหตุผลหลายข้อ ข้อที่สามคือ...
๓. สยามเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ญี่ปุ่น ถ้าเป็นการรบในทะเลแล้วญี่ปุ่นสู้สยามไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการรบบนบกสยามสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ หากกองทัพของสยามเพลี่ยงพล้ำญี่ปุ่น มาขอความช่วยเหลือจากเรา (หมายถึงจีน) แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา สยามอาจจะกลายเป็นปฏิปักษ์กับเราก่อนที่จะชนะญี่ปุ่น
(ตัดตอนมาจากบทความใน มติชนออนไลน์http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338010942&grpid=&catid=53&subcatid=5300)
ผมมาสะดุดอยู่ที่ทหารสยามมีการรบทางทะเลเก่งกาจกว่าญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเกาะเจียวหรือ ....วาว แสดงว่าในช่วงนั้นเราเดินเรือเก่งมาก และคงมีปืนใหญ่เรือที่มีอานุภาพสูงกว่ากองเรือญี่ปุ่นเป็นแน่ (การปืนเล็กเราสมัยนั้นก็ดีมาก ยิงข้ามแม่น้ำสะโตงยังแม่นเลยไม่ใช่หรือ)
ซึ่งผมเคยสงสัยว่ากรณีที่สยามยกกองทัพเรือไปบุกพม่านั้นเดินทัพด้วยเท้าไปที่ระนอง แล้วต่อเรือที่นั่นไปยังพม่า หรือเดินเรือจากอยุธยาอ้อมแหลม มาลายู บัดนี้หมดข้อสงสัยแล้ว ..คงเดินเรือจากอยุธยาเป็นแน่
ตกมาถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ที่ผมเคยเล่าว่าสยามต่อเรือใหญ่บรรทุกช้างได้ถึง ๕๐ เชือก การค้าขายทางเรือเจริญสุดขีด
แสดงว่าในสมัยโน้นเทคโนโลยีเรา ไม่ได้ด้อยกว่ายุโรปเลย เพราะสมัยโน้นก็มีเรือ การเดินเรือ กับปืนใหญ่ เท่านั้นแหละที่เป็นเทคโนโลยีสูงสุด
มันจึงน่าศึกษาเชิงประวัติศาสตร์มากๆ ว่าทำไมประเทศไทยจึงหยุดการพัฒนาอยู่เพียงแค่นั้น ไม่ก้าวล้ำหน้าต่อไปเหมือนยุโรป สหรัฐ และ ญี่ปุ่น
ผมมีความเห็นดังนี้
กษัตริย์สยามไม่นิยมเลี้ยงนักปราชญ์ นิยมแต่เลี้ยงกวี และ พระ ฐานทางวิชาการจึงไม่มี แม้ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์เรายังไม่มีโรงเรียนมัธยมเพื่อศึกษาวิชาการทางโลกเลย ในขณะที่กษัตริย์ยุโรปเช่น อังกฤษก่อตั้ง Academy of science กันเป็นทิวแถว เริ่มที่อังกฤษ (Royal society คศ. 1645) ต่อมาฝรั่งเศส (คศ. 1666 ..สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔) พระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซียปลอมพระองค์ไปศึกษาวิชาต่อเรือในยุโรปก็เอามาเลียนแบบตั้ง Russian academy of science เมื่อ 1724 ทำให้รัสเซียแปรสภาพจาก barbarian มาเป็นมหาอำนาจได้ในเวลาเพียง ๓๐ ปีเท่านั้น
นี่ถ้าทูตสยามของเราที่ไปเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ (คศ. 1681) ไปดูงานดีๆ แล้วเอาแนวคิดนี้มาก่อตั้งที่สยามบ้าง ป่านนี้เราอาจเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกไปแล้วก็ได้ เพราะเรามีฐานที่ดีมากอยู่แล้ว
...คนถางทาง
(๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕)
I recalled a story about Siam's port of Tavoy (now in Myanmar) by someone who claimed came from a Mon timber boat building family. He told me of boat building gangs (teams) went up the forest north of Tavoy to cut down trees, build 50-60-man long boats for use to land assault troops. Many boats were (are?) still hidden in caves because the moonsoon exxpected then didn't come in time and the boats were too heavy (the timber was still green - not dry enough) for the men to carry down to the coast.
I'd love to investigate that but I don't fancy spending years on the mountains looking for wooden boats built some 400 years ago. They would tell us how good the boat building skills were back then.
China has a boat building site and a onced-dense forest to prove that Chinese could build ocean going 'sampans' >50 meter long. Timber boats that size need 'extreme' carpentry and joinery to withstand the rolling waves.
Thais had contacts and seen example of sampans back in Sukhothai. Did Thais build boat along the same engineering principle of Chinese boat builders?
Very interesting area to explore.
ถ้าขอมนครวัดคือสยามจริงดังที่ผมได้พยายามพิสูจน์ไว้ ก็แสดงว่าสยามแล่นเรือไปเมืองจีนได้แต่ก่อนสุโขทัยหลายร้อยปีครับ มีบันทึกไว้อยู่ในเรื่องนี้