เช้าธรรมดาวันหนึ่งในต้นเดือนมิถุนายน 2555 ...หญิงสาวที่ธรรมดาคนหนึ่งเปี่ยมด้วยความฝัน...มีครอบครัวแสนอบอุ่น และสมบูรณ์เหลือเกิน....อยู่ในความรักของสามี และลูกสาวคนโต “เนปาล” และลูกชายคนเล็ก “ธิเบต”
ชีวิตการแต่งงาน...และจะครบรอบ 13 ปีในกลางเดือนนี้เช่นกัน...ผ่านการเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา...เธอรับรู้ว่า เป็นชีวิตคู่และครอบครัวที่ลงตัว...และรู้สึกว่า ตนเองโชคดี และขอบคุณกับสิ่งที่ได้รับในทุกๆ วัน
เวลาสามโมงเช้ากว่าๆ ...เธอได้รับโทรศัพท์...และเป็นประโยคที่ทำให้เธอรู้สึกราวว่า ร่างได้ถูกกระโชกเครื่องในออกไป เหมือนไก่ที่ถูกถอดกระดูก
One Dead …One O.K. …
แน่นอนเธอมั่นใจกับคำตอบว่า สามีของเธอ คือ One Dead…
ถึงแม้ว่า...เธอและสามี จะไม่ได้ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่า จะแก่เฒ่าตายด้วยกัน....และเตรียมพร้อมสำหรับการตายอันเป็นเรื่องปกติของชีวิตมนุษย์…เรื่องปกติที่มีความทุกข์หมุนรอบตัว...กับการพลัดพรากกับคนที่เรารักจากไป
...แต่สิ่งหนึ่งที่เธอลืม คือ การที่ไม่ได้เตรียมว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน
สามีของเธอเป็นโปรดิวเซอร์สร้างผลงานให้กับศิลปินมากมาย...ปัจจุบันกำลังผลิตรายการ “รอยเท้า ความฝัน ผู้คน ดนตรี”
ซึ่งเป็นรายการที่สามีและเธอร่วมกันผลิตกันเอง....แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ไปด้วย เพราะต้องการอยู่ดูแลลูกก่อนเปิดเทอม
การล่ำลาครั้งสุดท้าย...กอดกันอย่างปกติเหมือนทุกๆ วัน...ซึ่งถ้ารู้ก่อนล่วงหน้าเธอจะกอดให้นานกว่านี้
งานครั้งนี้ไปถ่ายทำที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์พุทธชยันตี...เจ้าชายที่มีชีวิตธรรมดา...แต่มีบุญญาธิการแห่งการพ้นทุกข์
เมื่อคนขับรถง่วงนอน...ทำให้สามี และเพื่อน ที่นั่งไปด้วย เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับหัวสะพาน ก่อนที่จะถึงพุทธคยาที่แทบจะมองเห็น....
เธอรู้สึกช๊อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...โชคดีที่รู้สึกว่า ตนเองจะไม่ไหว จึงโทรศัพท์หากัลยาณมิตร...ทำให้การประสานงาน...การนำศพสามีไปไหว้พระพุทธเจ้าที่พุทธคยาตามใจประสงค์...การนำร่างที่สมบูรณ์กลับมาประเทศไทย...และการจัดงานศพที่ลุล่วงด้วยดี
แต่สิ่งที่หนักใจสำหรับเธอนอกจาก นอกเหนือการเรียนรู้ถึงความตายในเวลาสั้น คือ การบอกลูกทั้งสองคนว่า พ่อเสียชีวิตแล้ว... แต่ในความหนักใจนั้นเธอกลับได้กำลังใจและให้แรงบันดาลใจจากลูก...วัยเด็ก...ที่มีพลัง และความเข้มแข็งเหนือกว่า...เพราะใจที่ยังไม่ปรุงแต่ง….หัวใจของลูกก็มีความทุกข์ แต่ลูกก็เลือกที่จะไม่ทุกข์ และปลุกพลังให้แม่ลุกขึ้นเดินต่อไป
จุดจบ...สู้จุดเริ่มต้น
เธอมีชีวิตต่อไปด้วยความคิดที่ว่า สามีรักเธอ...เธอรักสามี...เธอไม่อยากให้สามีเศร้า …เพราะสามีสูญเสียเธอ และลูก รวมถึงสามคน…แต่เธอและลูก สูญเสียเขาไปคนเดียวเท่านั้น
จึงทำให้ชีวิตของเธอและลูกมีความสุขกับชีวิตที่เหลือ...ถึงแม้จะยังคงคิดถึงสามี
ด้วยการทานข้าวที่ร้านอาหารที่เคยไปทานด้วยกัน...ตั้งแก้ว..และเคี้ยวข้าวเผื่อสามี…เธอและลูกสวมเสื้อที่สามีใส่เป็นประจำเข้านอน
เธอได้แต่งเพลง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก เพราะเป็นอาชีพของเธออยู่แล้ว
ให้กับการจากไปของสามี ชื่อว่า “รื่นรมย์”
เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอใหม่ของบทเพลงแห่งความตายที่มีแต่ความโศกเศร้า
เปลี่ยนมุมมองให้กลับกัน...ใช้วินาทีให้มีค่า...และโอกาส...ยิ้มทุกวันเมื่ออยู่คนเดียว
ผมได้บทเรียนจากชีวิตที่งดงามและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
จาก “เธอ” หรือคุณเจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธน ...ผู้เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง...เพลงที่ผมชอบและจดจำได้มากที่สุด คือ “เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม....กับความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่...กับการจากไป...ของสามี....คุณกบ นิมิตร
ความตายที่ทุกคนไม่สามารถหลีกพ้น...เป็นทุกข์ที่ยากจะพ้นผ่าน
บางครั้งเรามองว่า...ความตายเป็นเรื่องไกลตัว...แต่บางครั้งเราก็กลับมองว่ามันใกล้ตัว...ที่เหมือนฝ่ามือ...คว่ำตาย...หงายเป็น
ในช่วงเวลาเลวร้าย จะมีอะไรซ่อนอยู่..ถ้าเราหามันให้เจอ...เข้าใจ และดำเนินชีวิตต่อไป....ด้วยความตระหนักรู้คุณค่าของชีวิต และไม่พลาดคุณค่าแห่งเวลาความสุข และความทุกข์
สิ่งดีดี.... จะหมุนรอบตัวเราเสมอๆ ถ้าเราเรียนรู้ที่จะรื่นรมย์ และตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต...

คุณเจี๊ยบเข้มแข็งมากค่ะ One dead..One OK หนึ่งคนที่จากไป ทำให้ หนึ่งคนที่ยังอยู่ ได้เติบโตเข้มแข็ง และเห็นคุณค่า ความรื่นมย์ของลมหายใจที่มีอยู่
ไม่เห็นกันแม้ห่างไกลใจคิดถึง
สุดคะนึงตรึงจิตแล้วใจหาย
คู่ชีวากายจากจิตสบาย
ธรรมมากมายรักษาจิตยามเห็นธรรม
"ความตายที่ทุกคนไม่สามารถหลีกพ้น...เป็นทุกข์ที่ยากจะพ้นผ่าน"
"ในช่วงเวลาเลวร้าย จะมีอะไรซ่อนอยู่..ถ้าเราหามันให้เจอ...เข้าใจ และดำเนินชีวิตต่อไป....ด้วยความตระหนักรู้คุณค่าของชีวิต และไม่พลาดคุณค่าแห่งเวลาความสุข และความทุกข์"
ขอให้กำลังใจครับ..ผมเชื่อว่าไม่มีวันลืมและเป็นกำลังใจการดำเนินชีวิตที่เหลือให้อยู่ต่อไปด้วยสติที่มีความสุข
หากว่าเราพยายาม "ฝึกตายก่อนตาย" เราจะไม่เจ็บปวดกับการจากลา อย่างไม่มีวันได้พบรูปกายนี้อีก...
มันทำให้เราตื่นรู้...อยู่ตลอดเวลาว่า ... เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย
...
คุณหมอบรรยายได้น่าอ่านมากค่ะ ทั้งเศร้าทั้งสุขปนกัน เพลงเพราะมากๆๆๆ :)
ผมได้เพียงฟังข่าว อ่านที่ กทน.คูณหมอทิมดาบเล่าแล้ว
สุดปลื้มกับคุณแม่ และคุณลูกของครอบครัวนี้ ที่เข้าใจชีวิต "......หัวใจของลูกก็มีความทุกข์ แต่ลูกก็เลือกที่จะไม่ทุกข์ และปลุกพลังให้แม่ลุกขึ้นเดินต่อไป....."
"......จุดจบ...สู้จุดเริ่มต้น เธอมีชีวิตต่อไปด้วยความคิดที่ว่า สามีรักเธอ...เธอรักสามี... เธอไม่อยากให้สามีเศร้าเพราะสามีสูญเสียเธอ และลูก รวมถึงสามคน…แต่เธอและลูก สูญเสียเขาไปคนเดียวเท่านั้น....."
เป็นการเข้าถึง เข้าใจชีวิต และพัฒนาตน และลูก ให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้
ความเอื้ออาทรต่อชีวิต ที่ กทน.คุณหมอทิมดาบกรุณาหยิบยกกันมาให้อ่าน ก็เป็นความเข้าใจ ในชีวิต และปรารถนาดีต่อชชีวิตอื่น ๆ ที่ต้องขอคารวะท่านครับ
สามีสูญเสียเธอและลูก รวมถึงสามคน.. แต่เธอและลูก สูญเสียเขาไปคนเดียวเท่านั้น.. เป็นตัวอย่างที่ดี ในเรื่องมุมมอง มองต่างมุมค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณเจี๊ยบและลูกๆด้วยนะค่ะ. เกิด แก่ เจ็บ ตาย มีทุกครอบครัว ขอให้คุณเจี๊ยบเข้มแข็งเร็วๆนะค่ะ จะสนับสนุนผลงานคุณเจี๊ยบทุกอย่างเลยค่ะ. สู้ๆนะค่ะ
อยู่เย็นเป็นสุข