เป็นงานเขียนใน"วิทยาจารย์"(คุรุสภา) เป็นนิตยสารที่ไม่ไ้ด้วางจำหน่ายในท้องตลาด ขอนำมาเผยแพร่ครับ อาจจะเป็นประโยชน์ทางการศึกษาบ้างไม่มากก็น้อย-(ขอสละสิทธิ์ในการรับรางวัลใดๆ ครับเพราะเป็นงานที่พิมพ์เผยแพร่แล้ว--ปณิธิ)

บันทึกถึงดวงดาว 3

กระท่อมดาริกา

น้องดาวที่รัก

 เมื่อไม่นานมานี้ พี่มีโอกาสไปเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการสอนภาษาไทย    ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง มีเรื่องหนึ่งที่พี่เล่าก็คือการสอนเรื่องไตรยางศ์  ก็อักษรสูง กลาง ต่ำ  นั่นแหละ   ถ้าพูดเรื่องนี้ เราจะนึกถึงอักษรกลางเป็นอันดับแรก   เพราะคุณครูที่สอนเรามา ก็จะบังคับให้ท่อง

“ไก่  จิก เด็ก ตาย เด็ก (เฎ็ก) ตาย (ฏาย) บน ปาก โอ่ง”  ทุกที

 พี่ให้ข้อสังเกตกับนักศึกษาว่า  น่าสงสารเด็กที่ต้องมาตายเพราะไก่จิกและไม่ใช่ตายธรรมดา ตายบนปากโอ่งอีกต่างหาก อะไร ๆ  ผู้ใหญ่ก็ให้เด็กรับกรรมทุกที บางโรงเรียน (หรือหลายโรงเรียน)  ตอนเช้าต้อนนักเรียนเข้าแถว  หน้าหนาวก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ถ้าหน้าร้อนละก็น่าสงสารมาก บางทีต้องยืนฟังครูอบรมเป็นยี่สิบสามสิบนาที       บางวันก็ต้องฟัง “เทศน์”  อย่างจำใจ  เท่าที่พี่สังเกต นักเรียนที่มาเข้าแถวส่วนใหญ่เป็นเด็กดี มีความรับผิดชอบ แต่คนที่ครูกำลังบ่นกำลังว่าอยู่น่ะ  ยังมาไม่ถึงโรงเรียนหรือไม่มาเลย

       จบจากเข้าแถว ก็ถูกต้อนเข้าห้องอีกเกือบทั้งวัน  ยกเว้นเวลาพัก “ดื่มน้ำ-ปัสสาวะ”  หรือเวลารับประทานอาหารกลางวัน   ดูเหมือนว่าการเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้าจะเป็นยาหม้อใหญ่ของครูและนักเรียนไปเสียแล้ว พี่กำลังคิดว่าครูน่าจะจัดกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ให้นักเรียนมาเล่นกีตาร์ ร้องเพลง  เล่านิทาน  เล่าเรื่องตลก ๆ หรือสาระความรู้ สลับกันไปทุกเช้า น่าจะดีกว่ากิจกรรม “บ่นและด่า” นะน้องดาว

อ้อ ! มีกิจกรรมหนึ่งที่กลุ่มสาระฯ ภาษาไทยต้องจัดทุกปีคือ กิจกรรม “วันสุนทรภู่” ซึ่งส่วนใหญ่มักจะจัดไปในทำนองเดียวกัน เช่น   จัดป้ายนิเทศ ประกวดแต่งกลอน ประกวดวาดภาพ ประกวดอ่านทำนองเสนาะ  ประกวดแต่งตัวละคร หรือกิจกรรมบนเวทีที่เกี่ยวเนื่องกับ “สุนทรภู่”  แต่มีกิจกรรมหนึ่งที่พี่ขอเสนอแนะน้องดาวว่าควรจัดให้นักเรียนทั้งโรงเรียนได้มีส่วนร่วมก็คือ

“ส่ง SMS ถึงสุนทรภู่”

            น้องดาวคงสงสัยว่าทำอย่างไร พี่จะเล่าให้ฟัง

            ก่อนถึงวันสุนทรภู่ พี่จะประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนทราบว่า ตอนนี้พี่ได้เบอร์โทรศัพท์ของท่านสุนทรภู่แล้ว (นักเรียนรู้ว่าครูหลอก  แต่ก็ชอบ เพราะโทรศัพท์เป็นเรื่องใกล้ตัวเขามากที่สุด)    จากนั้นติดป้ายประชาสัมพันธ์  เมื่อถึงวันส่ง SMS ก็มอบหมายให้นักเรียนรุ่นพี่จัดเตรียมสถานที่  โต๊ะ  เก้าอี้ซุ้ม ปากกาและกระดาษที่จะเขียนข้อความส่งสิ่งสำคัญก็คือการส่ง SMS.....น้องดาวรู้ไหมว่าส่งอย่างไร

            พี่ให้นักเรียนนำเชือกฟางมามัดติดกับต้นไม้ หลาย ๆ เส้น เมื่อนักเรียนเขียนเสร็จก็นำมาติดกับเชือกฟางเป็นแถบ ๆ เป็นริ้ว ๆ  จากนั้นก็เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้เข้ามาอ่านตลอดทั้งวันทั้งนี้พี่กำหนดกติกาว่า  นักเรียนที่จะส่งต้องตอบคำถามในกระดาษ SMS  เกี่ยวกับ “สุนทรภู่” ให้ถูกต้องก่อน โดยคำตอบนั้นอยู่ที่บอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติและผลงานของสุนทรภู่ที่ให้นักเรียนจัดไว้ล่วงหน้านั่นเอง แล้ววันต่อมาพี่กับครูในกลุ่มสาระก็คัดเลือก SMS ที่เด่น ๆ เช่น ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง เขียนได้สนุกสนาน หรือมีความคิดสร้างสรรค์ มอบรางวัลตอนเช้าหลังเคารพธงชาติต่อไป

            นอกจากนี้ ผลพลอยได้ (ที่สำคัญมาก) จากการตรวจผลงานการเขียน  SMS  ของนักเรียน ก็คือพี่รู้ว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังสะกดคำผิดอยู่มาก รูปประโยคไม่ถูกต้อง ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่ที่สำคัญก็คือ พี่ได้ทำกิจกรรมนี้บรรลุจุดประสงค์แล้ว ดังนี้

๑.     นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมวันสุนทรภู่ และได้รับความรู้เพิ่มขึ้น

๒.   นักเรียนได้ทักษะการคิดการเขียนเพิ่มขึ้น

๓.    นักเรียนได้เรียนและทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ทุกระดับชั้นอย่างมีความสุข

น้องดาวลองดูภาพที่ฝากมาให้ดูต่อไปนี้ก็ได้

ตัวอย่าง SMS ที่ส่งถึง “สุนทรภู่”

สวัสดีค่ะ คุณสุนทรภู่ ดิฉันหฤทัย

คุณสุนทรภู่สบายดีหรือป่าว (เปล่า) คะ ดิฉันขอให้คุณสุนทรภู่แข็งแรงนะคะ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรทั้งนั้น...

บ๊าย บาย....

จาก หฤทัย น่วมแช่ม ม.๓/๔

 

Hi คุณสุนทรภู่ อยู่ที่โน่นสบายดีป่าว (หรือเปล่า) ได้ข่าวว่าพระอภัยมณีเปลี่ยนจากเป่าปี่เป็นเป่าฟลุตแล้ว

ฝากความคิดถึงให้กับนางเงือกด้วย เพิ่งอ่าน Hi5 ของเธอมา คิดถึงเน้อ ฮิ

(คนระยองจ้า...)

จาก วรวุฒิ  หมีนิ่ม ม.๓/๓

 

น้องดาวลองนำไปใช้ได้เลยนะ ใช้กับกิจกรรมอื่นๆ ก็ได้ รับรองว่าได้ผลดีจริง ๆ

            กลับมาที่เรื่องการสอนไตรยางศ์  ที่นักเรียนระดับประถมฯ และมัธยม ฯ จะต้องรู้ เข้าใจและนำไปใช้ เพราะเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาไทยอีกหลายเรื่อง  เช่น การผันวรรณยุกต์  มาตราสะกด การแต่งโคลงหรือร่าย คำเป็น คำตาย เป็นต้น  พี่เล่าให้นักศึกษาฟังว่า    พี่ให้นักเรียนวาดรูปภูเขา ทะเลและท้องฟ้า      แล้วเขียนตัวอักษรในตำแหน่งของกลุ่มพยัญชนะทั้ง ๓ กลุ่ม คือ  อักษรกลางเขียนที่บริเวณภูเขาหรือพื้นดิน อักษรสูงเขียนบนท้องฟ้า และอักษรต่ำเขียนที่ทะเล   ดังรูปที่พี่แนบมาให้ดูนี้

 

สำหรับรูปที่ให้นักเรียนวาด ก็ใช้วิธีการง่าย ๆ คือ

๑.  ตีกรอบสี่เหลี่ยม ประมาณ ๕ นิ้ว คูณ ๖ นิ้ว หรือมากน้อยกว่านี้ หรือไม่ตีกรอบก็ได้

๒. ใช้ดินสอจุดตำแหน่งที่แบ่งครึ่งด้วยสายตาทั้งซ้ายและขวามือ ของกรอบสี่เหลี่ยม  แล้วลากเส้นเชื่อมจุดทั้งสอง

 ๓. เขียนส่วนโค้งที่เป็นยอดเขา (อาจวาดพื้นดินเพิ่มเติมได้) กินเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของส่วนที่เป็นท้องฟ้า

๔. ระบายสีทะเล ภูเขาและท้องฟ้าพร้อมตกแต่งต้นไม้  กระท่อม  เรือ  เมฆหรือนกตามต้องการ ควรใช้สีน้ำหรือสีไม้ระบายบาง ๆ เพื่อสะดวกในการเขียนตัวพยัญชนะทับลงไป

 ๕. จากนั้นใช้ปากกาหรือดินสอเขียนอักษรต่ำที่ทะเล   อักษรกลางที่พื้นดินและภูเขา  และอักษรสูงที่ท้องฟ้าให้ครบถ้วนถูกต้อง

กิจกรรมนี้ พี่ให้นักเรียนชั้น ม.๑ ทำ   ปรากฏว่านักเรียนทำอย่างมีความสุข   ภาพที่ออกมาแม้จะไม่เหมือนจริง แต่ก็งดงามตามความคิดและจินตนาการในวัยของเขา แต่ที่สำคัญเขาอาจไม่รู้ว่าเขากำลังจดจำอักษรสามหมู่ได้อย่างไม่รู้ตัว  น้องดาวอาจจะแย้งว่า ทำไมไม่สอนเรื่องความแตกต่างของพื้นเสียงของพยัญชนะแต่ละหมู่ล่ะ   พี่ก็จะบอกว่าพี่ต้องสอนแน่นอนในคาบต่อ ๆ ไป

หลังจากช่วยกันเฉลยและตรวจเสร็จแล้ว   พี่ลองให้นักเรียนออกมาเขียนอักษรสามหมู่ โดย  แบ่งกระดานเป็นสามส่วนแล้วให้นักเรียนช่วยกันออกมาเขียนให้ตรงตามหัวข้ออักษรสูง  กลาง   ต่ำ   โดยไม่ดูงานที่ทำไว้ ปรากฏว่านักเรียนเขียนได้ถูกต้อง    ขณะที่เขียนนักเรียนสามารถบอกกันได้ว่าช่องใดใครเขียนผิด แล้วช่วยกันแก้ไข โดยมีกติกาว่า ต้องเขียนอย่างน้อยคนละ ๑ ตัว

         พูดถึงเรื่องวาดรูป  น้องดาวคงต่อว่าพี่  ที่เคยรับปากว่าจะวาดรูปสีน้ำให้ พี่ยังไม่ลืม วันหนึ่งน้องดาวจะต้องได้เป็นเจ้าของแน่ ๆ  แต่วันนี้ อ่านกลอนไปพลาง ๆ ก่อนนะ  จำบทนี้ได้ไหม

  • นิยายของฉัน.............................เริ่ม ณ วันพบดาวสกาวแสง

กระพริบพริบพริ้งเพริศเจริดแจรง........หวังดาวดวงหนึ่งแต่งแต้มกลางทรวง

  • ดาวเอ๋ยดาวเดียรดาษเกลื่อนกลาดฟ้า..ฉันมิกล้าครอบครองของใครหวง

แต่ขอเถอะ ขอดาวเพียงหนึ่งดวง................ดาวอื่นปวงไม่ปองไม่ต้องการ

  • ขอเก็บดาวดวงหนึ่งตราตรึงจิต...............เพื่อลิขิตนิยายรักอักษรสาร

เก็บคำรักถักถ้อยร้อยดวงมาน................สร้างนิยายแสนหวาน ณ ม่านฟ้า… 

คิดว่า น้องดาวคงจำบทต่อไปได้ใช่ไหม ? หรือว่า.......ลืมไปแล้ว

 

รักและคิดถึง

พี่ดิน

 ....................................

(วิทยาจารย์ มิถุนายน 2553)