ความสุขที่เกิดจากการลองทำอะไรที่ไม่เคยทำของฉันเริ่มขึ้นในปีที่ผ่านมาค่ะ

เมื่อเพื่อนสมัยเรียนมัธยมชวนกันผ่านโลกสังคมออนไลน์ ให้ไปเที่ยวเชิงทัศนศึกษาด้วยกัน ไปแบบพักค้างคืนหนึ่ง ฉันตัดสินใจภายในวันสองวันว่า “น่าสนใจ ไปไป” จึงเป็นที่มาของกิจกรรมเดินเท้าเข้าป่าอันอุดมสมบูรณ์ ที่ผ่านการบำรุงดูแลอย่างเป็นระบบ ที่นี่คือ กิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ก่อนถึงยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ค่ะ


วันที่เราร่วมเดินทางไปนั้นเป็นวันหยุดธรรมดาๆ ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2554 ค่ะ สมาชิกที่เดินทางไปด้วยกันนั้นเป็นรุ่นเพื่อน พี่ๆ น้องๆ ร่วมโรงเรียนเดียวกัน โดยมีน้องหนิง-แหวว-อ้อย-ตู่ –แป๋มและครอบครัว เป็นทีมดูแลรุ่นพี่ๆ สามสาวและหนึ่งชายหนุ่มเป็นอย่างดี แอบได้ยินน้องๆ คุยกันว่าพวกพี่ๆ เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการเดินทางท่องป่าครั้งนี้ด้วยค่ะ น้องๆ จัดแจงทั้งอาหารการกินอิ่มอร่อย ที่พักผ่อนนอนหลับเยี่ยมยอด (บ้านพักกรมป่าไม้) เราไปกันครบสิบสอง เท่ากับหนึ่งโหลพอดี เลยเป็นที่มาชื่อบันทึกนี้ >>เที่ยวยก(คนไปหนึ่ง)โหลทัวร์กิ่วแม่ปาน<< ค่ะ
สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ หากท่องอินเทอร์เน็ตผ่านคำค้น “กิ่วแม่ปาน” เราจะพบว่าใครๆ ก็ไปเที่ยว ใครๆ ไปแล้วก็กลับมาเขียนเล่าเรื่องราวที่ได้ไปมากมาย พร้อมมุมมองผ่านเลนส์ดิจิตอลที่สวยงามเยอะแยะไปหมด นับเป็นสิ่งที่ดีค่ะที่กลับมาชักชวนให้คนที่ยังไม่เคยไป คนที่ไม่เคยรู้ว่าเมืองไทยมีธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้อยู่ที่ไหน แล้วอยากไปบ้าง จะไปกันได้อย่างไร วันนี้ฉันเองขอทำหน้าที่นั้นด้วยคนนะคะ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ไปและกลับมาเล่าความสุขจากการไปบนพื้นฐานได้ทำอะไรที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน (แม้ว่าจะเล่าช้าไปตั้งหนึ่งปีพอดีเลย)

ก่อนเริ่มต้นการเดินทาง น้องๆ จะทำหน้าที่ราวกับทีมงานฝ่ายวิชาการผสมปนเปทีมฝ่ายสวัสดิการกันค่ะ ด้วยการส่งข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ตั้งแต่การเตรียมตัว การแต่งกาย ข้อมูลให้ศึกษาล่วงหน้าว่าเราจะได้พบเจออะไรบ้างระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะน้องหนิงจะเพิ่มหน้าที่ให้ตัวเองเป็นผู้ประสานงานอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทางตลอดทริปจนเป็นที่ประทับจิตของพี่ๆ ที่นำมาเล่าและยั่วยุให้ใครๆ ในสังคมเครือข่ายที่ไม่ได้ไปด้วย เกิดความอยากที่จะไปบ้าง แต่โปรเจคเที่ยวทริปเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งต้องรอให้มีการเปิดป่าค่ะ เพราะว่า อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จะปิดเส้นทางนี้เพื่อปรับปรุงให้ป่าฟื้นตัวจากการรบกวนของมนุษย์ ในช่วงเดือน มิถุนายน-ตุลาคม ของทุกปี
ข้อมูลประกอบการศึกษาธรรมชาติ ณ กิ่วแม่ปาน


“กิ่ว” คืออะไรคะ?
พจนานุกรมไทยบอกเราว่า กิ่วเป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง คอดมาก, เล็กตอนกลาง, เช่น คอกิ่ว ท้องกิ่ว หางกิ่ว; (ถิ่น-พายัพ) คอด. ส่วนกิ่วในกิ่วแม่ปานคือ ลักษณะของภูมิประเทศแบบสันเขาที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยบนสันเขานั้นจะแคบและมีไหล่เขาสองข้างลาดชันลงมาตามแนวสันเขา
ในการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้จะมี “ผู้นำทาง” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ หมุนเวียนทำภารกิจบอกเล่าอธิบายให้ความรู้ตลอดเส้นการเดินทางค่ะ สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรจะต้องเตรียมไว้สามสี่ประการ ที่สำคัญคือ “สมุดบันทึก” ค่ะ
แต่สมัยนี้อาศัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือ กล้องบันทึกภาพ/กระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เราก็ได้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ค่อยจะตกหล่น สำคัญที่ใครต้องการเก็บรายละเอียดส่วนไหนแล้วละค่ะ
สำหรับฉันเอง บางส่วนที่ได้รับจะบันทึกไว้ในความทรงจำ มันจึงมีบ้างที่ลางเลือนไป แต่ส่วนของ “หัวเชื้อ” คือภาพบันทึกที่เก็บไว้ให้พอมองปร๊าดก็พอนึกปรู๊ดย้อนเวลากลับไปในวันที่เดินจากมา ตามภาพที่เห็นนี้

ยังจำได้วันที่แข็งขาสั่น หัวใจเต้นตึ๊กตั๊ก แต่ก็ยังอยากได้ไปสูดอากาศสะอาดๆ กับป่าเมฆปนป่าต้นไม้สูงใหญ่นั้นอีก...
และสำหรับผู้ที่มีโอกาสแวะมาเยือนอ่านบันทึกนี้ ฉันจะขอรวมช่องทางที่ท่านจะได้ศึกษาเพิ่มเติมไว้เป็น “หัวเชื้อ” ในวันหน้าเผื่อว่าท่านจะอยากไปเดินเท้าเที่ยวเล่นที่ กิ่วแม่ปาน นี้บ้างนะคะ
โดยสรุปความรู้จากการเดินทางศึกษาธรรมชาติที่กิ่วแม่ปานนี้ ตามไกด์บรรยายและสรุปจากที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร(http://www.doiinthanon.com/) ดังนี้ค่ะ
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามลำต้นของไม้ใหญ่ที่แข่งขันกันเติบโตเพื่อ รับแสงอาทิตย์ หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบเขา จึงเข้าสู่ช่วงของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่คอยเปลี่ยนสีจากสีเขียวขจีในช่วงฤดูฝน สลับกับสีน้ำตาลอ่อนอย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง เห็นไอหมอกเมฆไหลมาอยู่เบื้องหน้าซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนา ทึบ หากสังเกตดีๆ ตามทางเดินจะพบมูลหรือรอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่า เมื่อเราออกเดินทางต่อจะพบกับต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นดง กว้างจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ จะพากันผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม ? มีนาคม พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่ง นี้ แล้วจึงวกกลับเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งหนึ่ง เป็นการเดินช่วงสุดท้าย จะต้องเดินลงสู่ลำห้วยแม่ปาน ที่ไหลลดเลี้ยวมาจากบริเวณที่ข้ามมาในช่วงต้น
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สามารถวนรอบไปกลับในวันเดียว ตามหนทางจะผ่านไปสู่ป่าดงดิบริมธารน้ำ ขึ้นเนินผ่านป่าที่ห้อยระย้าด้วยมอส ฝอยลม ในยามหน้าฝนจะถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวและอากาศที่หนาวเย็น สุดปลายทางที่ทุ่งหญ้าบนเนินที่ดารดาษด้วยดอกไม้ตามพื้น เช่น หนาดเขาสีขาวเป็นตุ่ม ๆ ส้มแปะ และดอกไม้ป่าสีเหลือง ม่วง ขาว อีกหลายชนิด เช่น บัวทองอินทนนท์ ไวโอเล็ต เป็นต้น

ได้บันทึกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแล้ว หวังไว้วันหนึ่งข้างหน้าจะมีโอกาสได้กลับไปเยือน เดินเท้าพิสูจน์ความสามารถของเราเองอีกสักครั้ง ว่าจะยัง “พอไหว หรือ เอาอยู่อยู่ไหม!”
ปิดท้ายค่ะ...

ลิงค์เพิ่มเติมบางส่วน
เหนื่อยไหมจ๊ะ???????
อายุรวมกัน ๕,๐๐๐ ปีนะครับ พี่หม่อม ;)...
แนะนำที่พักดอยอินทนนท์ ใกล้กิ่วแม่ปานมากๆเลยครับ พึ่งมีโอกาสได้ไปพักมาครับบริการดีสุดๆไปเลยhttps://thegarden-th.com