เมื่อวานก่อน
ผมเดินตะลุยตัดหญ้าและตบแต่งกิ่งต้นไม้
เพื่อให้ช่วงหน้าฝนนี้
ได้เป็นช่วงที่ต้นไม้แตกใบ
ซ่อมแซมตนเอง
จัดพุ่มใหม่ให้เตี้ยกว่าเดิม
หญ้าก็จะได้แผ่งอก
คลุมดินได้สม่ำเสมอมากขึ้น
เมื่อย่างเข้าหน้าฝนและฤดูทำนานั้น
ต้นไม้กำลังงอกงามและแตกกิ่งใบ
หญ้า กอไผ่ ไม้ผล ไม้ดอก
และไม้ยืนต้นให้ร่มเงา
กำลังแข่งกันเติบโตงอกงามและผลิดอกใบสะพรั่ง
หากปล่อยไปตามธรรมชาติ
หลังหน้าฝนนี้ไปอีก ๒-๓ เดือน
ต้นไม้ก็จะสูงเกินที่จะปีนป่ายดูแล
หญ้าทั้งตามลานดินและรั้วรอบ
ก็จะสุมรกท่วมหูท่วมตา
รวมทั้งจะห้อมล้อมให้เหล่าต้นไมยราพ
งอกและแพร่กระจายไปเต็มพื้นที่
หากไม่ยอมเหน็ดเหนื่อยตอนนี้แล้วละก็
นอกจากอีก ๒-๓ เดือน หรือเพียง ๑
ฤดูกาลผ่านไป
ก็จะต้องเจอกับความเหน็ดเหนื่อยกว่าเดิมอีกหลายเท่าอยู่ดี
หรืออาจจะไม่มีเวลาพอจะให้ความพิถีพิถันได้อีกด้วยแล้ว
แม้ทำได้
ก็จะล่วงเข้าฤดูหนาว
ต้นไม้จะไม่แตกใบ
และหญ้าก็จะไม่งอกคลุมดิน
ทำในหน้าฝนจะดีกว่า
ภูมิปัญญาล้านนา
รวมทั้งฮีตและคลองของชาวอีสาน
และการเรียนรู้จากชีวิตของชาวชนบท
บอกว่า
กาลเทศะของความรู้
รวมทั้งกระบวนการชีวิตหลายอย่าง
ต้องปรับจังหวะให้ดำเนินไปอย่างสัมพันธ์
สอดคล้อง สมดุล และนอบน้อม
ต่อปัจจัยธรรมชาติและฤดูกาลบนถิ่นฐาน
จึงจะก่อเกิดปัญญาที่ใช้ได้จริง
พอดี พอเพียง
ผมเชื่อ
วันแรก
ผมเดินตัดหญ้าต่อเนื่องทั้งวัน
กว่า ๘
ชั่วโมงจนน้ำมันหมดถังคามือ
กลางคืน
ก็นั่งอ่านวิทยานิพนธ์
ของมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
เพื่อตรวจทานประเด็นหลัก
และให้นักศึกษาแก้ไขครั้งสุดท้าย
ก่อนให้ส่งบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อตรวจรายละเอียดอื่นๆ
และเข้าเล่ม
ขออนุมัติจบต่อไป
๓ คืนกับ ๑ วัน
ก็ใช้เวลาดูให้นักศึกษาได้ ๓
เรื่อง
พร้อมกับดูโครงร่างของผู้ที่จะเริ่มทำได้อีก ๑
เรื่อง
แต่ตัดหญ้าและแต่งต้นไม้
ยังเหลืออีกสัก ๑ ใน ๔ ส่วนของเนื้อที่
๔ ไร่
เยอะและหนาแน่นมาก
บ่ายมากแล้วของการตัดหญ้าวันที่ ๓
เมฆฝนตั้งเค้าน่ากลัวว่าจะตกหนัก
และลมคงแรงเหมือนกับ ๒-๓
ครั้งที่ผ่านมา
ผมเลยเร่งเดินตัดหญ้า
แบบไม่ต้องเงยหน้าและเดินเปล่าให้เสียเวลาแม้เพียงนิด
รู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจ
พอตัดทั่วเนินดินริมสระบัวได้อีกจุดหนึ่ง
จึงพักมือ พักเครื่องตัดหญ้า
และหยุดหอบ
ช่วงจังหวะที่เงยหน้าขึ้น
เพื่อสูดหายใจ
และรับลมเย็นยามแดดอ่อน
พลันก็เกือบลืมสิ้นความเหนื่อย
ด้วยตื่นตาตื่นใจ
ไปกับภาพเบื้องหน้า
........
........
รุ้
ง กิ น น้ำา
ทอดโค้งเป็นริ้วผ่านเวิ้งฟ้า
ครอบทัศนีภาพของท้องนาที่ผุดลอยอยู่กลางพยับแดด
รอบข้างเมฆมืดครึ้มเป็นสีเทาอิ่มน้ำอมฟ้า
งามจนลืมเหนื่อย
รีบวางเครื่องตัดหญ้า
เข้าไปคว้ากล้องมาถ่ายภาพ
รุ้งกินน้ำสวยงาม น่าอัศจรรย์
ชวนสนเท่ห์
จึงถักทอเรื่องเล่าให้เกิดขึ้นมากมาย
มีอิทธิพลต่อการใช้ปัญญา
นำไปสู่การสร้างความรู้
สร้างจินตนาการ
และเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนทุกยุคสมัย
ก่อเกิดความริเริ่มสร้างสรรค์
ได้อย่างไม่รู้จบสิ้น
กระนั้น
ก็เหมือนกับเป้าหมาย
ความเป็นชีวิต
อุดมคติของผู้คนและสังคม
บ้างงดงาม ดูสูงส่ง
ให้พลังจินตนาการ
ดั่งรุ้งกินน้ำ
บ้างรุกบดบัง ดั่งเมฆทะมึนกับพยับแดด
เสมือนปัญหาและวิกฤตการณ์สังคม
สามารถสัมผัสได้ รับรู้ได้
ในทุกสังคมวัฒนธรรม
แต่ไม่มีจริง
โดยลำพังตนเอง
เมื่อถึงด้วยเหตุปัจจัย
มีมวลไอน้ำเพียงพอในอากาศ
มีแสงแดด และมุมหักเหเหมาะสม
มีฉากรับภาพหรือการเห็น
ตำแหน่งที่พอดี
ด้วยสติและการรู้
รุ้งกินน้ำ .......
ธรรมชาติความจริงของชีวิต
จึงมี
จึงเป็น
จึงก่อเกิด
รวมทั้งอันตรธานไป
เป็นวงจร
ด้วยความไม่จริง
ที่เป็นจริง
นานมาแล้ว
อย่างน้อย
ก็เท่ากับที่มีเครื่องรับรู้และผู้รู้....
มนุษย์
.......
.......
งดงามมากค่ะ สีทองของท้องนาตัดกับสีหม่นของฟ้า ที่มีรุ้งโค้งทาบทา บ้านสีขาวที่มองเห็นไกลๆ ให้ความรู้สึกที่เป็นเหมือนภาพวาด ที่ถึงแม้ภาพรุ้งกินน้ำจะอันตรธานไป แต่ภาพนั้นยังตรึงใจอยู่นะคะ
เมื่อถึงด้วยเหตุปัจจัย มีมวลไอน้ำเพียงพอในอากาศ มีแสงแดด และมุมหักเหเหมาะสม มีฉากรับภาพหรือการเห็น ตำแหน่งที่พอดี ด้วยสติและการรู้
รุ้งกินน้ำ ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนานมา จะมีคุณค่าต่อผู้คนก็ต่อเมื่อมองด้วยสติและการรู้
ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์วิรัตน์
ขอบคุณ ดร.ปริมและหนูรีคนงามจากแดนใต้นะครับ
ที่แวะมาเยือน ดูรูปถ่ายที่นำมาอวดกันดู แล้วก็ทักทายเป็นกำลังใจกัน
สวัสดีครับดร.ปริมครับ
ลำแสงแบบนี้เป็นลำเหมือนฉายลงมาจากท้องฟ้า ทำให้มีกรอบภาพเกิดขึ้นรอบๆ แล้วก็ดึงสายตาให้พุ่งไปยังทัศนียภาพที่ต้องกับแสงส่อง เลยเหมือนกับประมาติมากรรมจัดวางกลางทุ่งนาเลยนะครับ วางโช๊ะ เด่นอยู่ท่ามกลางสภาพโดยรอบที่เบรคให้กลายเป็นกรอบและฉากหลังไปด้วยกันอย่างกลมกลืน ลงตัวพอดี สวยและให้ความน่าแปลกใจดีได้ทุกทีที่เห็น แสงเงาแบบนี้ เหมือนกับรูปเขียนของยุคเรอนาซองส์เลยนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์ธนิตย์ครับ
ดีใจหลาย แขกแก้วมาเยือน สบายดีครับอาจารย์ อาจารย์ก็สบายดีนะครับ
ธรรมชาติแต่งแต้มโลกให้สวยงามพร้อมทั้งแต่งแต้มความงามให้เกิดขึ้นในใจ
เราด้วย.......
ภาพแจ่มพร้อมบันทึกภาษาสวย อ่านแล้วอยากกลับไปอยู่ท้องทุ่งอีกครั้งค่ะ
ภาพสวยดีครับ
ภาพนี้ถ่ายไว้ตอนสองปีที่แล้ว
ขอบคุณครูดอย, Krugui และ อาจารย์ธนิตย์
ที่แวะมาเยือนและทักทายให้เป็นกำลังใจกันครับ
ดูรูปให้ม่วนใจด้วยกันนะครับ
สวัสดีครับคุณครู krugui ครับ
นำความรื่นรมย์จากท้องทุ่งนามาฝาก ให้คนอยู่เมืองมีความสุข
คนเคยอยู่ท้องทุ่งนาได้นำเอาความทรงจำแสนงามมาเป็นความชื่นชูใจ
ก็นับว่าได้เป็นปัจจัยแห่งความสุขให้กันได้อย่างหนึ่งนะครับ
เป็นความสุขที่เก็บมาแบ่งปันกันได้ด้วยนะนี่
มีความสุขมากครับคุณครู krugui ครับ
สวัสดีครับครูดอยครับ อย่างชัดเลยนะครับน่ะ
ขอบคุณที่นำเอามาแบ่งปันกันดูให้ได้ความสุขครับ
สวัสดีเจ้าท่านอาจารย์วิรัตน์
อาจารย์ครับ..ผมกำลังอ่านและศึกษา..อิทัปปัจจยาตา ...อำนาจสูงสุดของธรรมชาติ...เป็นหนึ่งในธรรมะ 9 ตา....ตอนแรกผมนึกว่า จะอ่านง่ายๆ ...เพราะปกติท่านอาจารย์พุทธทาส..ท่านเขียนหนังสือแล้วอ่านง่ายสำหรับคนไม่มีพื้นฐาน...แต่เอาจริงๆ กว่าจะรอดแต่ละบรรทัด...คงต้องขอบพระคุณอาจารย์....ที่เขียนถึง...ทำให้ผมเห็นภาพการยกตัวอย่างประกอบ....ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณคุณ sr และคุณหมอทิมดาบครับ
ที่แวะมาอ่านและชมภาพรุ้งกินน้ำด้วยกันครับ
สวัสดีครับคุณหมอทิมดาบครับ
อืมมม ผมเองก็เลยได้ปัญญาไปด้วยเลย ความเป็น 'อำนาจสูงสุดของธรรมชาติ' ของ 'อิทัปปัจจยตา' ที่ทิมดาบเชื่อมโยงให้เห็นน่ะครับ ไม่ได้นึกไปถึงแง่มุมนี้เลย พอเห็นทิมดาบกล่าวถึงก็เลยคิดไปถึงมิตินี้ที่ขบโดยเพลโต ที่ว่า 'แบบ' หรือ Form เป็นความจริงพื้นฐานที่จัดระเบียบและกำหนดความเป็นไปของสรรพสิ่ง ปัจจัยและองค์ประกอบต่างๆที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบใน'แบบ'หรือเหมือนกับ 'ธรรม' อันเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานใน'แบบ'หนึ่งๆของธรรมชาติดังกล่าว ก็จะบังเกิด 'สิ่ง' ต่างๆ ซึ่งตัวจัดวางองค์ประกอบของความเป็นชุดของเหตุปัจจัยให้เป็นอย่างนั้นๆ ในเต๋าก็บอกว่าเรียกว่า 'เต๋า' ไปก่อน แต่ไม่ใช่เต๋า ในศิลปะก็เรียกว่า 'แบบ' และ 'ความลงตัว' ซึ่งต่างก็พยายามเข้าถึงสัจภาวะเดียวกันที่เป็น'อำนาจสูงสุดของธรรมชาติ' แล้วบอกเล่าและถ่ายทอดไปตามอรรถาธิบายที่แตกต่างกันนี่เอง
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ
จริงด้วยครับ ตอนที่นำมาโพสต์นั้น ผมก็นึกถึงพี่ใหญ่ครับ เพราะเคยเขียนคุยเรื่องแสงเงาและไรแดดที่สร้างบรรยากาศในภาพของโมเนต์กับพี่ใหญ่
ตอนนี้ตัดหญ้าแข่งกับการงอกของหญ้าซึ่งงอกงามเร็วมากจริงๆ พอตัดไปได้ที่หนึ่ง ผ่านไปแค่วันเดียว ตรงที่ตัดไปแล้วก็งอกออกมาเป็นนิ้วเลย แต่ก็เขียวสวยดี หน้านี้นั่งรถชมวิว ป่าและทิวเขาสองข้างทาง บนทางแม่สาย-เชียงใหม่ สวยนะครับ เป็นการหาวิธีเดินทางที่เป็นการให้รางวัลตนเองหลังเสร็จงานไปในตัวอย่างดีเลยนะเนี่ย
สวัสดีครับวศิน
ขอบคุณมากๆครับ ตอนนี้ฝนแถวสุพรรณฯ เมืองกาญจน์ และนครปฐม
ก็คงตกบ่อยๆเหมือนกันสินะครับ แต่เวลาจอแจอยู่ในเมืองแถวนั้น
ก็มักไม่ค่อยได้เห็นรุ้งกินน้ำเนาะ ตึกรามบ้านช่องมันเยอะและบังหมด
วศินสบายดีนะครับ ขอให้ได้ประสบการณ์ดีๆ มีความสำเร็จ
และได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆดีๆอยู่เสมอๆนะครับ
อาจารย์ขา ภาพสวยมาก ดูการจัดวางตัวหนังสือก็สวย ใส่สีรุ้งให้ตัวหนังสือ ....สนุกสนานจัง
สัปดาห์ก่อนโน้น หนูดายหญ้าออกจากต้นไม้ที่ปลูกไว้ เหงื่อตกไปหลายหยดเต็มหน้าและแผ่นหลัง
วันหยุดที่ผ่านมาพี่เอาเครื่องตัดหญ้ามาตัดให้
แหม...ปล่อยให้เราลงแรงไปก่อน
ข้อดี คือ ได้ออกกำลังกาย และรู้สึกว่าได้ทำอะไรเองที่บ้านของเรา
นี่แหละ คือ ความสนุกสนานของชีวิต
ขอบคุณศิลปะชีวิตดี ๆ จากอาจารย์เสมอมานะคะ
สวัสดีครับคุณหมอธิรัมภาครับ
เป็นวิธีนำเอาภาพถ่ายมาแบ่งกันดูที่ดีเหมือนกันนะครับ เมื่อตอนเป็นเด็กๆกันนั้น ผู้ใหญ่และคนเฒ่าคนแก่เล่าว่ารุ้งกินน้ำเป็นพญานาคลงมากินน้ำ หากใครชี้ก็ต้องเอามือเช็ดก้น ไม่อย่างนั้่นจะนิ้วด้วนและพญานาคจะหายไป จะไม่ลงมากินน้ำอีก เลยต้องยืนดูได้เฉยๆ ไม่กล้าคุยและชวนกันดูอย่างเต็มที่เลย บางครั้งเห็นเป็นริ้วลงกลางสระและหนองน้ำ พอเดินไปใกล้ๆก็เห็นแต่อากาศและความว่างเปล่า เป็นเรื่องราวชวนอัศจรรย์ ทำให้ชีวิตและการมีประสบการณ์กับโลกรอบข้างมีเสน่ห์ดีนะครับ
อ่านเรื่องคุณหมอดายหญ้า แล้วต่อมาพี่ก็มาช่วยเอาเครื่องตัดหญ้ามาตัดให้แล้วก็ได้ความรู้สึกอบอุ่น เหมือนเห็นความงดงามของต้นไม้ใบหญ้าไปด้วยเลยนะครับ เวลาได้วางมือจากนั่งทำงาน แล้วก็เปลี่ยนอริยาบทไปเดินตัดหญ้าและดูแลต้นไม้ ก็ดีตรงที่ได้ทำให้ออกกำลังกายได้เหงื่อในแต่ละวันบ้างอย่างที่คุณหมอชอบเหมือนกันนี่แหละนะครับ แล้วก็ทำให้ได้พักผ่อน ได้นำเอาเรื่องราวต่างๆมาครุ่นคิด ทบทวน ไตร่ตรอง และทำสมาธิ อยู่กับตนเองไปด้วยในระหว่างออกแรงทำงาน
จึงก่อเกิด/จึงเป็น/จึงมี/ธรรมชาติความจริงของชีวิต/รุ้งกินน้ำ ......./ด้วยสติและการรู้/
ตำแหน่งที่พอดี/มีฉากรับภาพหรือการเห็น/มีแสงแดด และมุมหักเหเหมาะสม/
มีมวลไอน้ำเพียงพอในอากาศ/เมื่อถึงด้วยเหตุปัจจัย/..................