ผมกลับมาอ่านแผนการจัดสัมมนาวันที่28-29ก.ย.ที่เตรียมไว้ และทบทวนดูว่าเมื่อจัดจริงเป็นอย่างไรบ้าง ?
วันแรกช่วงเช้าดูงาน3กองทุนและภาคบ่ายไปจัดตลาดนัดเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านที่อบต.ในคลองบางปลากด
ทีมงานอ.เบียร์และผญ.เทพเตรียมการไว้ดีมาก แต่ละที่เนื้อหาแน่นมาก น่าสนใจทั้งนั้น ผู้เยี่ยมชมยังซักถามกันได้ไม่เท่าไรก็(จำใจ)ต้องลุกไปที่อื่นต่อ
กองทุนแรกตั้งตามชื่อบ้านซึ่งเพราะมากคือ คู่สร้างคู่สม มีผญบ.อ้อซึ่งเป็นผู้หญิงเป็นประธาน   กองทุนนี้ทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือกลมเกลียวกันดีมาก มีจนท.ประจำ1คนใช้บ้านผญ.เป็นที่ทำการ
กองทุนที่2คือบ้านคลองมอญ มีผู้นำโดดเด่นมากคือ รอ.กีรติ ซึ่งเป็นเลขานุการกองทุน บรรยายสรุปว่า ปัจจัยสำเร็จของกองทุนมี 3 ประการคือ1)กรรมการสามัคคีกัน 2)การบริหารเป็นระบบ ระเบียบ 3)มีที่ทำการ
กองทุนที่3 คือบางปลากด เวลาไม่อำนวยเพราะไปถึงเที่ยงพอดี แต่ก็น่าสนใจมากเช่นกันโดยเฉพาะกลวิธีในการติดตามหนี้และแนวคิดที่จะจัดตั้งกองทุนสวัสดิการวันละ1บาท
ภาคบ่ายเป็นการจัดตลาดนัดความรู้ ซึ่งผมได้เล่าเปรียบเทียบกับตลาดนัดซื้อขายสินค้าของชุมชน
โดยขอให้การแลกเปลี่ยนเน้นที่กองทุนต.ในคลองบางปลากด แต่เนื่องจากผู้มาเยือนมีมากกว่าเจ้าของพื้นที่ ทำให้เจ้าของพื้นที่ต้องถอยไปนั่งรอบนอก กลายเป็นผู้สังเกตการณ์ไป

อ.เบียร์ได้ทำวีดีทัศน์การสัมภาษณ์ผู้นำกองทุนทั้ง13กองทุนมานำเสนอปูพื้น ทำให้ทราบสภาพปัญหาต่าง ๆของแต่ละกองทุน แต่เสียดายที่การขยายขึ้นจอทำให้ระบบเสียงและภาพไม่ค่อยชัดเจนนัก ทำให้คนฟังเสียสมาธิง่าย หลังจากนั้น จึงเป็นการพูดคุยซักถามกัน
ผมสังเกตดูพบว่า คนทำกับข้าวตัวจริงไม่ค่อยมา คนที่มาส่วนใหญ่เป็นคนมาเดินชมตลาดนัดโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย รวมทั้งคนที่จะมาช่วยสนับสนุน(คุณอำนวย)ซึ่งก็ไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน ทำให้การแลกเปลี่ยนไม่พุ่งเป้า ผมจึงแทรกแซงเวทีโดยชี้แจงวัตถุประสงค์และยกตัวอย่างความรู้ที่ผู้นำบ้านคลองมอญเสนอรวมทั้งที่ได้ดูงานมาเมื่อเช้า ซึ่งหากมีใครพูดถึงความรู้ที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของกองทุนว่าเพราะอะไร?หรือทำอย่างไรถึงเกิดผลดี ผมก็จะเขียนที่กระดานหน้าห้องตัวโตๆให้เห็นกันทุกคน จากนั้นผมขอให้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อเอาสิ่งที่เขียนมาช่วยกันดูว่า ความรู้ที่ต.ในคลองบางปลากดว่าด้วยการจัดการกองทุนหมู่บ้านมีอะไรบ้าง แล้วนำมาเสนอเวทีใหญ่
ก็เป็นประสบการณ์การจัดตลาดนัดความรู้ที่ค่อนข้างทุลักทุเลครับ