จากอดีต

วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่เก่าแก่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานานแสนนาน
เชื่อว่าทุกท่าน "ต้องมีครู" และเคารพนับถือครูบาอาจารย์เสมือนพ่อแม่
คนที่สอง  ฉะนั้นคนรุ่นก่อนจะทำอะไรต้องไหว้ครูก่อน เช่น ชกมวย ร้อง
รำ และทำกิจการงานต่างๆ  เพราะถือเป็นการเสริมสิริมงคล ช่วยให้มีกำลังใจ
ในการประกอบกิจการ ทำหน้าที่การงานให้ประสบผลสำเร็จ

สู่ปัจจุบัน

เนื่องจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ประกอบกับสภาพการณ์
ที่บีบรัด รุมเร้า เข้ามาทุกด้านส่งผลให้การประกอบวิชาชีพครูได้รับผลกระทบ
ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ครูต้องทำหน้าที่อบ รม สั่ง
และสอนต่อไป 
เพียงแต่จะต้องปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
หรือบริบททางสังคม ที่ต้องการเห็น "ครูมืออาชีพ" สามารถจัดกระบวนการ
เรียนการสอน  ดำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด รวมทั้ง
จะต้องมี "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ตาม พ.ร.บ.สภาครและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. 2547    ดังนั้นการจัดงานวันครูโลก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5
ตุลาคม  ของทุกปี  จึงขอฝากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการครู ได้พึงตระหนัก
ถึงข้อตกลงแห่ง Dakar เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อจัดการศึกษาสำหรับทุกคน

ยุทธศาสตร์ที่ 9 ว่าด้วย ...
"การเพิ่มพูนสถานภาพ กำลังใจ และ
ความเป็นมืออาชีพให้แก่ครู"

ครูทุกคนควร
* ได้รับการยกย่องและการตอบแทนที่เหมาะสม
* มีโอกาสอบรม พัฒนา และสนับสนุนในวิชาชีพ
* ร่วมตัดสินใจในเรื่องที่กระทบต่อวิชาชีพและการสอน
* เข้าใจความหลากหลายของวิธีการเรียนรู้และพัฒนาการ
   ทางร่างกายและสติปัญญาของนักเรียน
* สร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้
* รับผิดชอบต่อวิชาชีพของตน และรับผิดชอบต่อผู้เรียนและชุมชน

ฝันสู่อนาคต

"แม้ว่าเทคโนโยลีจะเจริญก้าวหน้าสักเพียงใดก็ไม่สามารถทดแทนครู"
เป็นพระราชดำรัส ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2547  ณ หอประชุมครุสภา  ยังคงประทับใจอยู่ใน
ความทรงจำอยู่มิลืมเลือน  และเป็นเครื่องเตือนสติถึงก้าวย่างของการ
ประกอบวิชาชีพครูในอนาคตว่า "ความเป็นครูยังคงมีความสำคัญคู่กับ
สังคมไทยไปตราบนานเท่านาน"
  ด้วยเหตุที่สังคมมีความสลับซับซ้อน
ยุ่งเหยิง จึงต้องการ "ครู" เป็นผู้เยียวยา แก้ไขต้นตอแห่งปัญหาด้วยวิถีแห่งปัญญา
ตัดวงจรแห่งความชั่วร้ายของสังคม "โง่ เจ็บ จน" ไม่หลุดพ้นจากสังคมไทย.

จากใจ...ครูกรุงเก่า