การซักประวัติคนไข้ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นงานที่ง่าย และสบาย ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน ไม่หนักเหมือนจุดบริการด้านการพยาบาลอื่นๆ มาทำงานมีโต๊ะนั่ง ไม่ต้องเดินไปเดินมา ทำงานไปเดี๋ยวก็เสร็จ สำหรับข้าพเจ้าคิดว่า ไม่ว่าเราจะให้การบริการพยาบาลจุดไหนๆ ถ้าทำด้วยใจ อะไรๆก็มีคุณภาพ ถึงแม้ว่าไม่ได้ฉีดยา ไม่ได้ทำแผล หรือให้น้ำเกลือ แต่เราให้บริการด้วยใจ
ในทุกเช้าของแต่ละวัน ผู้รับบริการจะมากันอย่างคับคั่งบริเวณหน้าห้องบัตรและจุดตรวจโรคทั่วไป เพื่อจะได้รับการตรวจรักษา พบแพทย์ เพื่อให้แพทย์สั่งจ่ายยา แล้วก็จะได้กลับบ้าน ไปพักผ่อน ดำเนินชีวิตของตนเองต่อไปตามครรลองของแต่ละคน ซึ่งเป็นภาพที่เห็นจนคุ้นตาสำหรับพยาบาลและบุคลากรที่มาทำงานในโรงพยาบาลแก่งคอย เป้าหมายการทำงานซึ่งดูเหมือนง่ายๆ แต่เป็นการให้บริการกับกลุ่มผู้รับบริการจำนวนมากในระยะเวลา 7 ชั่วโมง มีทั้งผู้สูงอายุ ซึ่งต้องพึ่งพารถเข็นนั่ง หรือข้าพเจ้าแอบเรียกในใจว่า รถมั่นกตัญญู ซึ่งหมายถึงรถเข็นนั่งที่มีไว้บริการผู้สูงวัยทั้งหลายด้วยความเต็มใจของผู้ให้บริการที่อายุน้อยกว่าด้วยความเคารพ นอบน้อม และยังมี กลุ่มสว.(ผู้สูงวัย) ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ แต่ยังสามารถช่วยเหลือตนเอง เดินเหินไปไหนๆได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีผู้รับบริการวัยต่างๆกันทั้งหญิงและชาย ทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองให้สามารถมีชีวิตอยู่อย่างมีปกติสุข และมีความสุข
ถึงแม้การให้บริการของข้าพเจ้ามันจะดูเหมือนซ้ำซาก จำเจ แต่เหตุการณ์ในแต่ละวันมันไม่เหมือนกันหรอก มีตื่นเต้น สุข ทุกข์ ขำขัน ดีเหมือนกันนะ ถ้ามามองการทำงานแล้วจะพบว่าแค่การซักประวัติธรรมดาๆ กับคำถามที่ซ้ำซาก ก็ช่วยคนไข้ได้หลายรายมาแล้ว ช่วยยังไง หลายคนอาจมองไม่ออก ระหว่างที่ได้ถามว่า มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง เคยแพ้ยาอะไรบ้าง กินยาอย่างไร จะมาทำอะไร กินยาทุกวันมั๊ย คำถามเหล่านี้เปรียบเสมือนกุญแจไขปัญหาสุขภาพให้กับผู้รับบริการนั่นเอง บ่อยครั้งที่พบว่า ผู้ป่วยกินยาไม่ครบ กินยาผิด เอายาประจำตัวของคนอื่นมากินซึ่งป่วยเป็นโรคเดียวกัน มีโรคประจำตัวแล้วเอายาแบ่งให้ญาติกิน หรือป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แล้วขาดการรักษาไปนาน แต่วันที่มาหาหมอนั้นมาตรวจด้วยอาการอย่างอื่น ซึ่งพบได้จากคำถามที่ว่า “มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง” และบ่อยครั้งที่พบว่าหลังตรวจเสร็จแล้วผู้ป่วยยังขาดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคที่ตนเองเป็นอยู่ ซึ่งก็จะได้พยาบาลจุดหลังตรวจเป็นผู้คลี่คลายปมปัญหาแก้ไขปัญหาในส่วนที่ขาดหายไป หลังจากนั้นก็จะได้รอยยิ้มและคำขอบคุณของผู้ป่วยมาแทนเสมอ มีหลายคนบอกว่า “คุณหมอบอกอย่างนี้ค่อยเข้าใจหน่อย ไม่อย่างนั้น ก็ไม่รู้เหมือนเดิม”
สำรับการทำงานตรงจุดนี้ ในบางครั้งก็ต้องเร่งรีบ เพื่อให้ทันกับปริมาณคนไข้ที่แออัดและเพื่อเตรียมคนไข้ให้พร้อมเมื่อแพทย์มาตรวจ แต่ข้าพเจ้าจะนึกถึงเสมอว่า ทุกคนมาที่นี่เพราะต้องการสุขภาพที่ดีขึ้นเพื่อดำรงชีวิตได้อย่างมีสุข และนึกถึงคำขอบคุณและรอยยิ้มที่คนไข้ยิ้มให้เมื่อมาพึ่งพากันเสมอมา ......ขอให้ทุกคนจงมีสุขภาพที่ดี.......
ชื่นชมค่ะ..ใส่ใจผู้ป่วย ด้วยความเมตตา..มีอานิสงค์ลูงมากค่ะ
ปชส.และ โอพีดี คือจุดเตรียมคนให้สงบเพื่อพบแพทย์รอตรวจ
ถ้าให้คำปรึกษาดีๆ คนไข้ก็หายป่วยไปหลายส่วน
อยู่ตรงใหน ก็บริการได้อย่างมีสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ
ขอบพระคุณค่ะ คุณ นงนาท สนธิสุวรรณ
พวกเรามักคอยกระตุ้นเตือนกันเสมอว่า งานที่เราทำเป็นงานที่แล้วเป็นบุญ เป็นกุศล ถ้าเราทำออกมาจากใจ
โอกาสของวิชาชีพเรามีมากแล้ว อยากให้ทุกคนทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด
ใครๆ ก็ชอบว่าตัวเองทำงานเหนื่อยและหนักกว่าคนอื่น นะคะท่านวอญ่า
แต่พอได้อ่าน พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ ความว่า
ระลึกถึงคำของพระองค์ท่านทีไร ทำให้มีกำลังใจในการทำงาน และไม่เคยนึกว่างานของตนเองหนักกว่าใคร หรือสำคัญกว่าใครเลยค่ะ