พูดเรื่องล้างชามไปแล้ว คราวนี้มาเรื่องล้างแก้วมั่ง ..สำหรับแก้วดื่มน้ำ วิธีล้างแบบทั่วไปที่ผมเห็นคือ เอาน้ำลงไปเต็มแก้ว เอาน้ำยาลง เอาแปรงลงไปกวน แล้วเอาน้ำสะอาดล้างอีกหลายรอบ แก้วหนึ่งใบใช้นำล้างประมาณ ๕ แก้วได้กระมัง แบบนี้ผมว่าทั้งเปลืองน้ำและไม่สะอาดอีกด้วย
ถ้าเราสังเกตสักหน่อยจะเห็นว่า แก้วดื่มนั้นมันสกป. เฉพาะขอบแก้วที่คนเอาริมฝีปากไปจรดเท่านั้น ส่วนด้านนอกเปรอะแค่รอยมือ ซึ่งน่าจะสะอาดเพราะก่อนกินข้าวก็ล้างมือสะอาดแล้ว
ดังนั้นวิธีการล้างแก้วของผมคือ เอาน้ำสะอาดหนึ่งถ้วยตะไลเทลงในแก้ว พลิกร่อนล้างไปมาแบบกลั้ว โดยไม่ต้องลงแรงนิ้วมือมากนัก (เพราะในแก้วสะอาดอยู่แล้วไปล้างให้มันสกป.ทำไม) ....จากนั้นเอียงแก้วให้น้ำมาอออยู่ริมขอบ เอาหัวแม่มือกันไว้ แล้วปล่อยให้น้ำซึมออกมาพร้อมรูดนิ้วโป้และชี้ที่หนีบไว้ ทำความสะอาดขอบปากแก้วสักสองสามรอบ .... น้ำที่ทะลักล้นออกมาเปียกด้านนอก็เอามือรูดล้างรอยมือออก เอากระดาษสะอาดเช็ดอีกรอบ
เท่านี้ก็ได้แก้วที่สะอาดมาก โดยใช้น้ำเพียง ๒๐ cc เท่านั้น ยังเป็นระบบน้ำไหลอีกด้วย ที่ไม่มีการสะสมความสกป.เมื่อเวลาผ่านไป ..น้ำที่เหลือเอาไปเทรวมกับน้ำล้างจานที่ "ไม่มัน" เพื่อเอาไว้ล้าง "จานมัน" ต่อไปได้ (โปรดอ่านบทความ “ล้างจาน” ประกอบ)
วิธีการดื่มน้ำ หรือ กาแฟ จากแก้วที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ โดยเฉพาะจากแก้วของร้านอาหาร (ที่ล้างไม่สะอาดแม้ใช้น้ำมาก เนื่องจากไม่ได้ทำการรูดขอบปากแก้ว อีกทั้งใช้ระบบน้ำแช่) คือ...อย่าไปอมขอบแก้วสิครับ (ส่วนใหญ่ผมสังเกตจะอมขอบแก้วกันเสมอ)
วิธีของผมคือ แค่เอาขอบแก้วมาแปะไว้ที่ริมฝีปาก แล้วยกเทโดยไม่ให้ขอบแก้วเปียกน้ำลายเรา แบบนี้นอกจากป้องกันเชื้อคนอื่นมาเข้าปากเราแล้ว ยังป้องกันเชื้อเราไม่ให้ไปเข้าปากคนอื่นด้วย ... วินวิน
เอ้า...กรมอนามัยครับ ช่วยเอาไปสอนคนทั้งประเทศหน่อย จะได้เป็นโรคกันน้อยลง ส่งผลให้กรมการแพทย์รักษาคนน้อยลง ลดงบสาธารณสุข จะได้มีเงินเหลือเอาไปประชานิยมซื้อเีสียงกันได้มากๆ อิอิ
...คนถางทาง (๑๐ มิย ๒๕๕๕)
ปล...แถมให้ครับ...การดื่่มน้ำจากขวดพลาสติก ก็ควรทำเช่นนี้ ไม่งั้นถ้าเป็นขวดใหญ่เก็บไว้สองวัน อาจไ้ด้กลิ่นเปรี้ยวๆที่ปากขวด เพราะแบคทีเรียจากน้ำลายเราที่ไ่ปอมปากขวดไว้เริ่มทำงาน
ท่านที่ทำงานด้านสุขภาพ เคยคิดเรื่องพวกนี้บ้างไหม..?
5555555 medicine โดนอีกแล้วครับท่าน
medicine สมควรโดนไหมล่ะ มีตาเป็นกอบ สมองเป็นกำ แต่ไม่ค่อยทำอะไร (ยกเ้ว้น ชลัญ และคณะ...ยอนะเนี่ย)
ÄÄÄÄÄÄÄÄ..มีเสียงมาตามสาย..(ในเยอรมัน)...ว่า..ขอให้ช่วยตอบคำถาม..(ของรัฐ)...ถ้าเกิดกุลียุค..ไม่มีน้ำ..ไฟ..ใช้..(ในบ้าน).."พวกแก.(ต้อง).มี..ความเห็นและตอบคำถาม...(ถามๆๆๆๆ..ตอบๆๆๆ)...."....คำถามหนึ่ง..เตรียมพร้อมหรือไม่..อย่างไร...คำตอบ..โอ้ย..กูอยู่ไปวันๆ..อยู่กับปัจจุบันไงล่ะ..."...เสียงมาตามสาย...เนียะ..ตอบ(แบบ)..คนไทย.และ..เป็นพุทธใช่ไหม...อ้ะะะๆๆๆ.....".ขอมา..พูดต่อ...เมื่ออ่านตรงนี้."..(คงตอบผิดไป.)....เดี๋ยวนี้..คนประเทศนี้..คิดเรื่องน้ำล้างแก้ว..กับ..งบสารธารณะสุข..ทันสมัยไม่เบา..อ้ะะ..ขอให้กำลังใจและมีแรง....คิดๆๆแบบ(ฝรั่ง)..ต่อไป....(ยายธี)..
ตัวแทน medicine ขอเถียงแทนคร้าบ ทำเหมือนกัน แต่ทำคลินิก ธุรกิจส่วนตัวแล้วก็เล่นหุ้น น่ะ ก็เลยไม่ว่างมาคิด 5555555555555
คนถางทางค่ะ..ประเด็นล้างแก้วล้างชามที่สะอาดและประหยัดน้ำ ที่นำเสนอนั้นเห็นด้วอย่างยิ่ง เป็นสิ่งที่ควรปลูกฝัง มาตั้งแต่เล็กๆ เพราะมีประเด็นเรื่องการอย่างทรัพยากรที่รู้ค่าด้วย ช่วยกันประหยัดพลังงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่จะต้องใช้ไป เช่นไฟฟ้าที่ต้องใช้เพื่อสูบน้ำมาใช้ไม่ว่าต้นตอน้ำจะมาจากประปา จากบ่อน้ำ ฯลฯ..เพราะถ้าเริ่มจากจุดเล็กๆได้ จะเห็นถึงการยั้งคิดในการใช้พลังงานสิ้นเปลืองในรูปแบบต่าง..จะได้ช่วยโลกใบน้อยของเราให้น่าอยู่ไปอีกนานๆค่ะ :-))
ดีใจจังค่ะที่อาจารย์เขียนเผยแพร่ ส่วนตัวจะพยายามใช้ทรัพยากรของโลกแบบพอเพียง
เคยพูดให้คนอื่นและคนรอบ ๆ ตัวฟังเช่นคุณผบทบ. คุณแม่บ้าน เขาหัวเราะแล้วก็ทำแบบเดิมกันต่อไป