"และแน่นอน เราจะทดสอบพวกเจ้าด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากความกลัว ความหิว และด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์สมบัติ ชีวิต และพืชผล และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ที่อดทนเถิด คือบรรดาผู้ที่เมื่อเคราะห์ร้ายประสบแก่พวกเขาแล้วพวกเขาก็กล่าวว่า แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะกลับไปยังพระองค์" อัลบากอเราะฮ์ (Al-Baqarah :2:155-156)

จิตใจเมื่อมีภาวะวิกฤต การใช้หลักการศาสนาอิสลาม ทั้งหลักศรัทธาและหลักปฎิบัต  แนวทางการสอนในคัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์มาเป็นหลักในการเยียวยาจิตใจตนเอง จะทำให้สามารถดูแลจิตใจได้ดีเพราะเป็นสิ่งที่มุสลิมทุกคนมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจอยู่แล้ว  ทำให้เข้าถึงจิตใจและจิตวิญญานได้ดี

1. การทดสอบจากอัลลอฮฺ

เป็นการมองว่าภัย หรือเหตุการณ์ต่างๆที่มากระทบนั้นเป็นการทดสอบของอัลลอฮฺต่อบ่าวของพระองค์  บางคนอาจถูกทดสอบในรูปแบบของความสุขสบาย เพื่อดูว่าเขาจะรำลึกถึงความโปรดปรานที่พระองค์ประทานมาให้หรือไม่  เขาจะแบ่งปันให้คนรอบข้างหรือสังคม หรือไม่ ในขณะที่บางคนถูกทดสอบด้วยความทุกข์ ความสูญเสียต่างๆ  ดังนั้นถ้าเราถูกทดสอบด้วยความสูญเสีย เราจึงต้องอดทน ไม่สิ้นหวังในความเมตตาของพระองค์ เพื่อที่จะผ่านการทดสอบ  จะยิ่งทำให้ความศรัทธาและสุขภาพทางจิตวิญญาน  หรืออีหม่านของเราจะเข้มแข็งขึ้น อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์ (Surah Al-Baqarah,2:155-156) ความว่า :

"และแน่นอนเราจะทดสอบพวกเจ้าด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากความกลัว ความหิว และด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จาดทรัพย์ฺสมบัติ ชีวิต และ พืชผล และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ที่อดทนเถิด คือบรรดาผู้ที่เมื่อเคราะห์ร้ายประสบแก่พวกเขาแล้วพวกเขาก็กล่าวว่า แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะกลับไปยังพระองค์"

2. การกำหนดของอัลลอฮฺ

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะร้ายหรือดี  เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดแล้วสำหรับแต่ละคน  ดังนั้นเมื่อเราต้องประสบกับวิกฤตการณ์ หรือความทุกข์  ความสูญเสีย ก็ให้ยอมรับว่านั่นเป็นลิขิตที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้ก่อนที่มนุษย์จะเกิดมา  ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์ อัล-ฮาดีด (Surah Al-Hadeed,57: 22-23)

"ไม่มีเคราะห์กรรมอันใดเิกิดขึ้นในแผ่นดินนี้  และไม่มีแม้แต่ในตัวของพวกเจ้าเอง เว้นแต่ได้มีไว้ในบันทึกก่อนที่เราจะบังเิกิดขึ้นมา  แท้จริงนั่นเป็นการง่ายสำหรับอัลลอฮฺ  เพื่อพวดเจ้าจะได้ไม่ต้องเสียใจ  ต่อสิ่งที่ได้สูญเสียไปจากพวกเจ้า และไม่ดีใจต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานแก่พวกเจ้า  และอัลลอฮฺมิทรงชอบผู้หยิ่งจองหองและคุยโวโอ้อวด"

ท่านศาสนฑูตมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ยังได้กล่าวไว้ ความว่า :"แท้จริง ทุกๆคนในหมู่พวกท่าน  ได้ถูกรวบรวมในการสร้างเขาในครรภ์มารดาเป็นเวลา 40 วัน ในรูปของนุฎฟะฮ์ หลังจากนั้นมันก็กลายเป็นเลือดก้อนหนึ่ง ภายในระยะเวลาเดียวกัน  และแล้วมลาอีกะฮ์ก็ได้ถูกส่งลงมายังเขาเพื่อเป่าวิญญาน (รูฮ์) และถูกบัญชาให้บันทึก 4 ประการด้วยกันคือ ปัจจัยยังชีพของเขา  อายุขัยของเขา  กิจการงานของเขา  และสุขหรือทุกข์ของเขา ดังนั้น.."

ดังนั้นเมื่อมีความทุกข์ยาก เิิกิดเหตุการณ์หรือภัยภิบัติต่างๆ ต่อเขา มีการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก  สูญเสียทรัพย์สิน เขาก็ควรยอมรับว่าเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ได้กำหนดไว้ก่อนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา  และเขาไม่สามารถหลีกหนีสิ่งเหล่านี้ได้และเป็นการทดสอบจากพระองค์

3. ให้รำลึกถึงอัลลอฮ์

เมื่อเกิดความทุกข์ความกังวลจากสถานการณ์ความไม่สงบ  เกิดความกลัว หวาดระแวง  จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ให้มากๆ  จะทำให้จิตใจสงบเป็นสุขได้  ดังที่พระองค์ตรัสไว้ในซูเราะฮ์ อัรเราะอฺดู (Surah Ar-Ra'd 13: 28) ความว่า :

"บรรดาผู้ศรัทธาและจิตใจของพวกเขา สงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์  พึงทราบเถิดว่า ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์เท่านั้นทำให้จิตใจสงบ"

ดังนั้นมุสลิมผู้ศรัทธา  เมื่อประสบเคราะห์กรรมต่างๆจึงต้องมีสติ และมีการรำลึกถึงอัลลอฮ์ตลอดเวลา เพื่อให้จิตใจเขาสงบ การรำลึกถึงอัลลอฮ์นั้นทำได้ตลอดเวลาทั้งความคิดและการกระทำ เช่น การซิกรุลลอฮ์ การละหมาด การวิงวอนขอพร (ดุอาอ์) การอ่านคัมภีร์อัลกุรอานและ การทำความดีทั้งหลาย

4. การมอบหมายต่ออัลลอฮ์ (ตะวัักกัล)

เมื่อเราเกิดความรู้สึกวิตกกังวลต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือ หวาดระแวง หวาดกลัวในเหตุการณ์ข้างหน้า  ก็ขอให้เราได้มอบหมาย (ตะวักกัล) ต่ออัลลอฮ์ ไว้วางใจต่อพระองค์  เมื่อใดก็ตามที่เรามีจิตใจพึ่งพา  และมอบหมายต่ือพระองค์แล้ว เราจะได้รับการปกป้องให้รอดพ้นจากความวิตกกังวล  ความกลัว  และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงในสถานการณ์ที่ไม่สงบเช่นนี้ พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์ อัตตอล๊าก (Surah At-Talaq,65:3) ความว่า :

"...และผู้ใดมอบหมายต่ออัลลอฮ์ พระองค์ก็จะเป็นผู้ทรงพอเพียงแก่้เขา" 

5. การปฎิบัติศาสนกิจ

การปฎิบัติศาสนกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการละหมาดซึ่งมุสลิมจะต้องปฎิบัติวันละ 5 เวลา เป็นการเข้าเฝ้าอัลลอฮ์  ซึ่งผู้ปฎิบัติจะต้องมีสมาธิ มีความสงบในจิตใจ รำลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา  ดังนั้นผู้ที่มีความทุกข์ ความเครียดในใจ เมื่อเขาได้ละหมาดเขาจะมีจิตใจที่สงบ เมื่อรวมกับท่าทางการเคลื่อนไหว มีจังหวะ มีการโค้ง ก้ม กรสบ ยืน และนั่งในเวลาที่เหมาะสม จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้มาก

 

--To Be Continued--

โดย นายแพทย์ดำรงค์  แวอาลี

จิตแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ยะลา  อดีตนายกสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข