วันที่ 17 พฤษภาคม 2555
เราได้ไปประชุมเรื่อง เส้นทางใหม่..ของการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงในประเทศไทย ที่ โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี
โดย ศ สมจิต หนุเจริญกุล RN, PhD.
ประธานกรรมการบริหารวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูง
แห่งประเทศไทย สภาการพยาล
อาจารย์เล่าว่า .....
พยาบาลขั้นสูง จำเป็นต้องได้รับการเตรียมในระดับวุฒิบัตรที่แสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง เช่นเดียวกับแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร เนื่องจาก
- วุฒิบัตรของพยาบาลแตกต่างและต่ำกว่าวิชาชีพข้างเคียง
- ระบบแตกต่าง การขยายความรู้เชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์และเทคโนโลยีรวมทั้งหลักฐานเชิงประจักษ์ ต้องการพยาบาลผู้นำทางคลินิกที่มีความรู้และทักษะสูงในการแปลและบูรณาการความรู้เหล่านี้ เพื่อให้บริการกับผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบบริการสุขภาพ ความต้องการและปัญหาสุขภาพของประชาชนที่มีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าว ต้องการพยาบาลผู้นำทางคลินิกที่รู้จักใช้ระบบสารสนเทศ และรูปแบบการบริการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการ
- การปฏิรูประบบสุขภาพได้เน้นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ พยาบาลจึงต้องมีความสามารถในการทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการ การส่งเสริมให้พยาบาลมีระดับการศึกษาที่ใกล้เคียงกับวิชาชีพอื่นๆ จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพและเกิดบรรยากาศของการทำงานที่มีการยอมรับนับถือซึ่งกันและกันดีขึ้น
- การมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคหรือกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้การเข้าใจสถานการณ์ปัญหาและการตอบสนองความต้องการผู้ใช้บริการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพของประชาชน
- เป็นช่องทางในการเพิ่มจำนวนอาจารย์พยาบาลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติการพยาบาลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสอนพยาบาลทางคลินิกทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท
- พยาบาลจำเป็นต้องมีผู้นำทางคลินิกเพื่อร่วมกำหนดนโยบายและพัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการ
- เป็นการดึงดูดพยาบาลในคลินิกที่ใฝ่รู้และต้องการศึกษาในระดับสูงขึ้นให้หันมาศึกษาในหลักสูตรวุฒิบัตรฯ แทนที่จะศึกษาต่อในสาขาอื่น ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นเกิดประโยชน์กับการปฏิบัติงานโดยตรง และเป็นการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพไว้ในระบบบริการพยาบาล
- เป็นการจัดการศึกษาขั้นสูงสุดในวิชาชีพให้กับผู้ที่สนใจและต้องการความรู้และทักษะในการปฏิบัติขั้นสูง ที่ต้องการความเชี่ยวชาญทางคลินิก เช่นอาจารย์ที่สนใจและสอนภาคปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง นักบริหารการพยาบาล เป็นต้น
- เป็นการให้คุณค่ากับการบริการพยาบาลโดยตรงนับเป็นทางหนึ่งในการสร้างอุดมการณ์ให้พยาบาลรักการปฏิบัติวิชาชีพที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์โดยตรงกับผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการ
หลักสูตรฝึกอบรมพยาบาลขั้นสูงระดับวุฒิบัตรวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย สภาการพยาบาล
- ภาษาไทย วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์สาขาการพยาบาล............
- ชื่อย่อ วพย. .................
- ภาษาอังกฤษ Diplomate, Thai Board of Advanced Practice in ......ชื่อย่อ Dip. ……
หลักสูตร มีทั้งหมด ๗ สาขา
๑. สาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์-ศัลยศาสตร์
๑.๑ แขนงโรคเรื้อรังและความพิการ
๑.๒ แขนงวิกฤติและเฉียบพลัน
๑.๓ แขนงโรคมะเร็ง
๑.๔ แขนงภาวะฉุกเฉิน บาดเจ็บ และสาธารณภัย
๒ สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต
๒.๑ แขนงจิตเวชและสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
๒.๒ แขนงจิตเวชและสุขภาพจิตผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
๓ สาขาการพยาบาลเด็ก
๓.๑ แขนงโรคเรื้อรัง
๓.๒ แขนงวิกฤติและเฉียบพลัน
๓.๓ แขนงทารกแรกเกิด
๓.๔ แขนงสุขภาพเด็กดีและกลุ่มเสี่ยง
๔ สาขาการพยาบาลโรคติดเชื้อและการควบคุมการติดเชื้อ
๕ สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ
๕.๑ แขนงการพยาบาลผู้สูงอายุในระยะยาว
๕.๒ แขนงการพยาบาลผู้สูงอายุในภาวะเฉียบพลันและกึ่งเฉียบพลัน
๖ สาขาการผดุงครรภ์
๗ สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน
๗.๑ แขนงเวชปฏิบัติครอบครัว
๗.๒ แขนงระบบสุขภาพชุมชน
ความต้องการกำลังคนพยาบาลขั้นสูงที่ได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง
- ร้อยละ ๓ ของจำนวนพยาบาลในแต่ละสถาบัน
- ในระยะ ๓-๕ ปี แรก จะสามารถผลิตได้ประมาณปีละ๑๐๐- ๑๕๐ คน และคาดว่าจะสามารถผลิตได้เพิ่มขึ้นในแผนต่อไป เมื่อมีจำนวนอาจารย์และพยาบาลที่ได้รับวุฒิบัตรฯ หรือหนังสืออนุมัติฯมากขึ้น
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
๑) เป็นผู้ที่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านพยาบาลศาสตร์ ความรู้ทางการแพทย์ การสาธารณสุข แนวคิด และ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี และสามารถนำมาประยุกต์ในการออกแบบและปฏิบัติการดูแลโดยตรง (direct care) ในกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีคุณภาพ
๒) มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายและระบบสุขภาพการเงินการคลังของระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการในสาขาที่เชี่ยวชาญ และสามารถนำมาประยุกต์ในการร่วมกำหนดนโยบาย พัฒนา และบริหารจัดการระบบบริการได้อย่างเหมาะสม
๓) มีความสามารถเป็นผู้นำในองค์กรและระบบ สามารถใช้ระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยี ในการปรับปรุงคุณภาพการดูแล ริเริ่มโครงการต่างๆ จัดการกับความเสี่ยงและภาวะคุกคามต่อสุขภาพ และประเมินผลลัพธ์ของการบริการสุขภาพได้
๔) มีความรู้ความเข้าใจและสามารถประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการพยาบาลที่ทันสมัยเพื่อการนำมาใช้ในระบบการดูแลผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการในสาขาที่เชี่ยวชาญได้อย่างเหมาะสม
๕) มีความสามารถในการทำงานร่วมกับบุคลากร เจ้าหน้าที่สุขภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมดำเนินการเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์การดูแล และยกระดับสุขภาวะของคนในชาติ
๗)มีความสามารถเชิงวิชาการ คิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ การวิจัยและสามารถนำเสนอรายงานทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผ่านสิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการตลอดจน สื่ออื่นๆ
๘) มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นตัวแทนผู้ใช้บริการเพื่อให้เกิดนโยบายทางสุขภาพที่มีความยุติธรรม ความเท่าเทียม สามารถชี้นำความถูกต้องและสื่อความคิดที่ดีงามด้านสุขภาพให้กับสังคม
๙)เป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้า สามารถวิเคราะห์ปัญหาด้วยตนเอง
สมรรถนะที่จำเป็นของผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง
- การปฏิบัติ Direct care
- การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
- ความเป็นผู้นำ
- ความรู้ความสามารถเชิงระบบ
- ความรู้ความสามารถเชิงนโยบาย
การปฏิบัติ
- เป็นหัวใจของหลักสูตรฝึกอบรม และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาของวิชาชีพที่ผูกพันอยู่กับการปฏิบัติเป็นการปฏิบัติบนพื้นฐานของวิชาการและความเป็นผู้นำ เนื้อหาวิชาในหมวดอื่นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ
คุณสมบัติผู้เข้าฝึกอบรม
๑ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทพยาบาลศาสตร์ตรงสาขาจากหลักสูตรที่สภาการพยาบาลรับรอง
๒ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้น ๑ หรือการพยาบาลชั้น ๑ ที่เป็นปัจจุบัน
๓ มีหนังสือจากสถาบันต้นสังกัดอนุมัติให้เข้าฝึกอบรม
๔ มีคุณสมบัติอื่นตามที่วิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย
ระยะเวลาการฝึกอบรม
- การฝึกอบรม ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของสภากาพยาบาล โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเข้าฝึกอบรมเต็มเวลาในสถาบัหลัก สถาบันร่วมผลิต หรือสถาบันแหล่งฝึก อย่างน้อย ๓ ปี
- แต่สามารถเว้นช่วงฝึกอบรมหลังจากสิ้นสุดการฝึกอบรมในปีที่ ๑ และปีที่ ๒ ได้ โดยระยะเวลาการฝึกอบรมต้องไม่เกิน ๕ ปี
สถาบันฝึกอบรม
๑ สถาบันหลัก
สถาบันหลักหมายถึงสถาบันการศึกษาที่สภาการพยาบาลรับรองและประกาศให้เป็นสถาบันหลักเพื่อให้การฝึกอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมพยาบาลขั้นสูงระดับวุฒิบัตรในสาขาการพยาบาลนั้น โดยต้องเป็นสถาบันที่สามารถจัดการสอนและฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีหน้าที่ในการเสนอขอเปิดหลักสูตรต่อวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย โดยความเห็นชอบจากสภาการพยาบาล และดำเนินการฝึกอบรมโดยร่วมมือกับสถาบันร่วมผลิต
มาตรฐานสำหรับสถาบันหลัก ได้แก่
๑ คณะพยาบาลศาสตร์ที่เปิดสอนหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งระดับปริญญาโทและเอกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี
๒ ต้องมีคณาจารย์ประจำที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรผู้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์จากสภาการพยาบาล ในสาขาการพยาบาลที่ต้องการเปิดจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน
สถาบันร่วมผลิต
หมายถึง สถาบันที่มีหน้าที่ร่วมฝึกอบรมและเอื้ออำนวยการฝึกอบรม เป็นสถาบันที่วิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทยให้การรับรองโดยความเห็นชอบจากสภาการพยาบาล
มาตรฐานสำหรับสถาบันร่วมผลิต ได้แก่
๑ ต้องเป็นสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่สามารถเป็นสถานที่ปฏิบัติงานในสาขานั้นๆ
๒ ต้องมีผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการในสาขา/แขนงที่ฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 200 รายต่อปี
๓ มีพยาบาลขั้นสูงที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และ/หรือ มีแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่ตรงกับสาขา/แขนงที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องการฝึกฝนความรู้ความชำนาญ
แหล่งฝึก
หมายถึง สถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นต้นสังกัดของผู้เข้าฝึกอบรม และเป็นสถาบันที่วิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย ให้การรับรองโดยความเห็นชอบจากสภาการพยาบาล
มาตรฐานสำหรับสถาบันแหล่งฝึก ได้แก่
๑ เป็นสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่สามารถเป็นสถานที่ปฏิบัติงานในสาขา/แขนงนั้นๆ
๒ ต้องมีผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการในสาขา/แขนงที่ฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 200 รายต่อปี
๓ มีพยาบาลขั้นสูงที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และ/หรือ มีแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในในแต่ละสาขาที่ตรงกับสาขาผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องการฝึกฝนความรู้ความเชี่ยวชาญ
การประเมินสถาบันฝึกอบรม
- ดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยฯ ต้องทำการประเมินคุณสมบัติและสถานะของสถาบันฝึกอบรม ตามหลักเกณฑ์ในประกาศของวิทยาลัยฯโดยการรับรองของสภาการพยาบาลทุก ๕ ปี
หลักสูตรการฝึกอบรม
โครงสร้างหลักสูตร ระยะเวลาการฝึกอบรม ๓ ปี รวม ๙๒ หน่วยกิต
๑. ภาคทฤษฎี โดยการบรรยาย นำเสนอทางวิชาการ สัมมนาวิชาการ วารสารสโมสร การประชุมวิชาการ ใช้เวลารวมกัน ไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต หรือ ๒๗๐ ชั่วโมงประกอบด้วย
- หมวดวิชาแกน ไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิต
- หมวดวิชาการพยาบาลเฉพาะสาขา ไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิต
๒ ภาคปฏิบัติ ต้องมีระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติงานในแต่ละสาขา ไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ ชั่วโมง (ฝึก ๖๐ ชั่วโมงเท่ากับ ๑ หน่วยกิต รวม ๕๐ หน่วยกิต )
๓ การวิจัย ๒๔ หน่วยกิต เป็นการทำการศึกษาวิจัยต้นฉบับอย่างน้อย ๑ ฉบับ และเป็นการบูรณาการกับการปฏิบัติ(Capstone Project) เน้น R&D
รายละเอียดการฝึกอบรม
ปีที่ ๑ : Advanced Practice Residency Trainingเน้น individual โดยเน้นการใช้สมรรถนะการปฏิบัติการดูแลโดยตรง (direct care) และสมรรถนะอื่น ๆ ตามความจำเป็น
ปีที่ ๒: Advanced, Specialized Practice ResidencyTraining ฝึกปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงในผู้ป่วยที่เลือกสรรเป็นรายบุคคล โดยเน้นการใช้สมรรถนะการปฏิบัติการดูแลโดยตรงและการดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่เลือกสรรซึ่งมีปัญหาที่คล้ายกันเป็นรายกลุ่ม อย่างน้อย ๒ กลุ่ม
ชั้นปีที่ ๓ Advanced, Integrated Practice andResearch Fellowship ฝึกบูรณาการการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงควบคู่กับการวิจัยทางคลินิก โดยฝึกประสบการณ์ การดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่เลือกสรร เป็นรายบุคคล/รายกลุ่ม/ชุมชน และ ทำโครงการวิจัยเพื่อออกแบบและพัฒนาระบบการดูแลและประเมินผลลัพธ์โดยใช้กระบวนการวิจัยทางคลินิก
งานวิจัยและการตีพิมพ์
- Capstone project
- Research and development
งานวิจัยระดับวุฒิบัตร
ผู้วิจัยต้องเขียนรายงานกระบวนการและผลลัพธ์อย่างเป็นระบบเพื่อเผยแพร่ ดังนี้
๑) เผยแพร่ โดยการนำเสนอด้วยวาจาต่อที่ประชุมวิชาการระดับชาติ หรือนานาชาติและตีพิมพ์ผลงานในรายงานการประชุม (Preceeding) หรือ
๒) เผยแพร่ผลการศึกษา โดยการตีพิมพ์ต้นฉบับในวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย(Thai Journal Citation Index Center, TCI) หรือวารสารนานาชาติ
หมวดบทเฉพาะกาล
APN ที่ต้องการได้รับวุฒิบัตร
- ไม่อยากอบรม จะต้องประมวลผลงานและประสบการณ์ในคลินิก เพื่อเทียบโอนความรู้ ความสามารถด้านวิชาการและการปฏิบัติในหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลขั้นสูงระดับวุมิบัตรวิทยาลัยและต้องผ่านการอบรมเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ที่วิทยาลัยกำหนด ซึงวิทยาลัยจะกำหนดรายละเอียดต่อไป
- ผู้ที่สำเร็จการศึกษาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตที่สภาการพยาบาลรับรอง เรียนไม่ต่ำกว่า 42 หน่วย ให้ยื่นสอบเพื่อขอรับหนังสืออนุมัติตามข้อบังคับนี้หรือหากประสงค์จะรับวุฒิบัตร ต้องเข้าฝึกอบรมตามหลักสูตรตามข้อบังคับนี้
- คนที่ได้วุฒิบัตรเดิมอยู่แล้ว ไม่อยากทำอะไร ก็ได้วุฒิบัตรเดิมต่อไป
สรุป
ที่เล่ามานี้ยังเป็นร่าง ข้อบังคับของสภาฯ พ.ศ. 2555 ถ้าร่างผ่านสภาแล้ว น่าจะเปิดอบรมได้ในปี 2556 หรือ 2557
แก้ว...
9/06/2555
เอกสารอ้างอิง
สมจิต หนุเจริญกุล.เส้นทางใหม่..ของการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงในประเทศไทย. เอกสารประกอบคำบรรยาย ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2555 โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี 2555

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
https://mail.google.com/mail/?hl=th&shva=1#all/1376ecca209b3553
เชียร์ครับพี่แก้ว...เมื่อมีการพัฒนาพยาบาล...ก็แสดงว่า...ผู้รับบริการย่อมได้การบริการพยาบาลที่มีคุณภาพครับ
ถามตอบหลังอาจารย์บรรยาย
ประทับใจคำที่อาจารย์เตือนสติ เราว่า
ทิมดาบคะ
พี่ชอบคำที่อาจารย์บอกว่า ทำแต่งาน แต่ไม่มีผลงานมาให้เห็น ไม่มีใครเชื่อ ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ให้เห็นเท่านั้น จึงจะรู้ว่ามีผลงาน
แวะมาส่งกำลังใจให้คนดีและคนเก่งค่ะ
ขอบพระคุณนะคะพี่แก้ว พยาบาลต้นแบบในใจหนู
พยาบาล รพช.อาจมีโอกาสน้อยกว่านะคะพี่แก้ว