สูบบุหรี่ยี่สิบปีที่ผ่านมา มีคุณค่าบ้างหรือเปล่า?

ผมสูบบุหรี่เมื่อตอนจบการศึกษา ระดับปริญญาตรี ..(มอ.หาดใหญ่) ตอนหัดก็ยากพอดู เพราะบุหรี่เป็นสิ่งไม่คุ้นสำหรับร่างกาย..ไอค่อก..ไอแค่ก..แต่ผ่านมวนแรกไปได้ มวนสอง..สาม สี่ก็ง่าย เดิมก็ไม่ได้สูบแบบติดมาก...แค่เท่ แล้วก็ปล่อยให้ลามไปจนหมดมวน

เมื่อสูบไปได้คล่องแล้วก็ แทบจะกลายเป็นกิจวัตรไปว่า ...หิวบุหรี่ ก็จะหาทางสูบ ..ตอนน้ันยังมีความเกรงใจเพื่อนฝูงกันอยู่ก็ออกมาสูบภายนอกอาคาร แต่นานไปมีก้วน ..จนตั้งวงสูบเป็นเรื่องราว เหมือนทานเหล้ากัน ยิ่งทานเหล้า ก็ยิ่งสูบบุหรี่อร่อยมากขึ้น ยิ่งหน้าหนาวก็จะได้อรรถรสไปอีกแบบ....เป็นอย่างนี้ จะเข้าปีที่สิบห้า ก็เริ่มเห็นการรณรงค์การห้ามสูบบุหรี่มากขึ้น..ตอนนั้นมาอยู่กรุงเทพฯแล้ว

เพราะการทำงานที่กรุงเทพฯ  ได้เปิดโอกาสให้การสูบบุหรี่สะดวก องค์กรเองก็ไม่เคร่งครัด เพราะเจ้านายก็สูบแบบมวนต่อมวน  ทำให้การคิดหวังจะเลิกก็ยิ่งยากไปใหญ่ ไม่แคร์สายตาใคร แต่การเดินทางไกล ก็พลอยทำให้ผมต้องแวะลงกลางทางเพื่อจุดบุหรี่สูบสักมวน ..ให้หายหิว แล้วเดินทางต่อ

การสูบบุหรี่ภายในห้องเช่าก็ไม่เป็นที่รังเกียจ เพราะแฟนก็ไม่ถือสา ปล่อยให้ผมได้สูบบุหรี่ ได้อย่างสบายใจ แต่กลิ่นสิ เริ่มเป็นปัญหา...เพราะผมชอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำ ห้องน้ำก็เหม็นนะ..แต่เธอไม่เคยบ่น.. จนผมเอาหลานมาเลี้ยงนี่แหละ ตอนเล็กแบเบาะก็ไม่เท่าไหร่

ตอนเดินได้และกำลังน่ารักสิ กวนใจมาก เพราะเขาจะมาหยิบบุหรี่ไปคาบเหมือนผมตอนสูบบุหรี่แป๊ะเลย...สะท้อนใจครับ

เห็นหลานที่ไหร ก็จะนึกว่าเราสูบบุหรี่ไปทำไมนะ แพงก็แพง..

จนวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ผมก็เลิกแบบขาดเลิก โดยการหักดิบ ทิ้งทุกอย่างที่เกี่ยวกับบุหรี่ลงถังขยะ....เลิกบุหรี่จนบัดนี้ครับ