ความผกผันของเวลา เงินตรา และเรี่ยวแรง

 

        ภายใต้เงื่อนไขของเวลา เงินตรา และเรี่ยวแรง มักจะผกผันอยู่เสมอค่ะเมื่อก่อนร่างกายแข็งแรง พอมีเวลา แต่เงินเดือนยังน้อย ครูแหม่มจะบอกตัวเองว่า รอก่อน เดี๋ยวนี้ยังพอมีแรง มีเงินพอ แต่ไม่มีเวลา ก็จะบอกตัวเองอีกว่า รอก่อน อีกสักระยะคงมีเวลาเหลือเฟือ มีเงิน แต่คงไม่มีแรงแล้ว ก็คงบอกตัวเองว่า ไม่ไหว ครั้งนี้เลยแหกกฎไปเที่ยวกับทัวร์ที่ประเทศมาเลเซียซะหลายวัน เหนื่อยกับการเดินทางน่าดู สนุกตื่นตากับสิ่งต่างๆ มากมาย และได้ความรู้จากการเห็นด้วยตาจากการฟังคำบอกเล่าของไกด์ เก็บทั้งความรู้เล็กๆ น้อยๆ และภาพบางส่วนมาฝากด้วยนะคะ

 

        ประเทศมาเลเซียประกอบด้วย 13 รัฐ และ 3 เขตปกครองพิเศษ ได้แก่ เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ เมืองศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองแห่งใหม่ปุตราจายา และเมืองลาบวน แต่ละรัฐจะมีสุลต่านปกครอง โดยทุกๆ 5 ปีจะมีการเลือกตั้งสุลต่านขึ้นเป็นประมุขของประเทศ ประชากรประมาณ 26 ล้านคน มีหลายเชื้อชาติทั้งคนมาเลเซีย คนอินเดีย คนจีน ภาษาพูดใช้ภาษามาลายู ภาษาเขียนใช้ตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษแต่จะสะกดตรงตัวแบบภาษาพูด ภูมิประเทศคล้ายหลังเต่าทางตอนเหนือและทางตอนใต้เป็นที่ราบต่ำ ส่วนทางตอนกลางของประเทศเป็นที่สูง ภูมิอากาศร้อนชื้น มี 2 ฤดู คือฤดูฝนกับฤดูร้อน ตอนไปเป็นฤดูร้อน (แต่ฝนตกทุกวันเลยค่ะ) เพราะมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และปลูกต้นปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

 

        ทัวร์ทางรถครั้งนี้เดินทางออกจากสำนักงาน กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 ไปสว่างที่ กศน.อำเภอสะเดา เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 บริษัท O.K.ทัวร์มารอรับโดยไกด์ไทย(คุณก๊วยเจ๋ง) และไกด์ท้องถิ่นมาเลเซีย(คุณซูวิทย์) เปลี่ยนขึ้นรถของประเทศมาเลเซีย จากนั้นเริ่มเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย ตรวจเอกสารที่ด่านสะเดา(ไทย) ด่านจังโหลน(มาเลเซีย) แวะรายทางไปเรื่อยๆ แลกเงิน(1 ริงกิต ประมาณ 10 บาทกว่าๆ) ทานอาหาร ชมเมืองเก่าอีโป ถ้ำเปรัค(เป็นวัดจีนที่อยู่ในถ้ำมีภาพวาดฝาผนังที่งดงาม) สองข้างทางเป็นป่าเขา ถนนคดไปโค้งมาคล้ายๆ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนถึงเกนติ้งไฮแลนด์(เมืองแห่งความบันเทิง) นั่งกระเช้าข้ามภูเขาที่มีความเร็วที่สุดในโลกและมีความยาวที่สุดในเอเชีย ถึงทีพักบนยอดเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 6,000 ฟุต มีแต่หมอกปกคลุม อากาศหนาวเย็นสดชื่นหายเหนื่อยเลย

 

        22 พฤษภาคม 2555 นั่งกระเช้าลงจากเขา เดินทางไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเป็นเมืองที่มีไม้ดอกไม้ประดับปลูกตามถนนอย่างสวยงาม (แม้กระทั่งยอดเสาไฟยังมีดอกไม้ประจำชาติ "ดอกบุหงารายา" หรือ "ดอกชบา" ด้วยนะคะ) ชมจัตุรัสเมอเดก้า(ศูนย์กลางของกรุง) อนุสาวรีย์แห่งชาติ เสาธงที่สูงที่สุดในโลก สถานีรถไฟเก่าแก่ที่สุดในมาเลเซีย หอคอยที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ตึกแฝดปิโตรนัสที่สูงที่สุดในโลกมี 88 ชั้น ความสูง 452 เมตร(การออกแบบเป็นเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม) ภายในตึกเป็นแหล่งรวมความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง และช็อปปิ้ง ชมร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ เช่น โกโก้ ชา กาแฟ ช็อกกาแล็ต บ๊ะก๋วยเต๋(สมุนไพรปรุงรสน้ำซุปบำรุงกำลัง) เดินทางต่อไปยังเมืองปุตราจาย่า(ตั้งตามชื่อนายกรัฐมนตรีคนแรก) ชมลานปุตจารา มัสยิดสีชมพู อาคารรัฐสภา พระราชวังแห่งใหม่ จนค่ำค่ะจึงถึงเกาะปีนัง(ไข่มุกตะวันออก)

 

        23 พฤษภาคม 2555 ชมเมืองมรดกโลกของปีนัง ป้อมปราการคอร์นเวลลิสที่ใช้แรงงานนักโทษก่อสร้างมีโบราณวัตถุที่สำคัญคือปืนใหญ่ของชาวดัทช์ นมัสการพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่วัดชัยมังคลาราม(วัดไทย) ฝั่งตรงข้ามกันเป็นวัดพม่าได้ไปกราบพระสงฆ์ท่านพรมน้ำมนต์ให้เป็นสุขใจ ไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมที่วัดเขาเต่า(วัดจีน) ซึ่งอยู่ในย่านไชน่าทาวน์ จากนั้นเดินทางกลับซื้อของฝากที่ร้านค้าปลอดภาษี ผ่านด่านจังโหลนและด่านสะเดาถึงประเทศไทยแล้วค่ะตอนบ่าย เปลี่ยนเป็นรถไทยเพื่อเดินทางกลับถึง กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสายๆ วันที่ 24 พฤษภาคม 2555


        สรุป มาเลเซีย ดีกว่าที่ครูแหม่มเคยคิดไว้เยอะเลยค่ะ
ผู้คนน่ารัก บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ มีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ค่ะ