ขณะนี้เป็นเวลาตีสองยี่สิบนาที ผมได้ใช้เวลาอยู่กับตนเองมาถึงสามวัน และได้ข้อคิดหลายๆอย่างในขณะที่พักอยู่บ้านเฉยๆ (passive leisure-resting activity) เนื่องจากข้อเท้าแพลงและไม่สามารถเดินไปได้ไกลจากห้องพักของตนเองมากนัก ยอบรับว่าตนเองเริ่มนอนไม่ค่อยหลับ เพราะต้องหลับๆตื่นๆ (broken sleep activity) หลังจากทานยาแก้อักเสบกล้ามเนื้อ และมีกิจกรรมซ้ำๆ (solitary activity as a routine)  เป็นวงจรที่น่าเบื่อในเวลาใกล้เคียงกันและในสถานที่แคบๆ ของห้องพัก ได้แก่ นอนอ่านหนังสือบนเตียง ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรส่วนตัว นั่งทานข้าวกลางวัน นั่งพิมพ์งานวิทยานิพนธ์ นั่งๆนอนๆ ดูทีวี ฟังเพลง จะเห็นว่าข้อดีของกิจกรรมเหล่านี้คือ เราเกิดความรู้สึกได้อยู่กับความคิดของตนเอง (reminiscing and thinking activity) มีการกระตุ้นการทำงานของจิตใจ (mental stimulation)ในลักษณะสองรูปแบบคือ แบบหยุดพักนิ่งๆกับการวางแผนความคิดของตนเอง (cognitive mapping-isolation) และแบบหยุดพักนิ่งๆกับการผ่อนคลายตนเอง (self-relaxation-isolation)

 

แต่หากคนเราต้องหยุดพักอยู่กันตนเองนานๆ มากเกินไป จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เราเรียกว่า Leisure sickness คือระบบการทำงานทางสรีรวิทยาของร่างกายและจิตใจจะลดต่ำลง (Physiological and psychological mechanism-passive desensitization) ทำให้ขาดประสบการณ์การใช้เวลาว่างในกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะการเคลื่อนไหว (physical leisure) เช่น การเดินออกกำลังกาย หรือใช้ทักษะทางสังคม (social leisure) เช่น การคุยโทรศัพท์ หรือทั้งสองทักษะร่วมกัน (involvement of social and physical leisure) เช่น การเดินไปกินข้าวกับเพื่อนในที่พักเดียวกัน

 

โชคดีเหลือเกิน ด้วยความเป็นคนอยู่ไม่นิ่งของผม (hyperactive personality) มีอยู่วันหนึ่งผมลองเดินลงจากห้องพักได้ไม่กี่ชั้น ก็ต้องลงลิฟท์แล้วเดินไปซื้ออาหารจากร้าน Fast Food ที่อยู่ไม่ไกลจากอาคาร แต่ผลเสียคือข้อเท้าที่แพลงก็ปวดอักเสบมากขึ้นครับ อย่างไรก็ดี โชดดีที่ผมมีเพื่อนๆที่มีน้ำใจอยู่ในอาคารเดียวกัน ผมนับถือเป็นพี่สาวสองท่านที่สนิทและเคารพรักที่สุดครับ พี่ๆเค้าทำอาหารเย็นให้ทาน มันเป็นความรู้สึกดีใจและมีความสุขแบบประทับใจ (touching/impressive happiness) เมื่อสัมผัสบุคคลที่มีน้ำใจและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ยามเจ็บป่วยอย่างจริงใจและสุดซึ้ง เหมือนกับคำคมที่ว่า “ไม่เห็นเพื่อนตาย เมื่อยามใกล้จะตาย”