ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการอำนวยความสะดวกต่อการทำงานในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยในส่วนราชการทุกส่วนได้ที่คอมพิวเตอร์ใช้ทั้งนั้น
เมื่อมีการใช้งานมาระยะหนึ่ง เครื่องย่อมเกิดอาการขัดข้องหรือเสียหายขึ้นได้ เราจึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาให้เครื่องอยู่ในสภาพพร้อมที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะมีตั้งแต่เล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงที่จะทำให้งานที่อุตส่าห์ทำเป็นเดือนๆ หายไปได้ในพริบตา หรือไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นได้อีกเลย วิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์นั้นก็คือ ป้องกันก่อนที่มันจะเกิดขึ้น
การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นวิธีที่ช่วยให้สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขึ้น จึงจำเป็นต้องรู้จักปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดการขัดข้องหรือเสียหาย และวิธีการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
ปัจจัยที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดการขัดข้องและใช้งานไม่ได้
1. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม
1.1ความร้อน ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องเกิดจากการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละชิ้น ซึ่งความร้อนนี้หากสูงเกินขอบเขตที่ฮาร์ดแวร์ทนได้ ก็จะทำให้เกิดการเสื่อมของชิ้นส่วนอุปกรณ์นั้น ดังนั้นจึงต้องมีวิธีที่ใช้ในการระบายความร้อนออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์
1.2ความชื้น ความชื้นเป็นตัวการทำให้คอมพิวเตอร์เสื่อมสภาพเร็วและอาจทำให้อุปปกรณ์ภายในเป็นสนิมขึ้น สนิม คือออกไซด์ของเหล็กที่ทำปฏิกิริยากับอากาศและความชื้น ทำให้เนื้อเหล็กเปลี่ยนสีส้มและกร่อนขึ้น โดยเฉพาะตัวเคสที่เป็นเหล็ก นอตยึดเคสและเมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ ที่ร้ายแรงอาจเกิดสนิมที่ ตัวเก็บประจุแบบกระบอกและขาของตัวต้านทานภายในแผงวงจร
1.3ฝุ่นละออง ฝุ่นละออง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ เสียหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากฝุ่นละอองจะเข้าไปขัดขวางทางเดินของกระแสไฟฟ้าบนแผงวงจร ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ชิ้นนั้นทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานติดขัด นอกจากนี้ ฝุ่นละอองยังเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้ความร้อนระบายออกไปได้
1.4น้ำหรือของเหลว น้ำหรือของเหลว เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดการลัดวงจรเสียหายได้ เนื่อง จากชิ้นส่วนอุปกรณ์ทุกชิ้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้กระแสไฟฟ้าในการทำงาน และน้ำก็เป็นตัวการที่ทำให้กระแส ไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นจึงไม่ควรนำน้ำหรือของเหลวใด ๆ เข้าใกล้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
1.5ระบบไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดการเสียหายได้เสมอ เช่น ไฟฟ้าดับบ่อย ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน หรือเกิดฟ้าผ่าในช่วงฤดูฝน มีผลเสียต่ออุปกรณ์ภายในโดยเฉพาะ ฮาร์ดดิสก์ เพราะหัวอ่านจะกระแทกหรือแกว่งตามกระแสไฟทำให้จานแม่เหล็ก (เพลต) หรือบริเวณข้อมูลฮาร์ด ดิสก์เสียหายตามมา
2. ปัจจัยด้านระบบเครื่องคอมพิวเตอร์
2.1ด้านตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware)
1 ชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือขบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน
2 ขั้วต่อสายไฟหรือปลั๊กเสียบสายหลุดหรือไม่แน่น หรือสายไฟชำรุด
3 การต่อสายไฟ สายส่งข้อมูลต่าง ๆ หลวมหรือต่อไว้ไม่แน่นดีพอ
4 การเสียบแรม ขั้วต่อสายหรือการ์ดต่าง ๆ หลวมหรือไม่แน่น แรมหรือการ์ดต่าง ๆ เริ่มมี ปัญหาหรือใกล้จะเสีย
5 หน้าสัมผัสของหน่วยแสดงภาพ (Graphic Card) หรือการ์ดต่าง ๆ ไม่แน่นหรือเสีย
6 แผงวงจรหลัก (Main Board) ภายในเครื่องอาจเสื่อมสภาพจากการใช้งาน หรือมีสิ่งสกปกที่เกิดจากฝุ่นเกาะจับจุดสัมผัสของอุปกรณ์ทำให้อุปกรณ์เกิดการลัดวงจร (Short Circuit) หรือความร้อนขึ้นสูงเกินกว่าอุปกรณ์นั้นจะทนทานได้ ถ้าฝุ่นเกาะพัดลม ทำให้หมุนช้าลงแถมฮีทซิงค์ร้อนขึ้นกว่าเดิมด้วย
7 ฮาร์ดดิสก์ เริ่มมีปัญหา เสื่อมสภาพหรือใกล้จะเสีย
8 ถ่านแบตเตอรี่บน Main Board เสื่อมสภาพลงหรือหมดอายุการใช้งานแล้ว
9 ตัวชุดจ่ายไฟ (Power Supply) อาจเสื่อมสภาพหรือเสีย
10 ความร้อนที่เกิดจากพัดลมระบายความร้อนของซีพียู พัดลมระบายความร้อนภายในเครื่อง
2.2ด้านโปรแกรม (Software)
1 ตัวระบบปฏิบัติการ Windows เอง เป็นผลเนื่องจากระบบของ Windows ยังมีปัญหาต่างๆ จึงจำเป็นต้องทำการ Update อยู่เสมอและต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ
2 ปัญหาที่เกิดจากโปรแกรม Driver เสียหายหรือไม่ถูกต้อง
3 การติดตั้งโปรแกรมและเกมที่ Download จาก Internet อาจทำให้มีไวรัสแฝงอยู่ในโปรแกรมเหล่านั้น
4 การลงโปรแกรมไม่สมบูรณ์ หรือมีปัญหากับซอฟต์แวร์บางตัว
5 ไฟล์เสียหายที่เกิดจากไวรัสเข้ามาทำลายและโปรแกรมไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เช่น มัลแวร์ (Malware) มีมากมาย อาทิ ไวรัส (Viruses) เวิร์ม (Worms) ม้าโทรจัน (Trojan Horses) Logic bombs และประตูหลัง (Back doors)
2.3ด้านผู้ใช้งาน (User) สำคัญมาก
1 การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธี
1.1การปิดเครื่อง ถ้าเครื่องกำลังอ่านหรือทำการบันทึกข้อมูลอยู่ไม่ควรกดปุ่ม Power off หรือปุ่ม Reset จนกว่าเครื่องจะอ่านหรือทำการบันทึกข้อมูลจนเสร็จ
1.2การลบไฟล์หรือการย้ายไฟล์ผิด
1.3การถอดถอนโปรแกรม (Uninstall) ออกจากเครื่องที่ไม่ได้ใช้การ Remove ของโปรแกรม Windows หรือ Uninstall ของโปรแกรมนั้น ๆ เอง
1.4การติดตั้งโปรแกรมเกินความจำเป็น
1.5การขาดการใช้วิจารณญาณในการ Download ไฟล์ต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้เป็นขยะและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าไวรัสต่าง ๆ
1.6ก่อนที่จะเกิดปัญหาได้มีการทำอะไรบ้าง เช่นลงโปรแกรมเพิ่มหรือเพิ่มการ์ดในเครื่อง นั่นอาจเป็นสาเหตุหลักก็ได้
2 การขาดการดูแลรักษาเครื่อง
1ควรทำ ScanDisk เพื่อตรวจหาข้อผิดพลาด อย่างน้อยเดือนละครั้ง
2ควรทำ Disk CleanUp เพื่อลบไฟล์ที่ไม่ต้องการ อย่างน้อยเดือนละครั้ง
3ควรทำ Disk Defragment เพื่อจัดเรียงข้อมูลให้ต่อเนื่องกัน อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง
4ควรทำ Create a Restore point ก่อนที่จะมีการติดตั้งหรือถอดถอนโปรแกรม ถ้าเกิดมีปัญหาสามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้
3 การขาดการป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์
1ควรมีเครื่องสำรองไฟ (UPS) เพื่อป้องกันไฟดับ ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน
2ควรติดตั้งโปรแกรม Anti Virus และ Anti SpyWare และต้องหมั่น Update อยู่เสมอเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอินเตอร์เน็ต และควรเพิ่มการใช้การวิจารณญาณ ในการ Download ไฟล์
3ถ้าจำเป็นต้องมีการแชร์ริ่งไฟล์ ควรตั้งค่า Permissions ให้อ่าน (Read) เท่านั้น
4ควรตั้ง User Name และ Password ก่อนเข้าใช้เครื่อง