อยากเรียนเก่ง ต้องเรียนรู้การเป็นครูไปด้วย

  ติดต่อ

  สอนให้ลูก เรียนให้รู้ จนสอนคนอื่นได้ด้วย ลูกจะเข้าใจได้ดีขึ้น  

เมื่อคืนเรา(คุณแม่กับพี่วั้น) ช่วยพี่เหน่นทำการบ้าน ช่วยของเราคือการช่วยคิด ช่วยค้นหาคำตอบ เพราะพี่เหน่นทำไปแล้ว เหลือเฉพาะส่วนที่ทำไม่ได้ หาคำตอบไม่พบ ระหว่างที่พี่เหน่นทำๆอยู่คนเดียว คุณแม่ถามเป็นระยะๆเพราะดูพี่เหน่นเคร่งเครียด (มีการบ้านหลายอย่าง ซึ่งเขาทยอยทำไปเรื่อยๆ) เหลือวิชาสุดท้ายที่ดูเคร่งเครียด และบอกว่าต้องให้แม่ช่วย เริ่มง่วงนอนแล้ว พี่เหน่นบอกว่าง่วงเพราะอ่านวนไปวนมา ไม่เข้าใจ หาคำตอบไม่ได้สักที

เราสามคนเลยรวมหัวกัน ผลัดกันหา ผลัดกันอ่าน ผลัดกันสอน จนกระทั่งหาคำตอบได้หมด ระหว่างนั้นก็มีการ entertain เช่น อ่านโจทย์ด้วยทำนองเพลงที่กำลังฮิตๆ เป็นที่ขำขัน ทำให้โจทย์ที่เรากำลังหงุดหงิดหาคำตอบไม่ได้ เป็นของตลกไป

คุณแม่ได้ข้อคิดว่า หากอยากให้ลูกรู้เรื่องเข้าใจ ต้องทำให้เขาสอนหรือพูดสิ่งที่เขารู้ให้คนอื่นฟัง เพราะเมื่อต้องให้เขาอธิบายให้เราฟัง (ทั้ง 2 หนุ่ม) เขาจะดูเหมือนเข้าใจสิ่งที่เขาต้องรู้มากขึ้น คิดถึงตัวเองด้วยว่า เวลาเราเรียนรู้อะไร กับเวลาที่เราต้องเอาไปถ่ายทอดนั้น เราจะซาบซึ้งรู้ลึกมากขึ้น ต้องเพิ่มเติมวิธีการทำให้คนอื่นเข้าใจ ซึ่งเป็นการช่วยให้ตัวเราเองเข้าใจและจำได้มากขึ้น 

เพราะฉะนั้น เคล็ดลับหนึ่งในการช่วยลูกให้เรียนรู้เรื่อง เข้าใจมากขึ้น น่าจะเป็นการสอนให้ลูกสอนเป็น บอกเล่าเรื่องที่เขาเรียนให้คนอื่นรู้เข้าใจให้ได้ ให้เขาอธิบายสิ่งที่เขารู้ให้เราเข้าใจ ถ้าใครบอกว่าก็ลูกไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ก็คงต้องเอาเรื่องที่ง่ายที่สุดที่เขารู้ดูก่อน

ใครเคยใช้วิธีนี้บ้าง เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อันเนื่องมาจากลูกๆ

หมายเลขบันทึก: 48953, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 15:50:50+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การศึกษา#การเรียน#ความคิด#ความเข้าใจ#สอนลูกให้คิด#ลูก#แม่

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (1)

  • เห็นด้วยค่ะ พี่เม่ยนะเมื่อก่อนก็สอนไปเลยบอกไปเลย ลูกก็จำไปเลย ผลก็คือไม่ได้แก่นไว้ใช้งาน พอวันหลังก็ถามกันใหม่อีกในเรื่องเดิมๆนั่นแหละ
  • มาพักหลังได้เรียนรู้จากคุณพ่อของลูก ก็เลยหันมาใช้วิธีให้ลูกอธิบายความคิดของเขาออกมาก่อน เราฟังแล้วหาจุดที่เขายัง "ติด" อยู่ เพื่อที่จะได้ "กำจัดจุดอ่อน" ได้ตรงๆค่ะ
  • วิธีนี้น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ได้กับเพื่อนร่วมงานด้วยนะคะ ติดอยู่ตรงที่ว่าเขาต้องเข้าใจในความหวังดีของเราก่อนนะ ไม่งั้นอาจกลายเป็นว่า "แหม...แค่นี้ก็ไม่ยอมบอก" เป็นเรื่องเอินไปหล่าว เนาะ!