กราบสวัสดีค่ะครู
เป็นวันแรกที่ตะกายขึ้นมาเขียนบันทึกอย่างที่ครูเทศน์สอนว่า
“ถ้าไม่ฝึกฝนแล้วจะพัฒนาได้อย่างไร”
ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าการที่เราละเลยไปนาน ๆ กว่าจะกลับมาได้ยากมาก การละเลยแสดงให้เห็นว่าศีลข้อสี่ด่างพร้อยเคยบอกว่าจะทำแล้วไม่ทำ ไม่มีสัจจะ แล้วก็เอาเวลาไปทำในสิ่งที่ปรนเปรอกิเลส ใจระลึกถึงคำครูว่า
“ก็เหมือนการเสพติดแต่เป็นการเสพติดกิเลส”
ทำให้นึกย้อนกับตนเองถึงภาวะกาติดกาแฟ จนถึงเลิกกาแฟ ไม่ง่ายเลย พยายามเลิกแล้ว แต่ก็กลับไปทานสองสามครั้ง กว่าจะเลิกขาดจริง ๆ แต่ข้างในก็ยังรู้สึกว่า
“กลิ่นของเม็ดกาแฟหอมชื่นใจ”
ต้องตั้งใจหลายครั้งนะติ๋ว ย้ำกับตนเอง
ตื่นมาทำวัตรเช้าหลังจากที่หลับสลบตอนกลับจากวัด ง่วงมากๆ จนต้องจอดพักงีบกลางทางค่ะครูแล้วค่อยไปต่อ แต่ก็มาถึงขอนแก่น เขียนบันทึกแล้วก็ไปวิ่ง เปิดประตูบ้านออกไปเจอน้อง ๆ ลูกๆของพี่เพียง นึกขึ้นได้ว่าพี่เขาไปราชการ แต่ก็ไม่ได้ฝากลูกไปกับหนูเสิรฟๆถามจึงทราบว่า “พี่อ้อจะไปส่ง”
แต่เจ้าตัวเล็กวิ่งมาถามหนูแล้วทำตาอ้อยสร้อยว่า
“ทำไมน้าติ๋วไม่ไปส่งหนูไปโรงเรียน” เพราะอาทิตย์ที่แล้วแม่เขาไม่อยู่สามวันเป็นหนูดูแลไปรับไปส่ง จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ก็แม่ไม่ได้ฝากน้าไว้แสดงว่าฝากแม่อ้อแล้วไง”
การอยู่กับเด็ก ๆ ทำให้ได้เรียนรู้ตนเองว่า
“พ่อแม่ ต้องอดทนแค่ไหนในการดูแลลูกทั้งไปรับไปส่ง หาข้าวหาอาหารให้ทาน สอนการบ้าน”
หนูเคยถามพี่ ๆ ได้ความว่า
“ไม่รู้สึกลำบากนะ รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำและเห็นเขาเติบโต”
เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ได้เรียนรู้ค่ะครู
แล้วก็ออกไปทำงาน วันนี้หนูมีงานค้าง ในการตรวจวิเคราะห์แต่ก็ไม่ยอมหยิบขึ้นมาทำ ผิดศีลข้อสี่ ทำงานไม่บริบูรณ์แต่รับเงินเดือนเต็มผิดศีลข้อสอง มีคนรอผิดศีลข้อหนึ่งทำให้เขากังวลใจ ตอนเช้าเข้าประชุม Web Conference ความไม่พอใจพุ่งเป็นระยะ ๆ ในประเด็นที่ต้องชี้แจงค่ะ ทั้งๆที่แรกๆนั่งฟังเฉย ๆ แล้วให้พี่ ๆ เสนอกับ แต่พอเป็นเรื่องที่ตนเองรับผิดชอบแล้วลุกขึ้นชี้แจงแนวทาง พอมีพี่ ๆ ซักถามก็ตอบแบบรัวแบบกลั้นหายใจ จนพี่ ๆ ที่ประชุมด้วยกันแซวว่า
“ถ้ามันไม่พอใจมันจะไม่ทำ”
แว๊บได้สติขึ้นมาพิจารณาใหม่ค่ะครู รับเท่าที่เป็นประโยชน์สูงสุดและพอไหว อันไหนที่คนกลัวแล้วต้องลงแรงเยอะก็หาช่องทางอื่นไปก่อน ได้ข้อสรุปเรื่องที่รับผิดชอบจัดทำสื่อคือ ให้เปิด User ใหม่ใน Gotoknow ชื่อว่า ComMedSci แล้วก็เอาบันทึกถอดบทเรียนเรื่องงานแปะทั้งใน G2K และเว็บบอร์ดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมอบหมายให้หนูดูแลเว็บบอร์ด ส่วนหนึ่งก็ทำใจค่ะ ถ้าเก็บงำแล้วไม่เอ่ยในที่ประชุมใหญ่อย่างที่ผ่านมาก็ไม่สามารถดำเนินงานได้เพราะผู้ใหญ่ไม่เห็นชอบ ทำให้ได้เรียนรู้ว่า
“การทำงานต้องเรียนรู้ที่จะแชร์ก่อนที่จะลุกจะลดแรงเสียดทานบางอย่างได้ แต่สิ่งที่ตั้งเป้าไว้ในใจว่าเป็นสิ่งดีและถูกต้องก็จะทำไปเลย เลือกใช้ช่องทางที่รับผิดชอบด้วยตัวของตัวเอง”
นี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้ค่ะครู อืมอีกอย่างรับรู้ว่า คนเรามักจะกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จักสร้างภาพระแวงมากมาย เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ก็อ้างว่าไม่มีเวลา ทำให้นึกถึงครู
เพราะผู้คนรวมถึงหนู ไม่คาดเดาไม่ได้ว่าครูจะเป็นเช่นใด
จึงรู้สึกกลัวค่ะ แต่แท้ที่จริงแล้วเรากลัวความคิดตนเอง
เมื่อเป็นเยอะๆแล้วต้องเข้าใกล้ครู
ทำให้ส่งพลังงานของความกลัวออกไปมากจนเป็นการทำร้ายครูอย่างไม่รู้ตัว
พอเลิกงานพี่อ้อฝากแวะรับเด็ก ๆ แทน พอรับปากแต่ก็ออกช้ากว่าปกติเพราะมัวนั่งทำงานอยู่ พี่อ้อโทรมาบอกว่า
“พี่พึ่งรู้ว่าเจ้าคนโตแม่เขาบอกว่าขากลับจะหัดขึ้นรถเมย์กลับเอง”
จึงต้องปรับแผนการเดินทางค่ะ รับเฉพาะเจ้าตัวเล็ก แล้วก็กลับบ้านมาด้วยกัน พอมาถึงบ้านว่าจะจัดแจงเก็บบ้านแล้วก็ไปวิ่ง แต่ก็เหมือนปั้มแก้ไขเครื่องซักผ้าที่น้ำไม่ไหลเข้าเครื่อง แล้วเกิดความรู้สึกเซ็งแล้วก็ไม่ไปได้แต่บอกตนเอง ย้ำมันว่า
“ละเลย ไม่ไหวเลย แบบนี้แหละถึงไม่ก้าวหน้า ไม่ต้องโทษใคร โทษพฤติกรรมที่ไม่เข้มแข็งปล่อยให้ใจชั่วๆลากไปมา”
ได้เห็นสาเหตุของความไม่ก้าวหน้าและไม่มั่นในหลักของตนค่ะครู แต่ก็จะพยายามก้าวต่อไป การเริ่มต้นทำอะไรไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ ทำอย่างไรจึงจะฝึกฝนจนเป็นนิสัย
รักครูค่ะ
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
