ในบรรดาอาหารการกินที่มีความหลากหลายมากในปัจจุบัน ทำให้เรามีโอกาสเลือกที่จะรับประทานตามใจชอบ ซึ่งสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นด้วยร้านรวงที่ทำอาหารออกมาในรูปเชิงธุรกิจ ประเภทบริการส่งถึงบ้าน นวตกรรมของต่างชาติทั้งนั้นแหละครับ รูปแบบธุรกิจเหล่านี้ในอดีตประเทศเราไม่มี เรารับเขาทั้งนั้น ผมไม่ได้ต่อต้านไม่ให้เรารับเอาวัฒนธรรมการกินแบบต่างชาติเข้ามาในบ้านเมืองเรา แต่ผมมองว่าเป็นรูปแบบที่เราไม่ได้ทำเอง วัตถุดิบก็ต้องนำเข้า ถ้าช่วงวิกฤติน้ำมันแพง วัตถุดิบที่นำมาใช้ก็ย่อมต้องมีราคาสูงตามเป็นเงา ผลกระทบก็ตกอยู่ที่ผู้บริโภค ในช่วงที่มีสภาวะเป็นแบบนี้ เราลองหันมาพิจารณาอาหารการกินแบบพื้นบ้านของชาวผู้ไท วันนี้ขอเสนอแกงหน่อครับ อันแรกแกงหน่อหวาย หน่อหวายนั้นมีขึ้นทั่วไปตามป่าเขา ขณะนี้มีการปลูกเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนบ้างแล้ว มีรสขมเล็กน้อย เวลแกงสุกแล้วรสขมจะจางลงครับ อาหารประภทแกงจัดเป็นอาหารหลักของชาวผู้ไทที่ทำกินได้ทุกวัน เครื่องปรุงที่นิยมใช้ในอาหารประเภทแกงหน่อ ได้แก่ พริก เกลือ น้ำปลา ใบย่านางยีแล้ว ข้าวเบือ(ข้าวเหนียวดิบที่บ่นจนละเอียด) น้ำปลาร้า ภาพนี้เป็นแกงหน่ออ้อย ต้นอ้อยเวลาที่เป็นต้นอ่อนจะมีหน่ออ่อน รสออกหวานเล็กน้อย เวลานำมาแกงชางผู้ไทชอบใส่เนื้อสัตว์เพื่อคุณค่าทางอาหาร เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว แล้วหาได้ครับ อาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อหา วัตถุดิบมีปลูกไว้หลังบ้าน สะดวกสบาย ไม่ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมันไปซื้อที่ตลาด ไม่ต้องซื้อของมาเกินแล้วเน่าเสีย
ชอบความดรียบง้ายในตัวคุณนะครับ
เห็นแล้วน่ากินจังนะคะ
กินอยู่แบบธรรมชาติดีเยี่ยมค่ะ
ประหยัดและปลอดภัยด้วยค่ะ
ส.ค.ส.๒๕๕๖...
สวัสดีปีใหม่นะครับ คุณวิระศักดิ์ ครับ
"น่าสงสาร ยายหวอด แกงยอดหวาย
ขมจะตาย แกซด จนหมดสิ้น
พอผัวตาย แกผายตัว จากครัวนิน
ไปยินยอม ให้ชายเรียง ถึงเชียงราย"
สวัสดีปีใหม่ครับหมอ