ห้องสมุดเป็นหัวใจของการพัฒนาทางวิชาการ (จริงหรือ?)มหาวิทยาลัยไม่สามารถอยู่ได้ ถ้าไม่มีห้องสมุด (จริงหรือ?) และเหตุผลอีกมากมาย แต่ในความเป็นจริง เราพบว่า มีผลกระทบภายนอกมากมายต่อห้องสมุดโดยตรง นอกเหนือจาก มุมมองเดิมๆ ที่ว่า ห้องสมุดโดยเฉพาะบรรณารักษ์ โบราณ (จริงหรือ?)

เมื่อกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยได้เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยนกัน ผ่านบริการที่เรียกว่า บริการยืมระหว่างห้องสมุด เนื่องจากหลายๆ ห้องสมุดต่างประสบกับปัญหางบประมาณสนับสนุนลดน้อยลง และก่อให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรร่วมกันในลักษณะของการจัดประชุมคณะทำงานกลุ่มต่างๆ ในสายงานของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา และจัดให้มีการประชุมใหญ่ร่วมกันปีละครั้ง

หลายครั้งหลายหนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมสารสนเทศ ห้องสมุดจะปรับตัวตามโดยที่บุคคลภายนอกไม่ทันได้สังเกตุโดยเฉพาะการร่วมมือกับนักพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์นำเทคโนโลยีแบบบูรณาการเข้ามาปรับใช้ในห้องสมุด ในรูปของ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ทำให้การจัดบริการในห้องสมุดง่ายขึ้นเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามภาพลักษณ์ของห้องสมุดในสายตาบุคคลทั่วไปก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมนัก หลายคนยังมองว่าห้องสมุดเป็นเพียงที่เก็บหนังสือ บรรณารักษ์เป็นเพียงผู้เฝ้าหนังสือ ใส่แว่น โบราณ คร่ำครึ (แม้จะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็ตาม) บ่อยครั้งที่จะมีคนบอกว่า อยู่กับหนังสือคงได้อ่านหนังสือเยอะ หารู้ไม่ว่า บรรณารักษ์มีอะไรทำมากมายนอกเหนือจากการเฝ้าหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีที่ถาโถมเข้ามาราวกับระลอกคลื่นที่ไม่ยอมหยุดยั๊ง เพื่อแสวงหาสารสนเทศต่างๆ มาให้บริการ

เมื่อประมาณ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา กระแสการปฏิรูปวงการอุดมศึกษา โดยที่รัฐพยายามผลักดันให้สถาบันอุดมศึกษาในการกำกับดูแลของทบวงมหาวิทยาลัยให้พึ่งพาตนเอง ให้มากขึ้น มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลเพื่อเป็นตัวอย่างของการตั้งต้นยืนด้วยลำขาของตนเอง ทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยต้องพึ่งพาตนเองได้ หมายถึงการมองหาแนวทางนำรายได้เข้าสู่องค์กร ถึงตอนนี้ห้องสมุดต้องปรับตัวกันขนานใหญ่อีกครั้งหนึ่ง งบประมาณที่ได้รับอาจมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากห้องสมุดไม่ไช่หน่วยงานที่สามารถแสวงหารายได้มาจุนเจือตนเองได้ จึงเกิดความหวั่นวิตกว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับหน่วยงานแบบห้องสมุด แม้จะหาเหตุผลปลอบใจตนเอง ว่า ห้องสมุดเป็นหัวใจของการพัฒนาทางวิชาการ (จริงหรือ?) มหาวิทยาลัยไม่สามารถอยู่ได้ ถ้าไม่มีห้องสมุด (จริงหรือ?) และเหตุผลอีกมากมาย แต่ในความเป็นจริง เราพบว่า มีผลกระทบภายนอกมากมายต่อห้องสมุดนอกเหนือจาก มุมมองเดิมๆ ที่ว่า ห้องสมุดโดยเฉพาะบรรณารักษ์ โบราณ เทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น (แม้ว่าจะยังต้องการสารสนเทศ แต่คนส่วนใหญ่ก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากกว่า) สารสนเทศเริ่มหาได้ง่ายขึ้นในทุกที่และทุกเวลา และอื่นๆ อีกนานัป

น่าคิดว่า ห้องสมุดซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร จะปรับบทบาทของตนเองอย่างไรในสถานการณ์เหล่านี้