เคยเขียนบันทึกเรื่อง ความฝันของใครของมัน แต่สามารถแบ่งปันกันได้ กับเส้นทางสายหมา ณ เมษานี้ ไว้ในช่วงเดือน 02/2012 แต่เวลาเลยผ่าน ฉันก็พลาดทริปนี้ตามเคย และนี่คือมูลเหตุตั้งต้นของบันทึกฉบับนี้
เพื่อนเก่ากลับมาเล่นกันใหม่ แบบว่าว่างจัด หรือ เวิ่นเว้อ ไม่ทราบได้
เปลี่ยนแผนไป เมืองงอย (ลาว) แทนทริปเส้นทางสายหมาของฉัน...ด้วยเหตุผลที่ว่า มันมีหิ่งห้อยป่าเต็มไปหมดว่ะ...เปลี่ยนแผนกันเถอะ
ด้วยความรับผิดชอบขั้นเทพในงานที่ทำอยู่ คิวที่ไม่ได้ลงนัดล่วงหน้า และความไม่แน่ใจกับความเป็นผู้หญิงของฉัน ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับนโยบายกินง่ายอยู่ง่ายของชายไทย 2 พระหน่อ ที่ชอบป่าแบบชัดเจน ทำให้ฉันไม่สามารถติดตามเพื่อน 2 หนุ่มไปในทริปเมืองงอยได้
- เมื่อกำหนดวันประตูเมืองงอยเปิดชัดเจนแล้ว แม้ในช่วงบ่ายที่ยุ่งงาน วันเดินทางฉันยังหาเวลาไปส่งเพื่อนทั้ง 2 ที่จะเดินทางไปเมืองงอย...
หลังจากแยกกัน 2 ชม.กว่า เสียงโทรศัพท์โทรมาถามเบอร์บริษัททัวร์ ทำไม้ไม่ถาม 1133 หรือ 1113 วะ ตรูไม่ใช่นามานุกรมแห่งประเทศไทยนะเฟ้ย แต่ไม่นานฉันก็มีสารสนเทศให้เพื่อนเช่นเคย
ผ่านไปอีก 30 นาที ฉันต้องหัวเราะก๊ากๆๆๆ เพราะ คณะนั้นข้ามด่านไม่ได้ เพราะยังไม่ทำ Passport รถ 555+ ขอหัวเราะอีกครั้ง ตอนนี้มันบ่าย 3 กว่าของวันเสาร์แล้วเอ็ง...กว่าจะได้ทำเอกสารต้องวันจันทร์ซึ่งเป็นราชการนู้น
ขออภัยที่หัวเราะเสียมรรยาท แล้วจะทำยังงัยกับวันที่เหลือ
เพื่อนด๋อยที่ถ่อมาจาก กทม. ถามว่า แล้วจะให้ไปไหนดี ออกรอบแล้วนี่ (คุยไว้หลาย...อายเค้า)

-
ณ มอหินขาว
เราก็บอกว่าถ้าตอนนี้อยู่อุดร ก็น่าจะไปกางเต้นท์อยู่ที่ภูฝอยลม ใกล้ดี รึจะมามอหินขาว แต่ขับรถไกลหน่อย ถึง จ. ชัยภูมิเลยนะทั่น
พูดแล้วก็แล้วใครจะนึกว่า หล่อนจะเอาจริง 6 โมงกว่าเกือบทุ่ม รถจิ๊บ Cherokee สีเทาดำก็มาจอดหน้าบ้าน ป๊ะไปมอหินขาวกันเหอะ...
คราวนี้คนที่เหวอคือฉัน...เอาจริงรึ...เพื่อนบอก “เห็นตุ่นว่ามอหินขาวมันใส พานอราม่า น่าจะเห็นดาวเต็มฟ้า" ก็ต้องไป มอหินขาว ดิ

- รุ่งสางของวัน ณ มอหินขาว จ.ชัยภูมิ
- เพื่อนครับ ตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วนะครับ ฝนก็ตก...ตกก็ไป...อ้าวไปก็ไปว่ะ
แต่กว่าจะออกจากขอนแก่นได้ก็ 2 ทุ่มกว่า ด้วยเพื่อนเอนกมัวไปสร้างครอบครัวอยู่...จนเราจะเปลี่ยนใจหาอะไรมากินที่บ้านแล้ว...แต่ก็เอ้อ ไอ้ลูกจิ๊บมันบรรทุกของซะเยอะ จะจอดไว้ในเมืองก็กระไร จะอายคนเปล่าๆ ป๊ะ ไปป่ากัน
ขอนแก่น-บ้านทุ่ม-มัญจา-แก้งคร้อ-มอหินขาว 100 กิโลนิดๆ แต่แล้วนู๋ตุ่นก็บอกทางเพื่อนให้ไปทาง ขอนแก่น-ชุมแพ-แก้งคร้อ-มอหินขาว ซะงั้น อ้อมไปอีกเกือบ 60-70 กิโล...เล่นเอาพี่เหนกขา (ซึ่งปกติจะทำหน้าที่เป็นแผนที่) เพลียใจไปเลย

-
คนขับรถมาหลายร้อยกิโล แต่เมื่อได้อากาศฉ่ำๆในเช้าวันใหม่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
ที่เพลียสุดน่าจะเป็นเพื่อนด๋อย ขับรถมากมายมหาศาล จนขาเป็นตะคริว กท.-อุดร-ขอนแก่น-ชัยภูมิ จนหมอหมาต้องเปลี่ยนสถานะเป็นหมอนวด...อิอิ รักกันขนาด…
กระนั้นระหว่างทางเราก็ชิวๆ กันไปกับเครื่องดื่ม เสียงเพลง เรื่องเล่า เรื่องโม้ ไปตามประสา
คืนนั้นไปถึงที่ทำการอุทยานจะขอเข้าไปมอหินขาวก็ตีหนึ่งกว่า จนท.ไม่ให้เข้าในอุทยาน ต้องย้อนกลับมานอนที่รีสอร์ทแถวๆ ม.ราชภัฏชัยภูมิ
ความตั้งใจแรกที่จะกางเต้นท์ดูดาว ก็ต้องพับไป เข้าอุทยานไม่ได้ ฟ้าไม่เปิดเพราะฝนพรำตล๊อด

-
เด็กน้อยในสายหมอก...โมงกว่าๆ ณ มอหินขาว
แต่ความตั้งใจกะความใสของธรรมชาติยังไม่จางหาย ตี 4 กว่าๆ เพื่อนด๋อยโทรศัพท์มาปลุก ป๊ะ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น...พี่เหนกขาปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย...ประสา พระอาทิตย์ขึ้น
- ส่วนนู๋ตุ่นต้องไปชิมิ...คงเป็นเพราะฉันเป็นคนเอ่ยคำว่า มอหินขาวออกมา
งัวเงียขี้ตาออกมาท่ามกลางอากาศเย็นๆ...และเป็นสิ่งที่ไม่น่าเสียใจเลยกับมวลหมอกที่เย็นฉ่ำตลอดทาง
วันนั้นยังไม่อยากระโดดงับหมอก ด้วยเพราะหมอกมันลอยอยู่รอบๆ ตัวเต็มไปหมด...พูดว่า ลัลล้ากะสายหมอกได้เลย

- แสงแรกแห่งขอบฟ้า...แม้มวลหมอกจะพร่าแสงอาทิตย์ไปบ้าง
- น้ำค้างยังชุ่มบนยอดหญ้า
- เราเดินชมจุดชมวิว และกลุ่มหินที่เรียกกันว่า Stonehenge of Thailand ในตอนรุ่งสาง
- และก็ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่เอนกว่า จริงๆ
เกือบ 2 โมงเช้าเราเดินเล่นไปตามจุดชมวิวต่างๆ เสร็จ...น่าจะหาอะไรกินต่อ
Need กาแฟ อย่างแรง แต่ในรถคุณเพื่อนมีแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง (ดังนั้นต้องกินให้หมดใช่ป่าว อิอิ-แซวคเล่น)
กว่าจะลงจากมอหินขาวคงใช้เวลาประมาณหนึ่ง...หิวอ่ะ หาอะไรกินบนมอหินขาว ซึ่งมีร้านจำหน่ายสินค้บริเวณจุดกางเต้นท์

-
ปูเสื่อ เล่นขายของกัน กะมาม่าและกาแฟต้ม
แต่คุณเพื่อนบอกว่า ไม่ต้อง ...เรามีกาแฟ และมาม่า
เพื่อนด๋อยน่ารั๊กมากมาย ปูเสื่อ ติดไฟ ต้มมาม่าและกาแฟ ทันใด...คงแก้เซ็งที่ไม่ได้กางเต้นท์เมื่อคืนที่ผ่านมา
ฉันกะคุณหลานก็นอนรอ...กาแฟเดือด
เป็นการนอนรอท่ามกลางสายหมอก
ไม่แน่ใจว่าความตั้งใจในการติดไฟต้มน้ำ รึสายหมอก ทำให้มาม่ากะกาแฟ อร่อยเป็นพิเศษ
รึ...เราหวนคืนสู่ความเป็นเด็ก ที่ความรับผิดชอบลากเรามาห่างไกลจากความสนุก...วันนี้การต้มมาม่า ที่ดูเหมือนการเล่นขายของ หยอกล้อกัน แซว รึอำกัน จึงเรียกรอยยิ้มของเราได้ตลอดเวลา
มอหินขาวในวันนี้ สายหมอก ทำให้แตกต่างจากวันอื่นๆ
และสร้างความทรงจำของพลพรรครักเอย ให้แตกต่างจากวันที่ผ่านมา
(ขอบคุณภาพประกอบของ Grun Sanan-ua)
------------------------------------------------------------------
ปล. หลังจากกลับมาจากมอหินขาว 1 วัน พลพรรครักเอยของฉันก็ข้ามประเทศไปลาวเพื่อเดินทางไปเมืองงอยตามเวลาของโชคชะตา กระนั้นช่วงเวลา 4 วัน 3 คืนก็ยังแอบโทรมาเนืองๆ ด้วยความคิดถึง หมั่นไส้ รักนิดๆ เอ็นดูหน่อยๆ และเม้าท์มอย...
- มอหินขาวในวันแดดจ้า....2011




ได้มีเวลากลับมาอ่านบันทึกของเพื่อนอีกครั้ง แล้วความทรงจำดีๆ ก็กลับมา หลังจากเจือจางจากเวลา ระยะทาง และปัญหาต่างๆ รอบตัว
อยากบอกว่ารักเพื่อนเสมอ .... และ
ตรูจะพาเมิงปายงับหมอกอีกแย้ววววววว.....++++++