อย่าเชื่อว่าทำให้บัตรฉลาด "สมาร์ทการ์ด" แล้วคนจะฉลาดขึ้น.....ตรงข้าม คนจะโง่ลงเรื่อยๆ และถ้าเรียนรู้ไม่ทัน จะกลายเป็นเหยื่อ

แนวทางการทำบัตร "สมาร์ทการ์ด" และบัตรประชาชนของหลายๆ คน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การแสดงยืนยันข้อมูลความเป็นตัวตน ใช้อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมต่างๆ....ลองสำรวจกระเป๋าของชาวรากหญ้า และมนุษย์เงินเดือน ก่อนจะช่วยกันกำหนดวัตถุประสงค์ของการทำบัตรประชาชนให้ชัด และพูดถึงความปลอดภัยและมั่นคงของคนถือบัตรนับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ 

กระเป๋าชาวรากหญ้ามีอะไรในนั้นบ้าง?

  1. บัตรประจำตัวประชาชน 
  2. ใบขับขี่รถมอเตอร์ไซด์
  3. ใบขับขี่รถยนต์
  4. บัตรทอง รักษาฟรีทุกโรค
  5. บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน และ ธกส.

กระเป๋ามนุษย์เงินเดือน 

  1. บัตรประจำตัวประชาชน
  2. บัตรข้าราชการ บัตรพนักงาน 
  3. ใบขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซ
  4. พาสปอร์ต
  5. บัตรประกันสังคม
  6. บัตรประกันชีวิตของบริษัทต่างๆ 
  7. บัตรเอทีเอ็มต่างๆ 
  8. บัตรเครดิตต่างๆ 
  9. บัตรสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์
  10. บัตรสมาชิกซื้อของ แมคโคร โลตัส ร้านอาหาร เครื่องดื่ม อื่นๆ 
  11. นามบัตรทั้งของตนและของคนอื่น (เพียบ)
  12. ใบสมาชิกของการบินไทย หรือสายการบินอื่นๆ 
  13. ฯลฯ

หลักฐานอื่นที่ต้องใช้บ่อยๆ แต่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋า ของชาวรากหญ้ามีอะไรบ้าง?

  1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ตอนนี้รวมใน "สมาร์ทการ์ด" แต่ยังต้องใช้เหมือนเดิม เพราะที่ว่าการฯ หรือสถานที่ราชการไม่ค่อยสนใจว่าตัวเองรวมมันไว้แล้ว....อีกเรื่องหนึ่งคือ...เขาต้องการ "ลายมือชื่อ" บนฉบับสำเนา 
  2. ทะเบียนสมรส
  3. ใบสำคัญทางทหาร 
  4. โฉนดที่ดิน 
  5. สมุดรถมอเตอร์ไซ รถยนต์ 
  6. สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ โดยมากเป็นหนี้สินครับ
  7. ฯลฯ

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราต้องมีบัตรต่างๆ เยอะแยะมากขนาดนั้น ต่อไปนี้ใช่เหตุผลหรือไม่หนอ

  1. เพราะหน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่ออกบัตร ทำงานแยกส่วนกัน ไม่เชื่อมโยงบูรณาการกัน แต่ละหน้าที่ใช้ทรัพยกรแยกกัน....ตอนนี้ยุคไอซีทีต้องปรับเพื่อลดความซำซ้อนและสิ้นเปลืองด่วน
  2. ข้อที่ 1 ทำให้มีจำนวนข้าราชการหรือพนักงานจำนวนมาก การปรับเปลี่ยนทันทีเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ในสังคมไทย ยุคประชานิยม.... ยังไงก็ตามต้องปรับ... เพราะความซ้ำซ้อนทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากร ภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าเดินทางในการเดินทางไปกลับติดต่อ เป็นต้น 
  3. มีการแข่งขันด้านธุรกิจสูง (ทุนนิยมสุดกู่) บริษัทร้านค้าต่างๆ ใช้กลยุทธต่างๆ ลุกคืบเข้าสู่ตัวบุคคลมากขึ้น และเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการต่างๆ ของบริษัท 
  4. เพราะการศึกษาไทยไปไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
  5. ฯลฯ

และคำถามสุดท้ายเราควรทำบัตรประชาชนเพื่ออะไร 

  1. เพื่อเป็นหลักฐานว่า มีตัวตน (สมมติว่ามีตัวตน) ต่อคนอื่น ต่อสังคม ต่อประเทศ ต่อชาวโลก เช่น รหัสชีวิต(หมายเลขบัตรฯ) ชื่อ วันเกิด เพศ กลุ่มเลือด ชื่อบิดามารดา จำนวนพี่น้อง เป็นต้น 
  2. เพื่อแสดงที่อยู่ปัจจุบันว่า พำนักพักอาศัยอยู่ที่ใด บ้านเลขที่เท่าใด เป็นบ้านใคร  ข้อนี้ก็คือ ทะเบียนบ้านนั่นเองครับ...เห็นด้วยคร้บที่จะให้มีข้อมูลนี้ในบัตร 
  3. บัตรแสดงสิทธิบางประการ เช่น เป็นใบขับขี่  เป็นบัตรข้าราชการ พนักงานของรัฐ (มีข้อความแสดงอาชีพ) เป้นต้น.....เห็นด้วยกับการรวมใบขับขี่และบัตรข้าราชการเข้ามาด้วยครับ 

ส่วนเรื่องต่อไปนี้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยหากมีการรั่วไหลของข้อมูล หรือบัตรหายไป หรือการโจรกรรมข้อมูลต่างๆ 

  1. เรื่องการบันทึกประวัติส่วนตัว เช่น การศึกษา สุขภาพ อาชญากรรม ฯลฯ 
  2. เรื่องที่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน เช่น Cradit ATM หรือข้อมูลด้านหนี้สิน เป็นต้น....อันนี้อย่าเพิ่งนำมารวมเลยครับ
  3. เรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ข้อมูลการใช้จ่าย ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว หรือประสบการณ์ชีวิต (เห็นมีบางท่านแนะนำว่าใส่ให้หมด) ....ผมว่ายังไม่ถึงเวลา 
  4. ข้อมูลด้านทรัพย์สินต่างๆ หากใส่ได้ก็ดี แต่ยุคนี้ยังไม่เหมาะ 

 

สุดท้ายอยากเสนอข้อคิดเห็นต่อไปนี้ครับ

  1. อย่ายึดมั่นว่า บัตรประชาชนต้องเป็น บัตรแข็งๆ  เพราะรูปแบบปัจจุบันถูกตีกรอบด้วยขนาดของกระเป๋าเงิน 
  2. อย่าตีกรอบว่า บัตรประชาชนทุกคนต้องมีแบบฟอร์มหรือรูปแบบเหมือนกันหมดทุกคน 
  3. อย่ายึดว่า บัตรประชาชนต้องทำอะไรได้หลายอย่าง แทนทุกบัตรที่เคยมีได้....เพราะแนวคิดการรวมแบบนั้นเกิดจากความรำคาญในการพกบัตรหลายใบ เป็นเพียงความต้องการความสะดวกสบายของคนไทย ต้องห่วงใยความปลอดภัยให้มาก 
  4. อย่าเชื่อว่า การทำให้บัตรประชาชนแก้ไขข้อมูลต่างๆ ได้ยากและหลายขั้นตอนเป็นเรื่องดีเพียงเพราะป้องกันการปลอมบัตร.... เพราะวัตถุประสงค์หลักคือแสดงสถานะปัจจุบันของเจ้่าของบัตร จึงควรออกแบบให้แก้ไขได้รวดเร็ว แต่ปลอดภัย 
  5. อย่าเชื่อว่าทำให้บัตรฉลาด "สมาร์ทการ์ด" แล้วคนจะฉลาดขึ้น.....ตรงข้าม คนจะโง่ลงเรื่อยๆ และถ้าเรียนรู้ไม่ทัน จะกลายเป็นเหยื่อ

 

เท่านี้ก็แล้วพอครับ.....

ฤทธิไกร