ความผิดพลาดในสิ่งที่ทำสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน สร้างความเสียหายมากพอสมควร แต่ที่รู้สึกไม่ดีมากที่สุดไม่ใช่เพราะผลเสียที่ได้รับ แต่เป็นเพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น ครั้งก่อนที่รู้ปัญหาฉันคิดจะเปลี่ยนวิธีการแล้ว แต่ทว่ายังไม่ได้เริ่มทำ จนความผิดพลาดเดิมๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง เป็นดั่งที่ Anthony Robbins ว่า “If you do what you've always done, you'll get what you've always gotten. - ถ้าเราทำในสิ่งที่เคยทำ เราก็จะได้รับในสิ่งที่เคยได้" ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง…
ทำไมฉันถึงไม่ยอมเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนั้น? คำถามนี้ก้องอยู่ในหัวพร้อมความโกรธ เมื่อคืนฉันหยิบหนังสือ The Greatness Guide ของ Robin Sharma มาเปิดอ่านสาเหตุที่ทำให้คนเราต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเหมือนกันที่อ่านหนังสือเล่มนี้…บทนี้ แต่เมื่อคืนบทนี้เป็นคำตอบของคำถามที่ฉันมี
สาเหตุที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น - “The 4 Fs Syndrome”
1. Fear – ความกลัว กลัวที่จะละสิ่งที่คุ้นเคยไปสู่สิ่งที่ไม่แน่ใจ สิ่งที่ไม่รู้จัก การจัดการความกลัวก็คือลงมือทำในสิ่งที่ทำให้เรากลัวในทันใด ทำจนกว่าจะไม่กลัวอีก ความกลัวที่เราวิ่งหนีจะวิ่งเข้าหาเรา ความกลัวที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของจะมาอยู่กับเรา แต่เบื้องหลังกำแพงแห่งความกลัวนั้นมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ (หากเราทะลายมันลงได้)
2. Failure – ความล้มเหลว เพราะไม่มีใครอยากล้มเหลวจึงไม่มีคนอยากลองทำ จึงไม่มีใครก้าวเท้าแรกออกไปเริ่มทำในสิ่งที่ดีขึ้น จริงๆ แล้วความล้มเหลวในชีวิตคือการไม่ยอมเริ่มทำนั่นแแหละ และความเสี่ยงสูงสุดในชีวิตคืิอการไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย
ไมเคิล จอร์แดน นักบาสเก็ตบอลคนดังกล่าวว่า “There was never any fear for me, no fear of failure. If I miss a shot, so what? - ผมไม่เคยกลัวอะไร ไม่มีการกลัวความล้มเหลว หากโยนลูกบาสพลาดเป้าไม่ลงห่วง แล้วไงล่ะ?” ความล้มเหลวก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ มันจะไม่มีความสำเร็จหากไม่มีความล้มเหลว…
3. Forgetting - การลืม ตอนแรกก็ตั้งใจจะเปลี่ยนแต่พอกลับไปอยู่ในสภาพเดิม ๆ ก็ลืมที่จะเปลี่ยน วิธีแแก้ก็ทำได้โดยทำเครื่องหมายเตือนใจ ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ รูปภาพในที่ที่เห็นได้ชัด หรืออาจจดไว้ในสมุดบันทึกในตอนเช้า และการพูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงให้บ่อยก็จะช่วยให้ไม่ลืมง่ายๆ
4. Faith – ความศรัทธา เพราะเรายังไม่มีความศรัทธาในตัวเองพอว่าจะเปลี่ยนได้ อาจเพราะเคยผิดหวังมาก่อนจึงกลัวเจ็บอีก ความไม่เด็ดเดี่ยว ลังเล จึงเกิดขึ้น
ฉันให้เวลาตัวเองสองวันเพื่อพิจารณาใคร่ครวญ ถามตัวเองเพราะเหตุผลข้อไหนฉันจึงยังไม่เปลี่ยน เมื่อได้คำตอบ..การเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงก็จะเริ่มตรงจุดนั้น….
ถึงจะท้อแท้บ้างแต่ก็ไม่ท้อถอยค่ะ เพราะความล้มเหลวที่เกิดขึ้นก็เป็นโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้… จะฉลาดขึ้น…
Failure is simply the opportunity to begin again, this time more intelligently. - Henry Ford
หากคุณคิดจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดก็ตามเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น อย่ารีรออจนความผิดพลาดซ้ำสองเกิดขึ้น...เหมือนฉันนะคะ
ขอบคุณและฝันดีค่ะ...
ครับฝันดีและขอบคุณครับ
"It's cold and lonely to stray from the group." (anonymous)
"Experience is what you get when you expect something else" (I forget the source)
"Change does not come easy,... they (people) need rewards and lots of punishments" ('How to train a dog'? I forget the author. But in the crux, when we try to change behaviour of an animal, we ourselves need to change.)
Thanks for the 4Fs ;-)
ผิดเป็นครูครับ เมื่อใดที่เราตระหนักรู้ว่าเราผิดพลาดแสดงว่าเราตระหนักรู้มัน แม้ครั้งที่สอง ที่สาม มันก็ไม่เคยเหมือนเดิม เพราะเวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์เปลี่ยนไป และใจเรามันก็เปลี่ยนไปเสมอในแต่ละเหตุการณ์ ขอบคุณเรื่องราวดีดีครับ
สวัสดีค่ะคุณ วอญ่า,
ขอบคุณนะคะที่กรุณาแวะมาเจิมให้เป็นคนแรก นอนดึกเหมือนกันนะคะ....
สุขสันต์วันทำงานอีกวันค่ะ
...ยึดถือ ไม่ยึดติด จับอารมณ์ความรู้สึก อารณ์รัก-ชื่นชม สิ่งที่ชอบกับธรรมชาติ (ช่วงเวลาที่ใจรู้สึกสบายๆผ่อนคลาย เบาๆ) นำอารมณ์นั้นมาเพิ่มเติมความศรัทธาให้กับงานที่ทำ...
...คิดถึงด้วนบวกในความกลัว(ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผิดไม่ใช่เรื่องแปลก พร้อมยอมรับความจริง) เพิ่มเติมความกล้า"นอกกรอบ"...
...อารมณ์หัวใจจากการพินิจพิจารณา หากมีสิ่งที่แว๊บขึ้นในใจจับไว้ให้มั่นหากมีโอกาสลงมือทำทันที จะจำได้ดีไม่มีลืม(วิธีปรับเปลี่ยนมุมใจตัวเองกับสิ่งลังเลสงสัยในใจ)...
... "มิอาจกล้าแนะนำสอนใครหรอกนะคะ" เพียงแต่สิ่งที่เล่ามาได้มาจากการปฎิบัติกับผักหวานป่าค่ะเพราะผักหวานป่าจะมีโอกาสได้ปฎิบัติ-ทดลอง(วิจัย)เพียงปีละครั้ง หากพลาดปีนี้ต้องรออีก1ปีบางทีโจทย์หัวข้อเดียวต้องใช้เวลาทำย้ำๆซ้ำๆ3-5ปีกว่าจะได้คำตอบค่ะ( การทำนอกกรอบแม้ใจจะกลัวแต่ต้องลองทำหากไม่เคยทำอย่าเพียงคิดสรุปเอาว่าเป็นคำตอบที่ใช่แล้ว! การรอคอย365วันแม้นานแสนนาน ก็ต้องรอ! )...
...เป็นกำลังใจให้ได้สิ่งดีๆสิ่งใหม่ๆในงานวิจัยนะคะ "สิ่งที่ดีกว่ารออยู่เสมอค่ะ...
ขอบพระคุณค่ะ
Thank you Sr,
Thanks for your wise words. I will keep them in mind.
How's life Down Under?
:)
สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องซอมพอ
ขอบคุณค่ะสำหรับคำปลอบใจและกำลังใจ
ค่ะในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องเรียนรู้จากมันนะคะ เพราะหากไม่ทำบทเรียนนี้จะมีราคาสูงขึ้นหากเกิดในคราวต่อไป
ขอบคุณค่ะ
ÄÄÄ..เหนื่อย..นัก..พัก..ก่อน...ธรรมชาติคือการเปลี่ยนแปลง...มันเปลี่ยนของมันเอง...(ยายธี)
สวัสดีค่ะคุณน้อย
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำ รู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะตั้งแต่อ่านคอมเมนท์ของคุณน้อย :)
สิ่งที่ดีกว่ารออยู่เสมอ...ชอบคำพูดคำนี้จัง ขอนำไปใช้นะคะ
ตอนนี้ปริมไม่ได้ทำงานวิจัยในห้องทดลองแล้วค่ะ แต่เป็นงานวิจัยชีวิต ความคิดตนเองมากกว่า ทุกๆ วันคือการเรียนรู้ ทดลองทำในสิ่งที่มีความสุขกับมัน ถึงแม้จะล้มลงบ้างแต่ก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาทำใหม่ด้วยความกระตือรือล้นด้วยใจรัก คงเหมือนที่คุณน้อยทำการวิจัยทดลองปลูกผักหวานป่าค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจดีดีค่ะ
...เป็นกำลังใจให้ครับคุณปริม
ขอบคุณอีกหนึ่งมุมมองดีดีจากคุณยายธีค่ะ :)
สวัสดีค่ะคุณพิชัย
ขอบคุณมากๆค่ะ
ฝันดีค่ะคืนนี้
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณ รัชดาวัลย์ (อิงจันทร์)
กำลังน้อมนำมาพิจารณา ขอบคุณค่ะ
คุณปริมสบายดีครับ...เป็นบันทึกที่ทำให้การ "เปลี่ยน" และ "ไม่ยอมเปลี่ยน" ได้ดีมากครับ
ความผิดพลาดคือบทเรียนให้เรียนรู้ เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องนั้นๆอีกดังนั้น นอกจากเราจะใช้ความผิดพลาดที่เกิดจากตัวเราเป็นบทเรียนแล้ว ควรศึกษาความผิดพลาดของเพื่อนร่วมงานและผู้อื่นด้วย แล้วพิจารณาว่าความผิดพลาดนั้นคืออะไร เกิดขึ้นจากปัจจัยอะไร และจำไว้ เพื่อเราจะได้ไม่ผิดพลาดในเรื่องนั้นๆเช่นกัน(มีเหตุ ต้องมีผล ความผิดพลาดคือบทเรียนที่แท้จริง ควรจดจำไว้ ขอให้กำลังใจทุกๆคนที่เคยผิดพลาด และไม่มีไครที่ไม่เคยผิดพลาดครับ ขอขอบคุณสำหรับแนวคิดดีๆ)
สวัสดีค่ะคุณหมออดิเรก,
สบายดีค่ะ คุณหมอและครอบครัวคงสบายดีนะคะ
ขอบคุณค่ะที่มาให้กำลังใจ บางครั้งคนเราก็ต้องเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นค่ะ
ฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะตุณเดชา
ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำและกำลังใจดีดีค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
บางครั้งผมก็กลัวเหมือนกัน บางครั้งก็กล้า มีไว้ทั้งสองอย่างก็ดี ในแบบพอดีๆ ไม่กล้าเกินไป ไม่กลัวจนทำอะไรไม่ได้ วันนี้ฝนตกแล้ว จะทิ้งความกลัวฝน ออกไปหาเห็ดมาแกงกินสักหน่อย ไม่รู้ว่าในป่าที่สิงค์โปร์มีเห็ดให้เก็บมาแกงไหมครับ
สวัสดีค่ะคุณ Sarapee,
มีค่ะที่นี่เห็ดเต็มตู้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ เห็ดชิตาเกะ เห็ดแชมปิยอง เห็ดเข็มทอง เห็ดนางฟ้า และเห็ดอะไรมิรู้อีกสองอย่างคล้ายๆ มาจากญี่ปุ่น แค่นี้ค่ะไม่หลากหลาย หากต้องการเห็ดฟางกับเห็ดลมต้องไปซื้อที่ร้านไทยค่ะ มีไม่หลายชนิดเหมือนบ้านเรา อ้อและก็มีเห็ดหอมกับเห็ดหูหนูแห้งด้วยค่ะ
คนที่นี่กินเห็ดกระป๋องกันมากกว่าเห็ดสดค่ะ แต่ปริมไม่ชอบเห็ดกระป๋องเลย หากทำกับข้าวเองก็จะพอได้กินเห็ดสด หากไปกินตามฟู้ดเซ็นเตอร์ขอเว้นเมนูเห็ดค่ะ
ดีจังนะคะที่คุณ Sarapee ได้ไปเก็บเห็ดสดสดมาทำกับข้าว ครอบครัวสุขสันต์ในวันหยุดค่ะ
มีความสุขมากๆ นะคะ