ทุกๆปีการศึกษาโรงเรียนแต่ละโรงจะมีสมาชิกใหม่ ดังนั้นการปลูกฝังสิ่งดีงามหรือวัฒนธรรมขององค์กรควรจะมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นน้อง ทั้งยังฝึกทักษะการทำงานของรุ่นพี่ให้การวางแผน ประสานงาน ดำเนินกิจกรรม สรุปที่สำคัญทักษะการแก้ปัญหา

          จากวันที่วางแผนเตรียมทำฐานกิจกรรมปลูกค่านิยมที่ดีต่อสมาชิกใหม่รุ่นจิ๋วของโรงเรียนมาถึงวันที่พี่ๆ และครูรอคอยเพราะเป็นการทำงานครั้งแรกของพวกเรา และที่สำคัญวันนี้อากาศท้องฟ้าเป็นใจไม่ร้อนจัดจนเกินไปครึ้มฝนเล็กน้อยพองาม
 

           พี่โค้ดประธาน SciCamp บอกครูนกว่า "ผมจะมาตั้งแต่ตีห้าครึ่ง" ครูก็พยักหน้าแล้วบอกว่า "ครูมาเจ็ดนาฬิกากว่าๆนะค่ะ" ตอนแรกเด็กๆขอนัดน้องๆ ม.๑ ตั้งแต่เจ็ดนาฬิกา แต่ครูนกทวงติงว่าเร็วไปจะมีปัญหาต่อการมาส่งของผู้ปกครองและที่สำคัญน้องมาเช้าเกินไปจะไม่ได้ทานอาหารเช้าหรือทานไม่เต็มที่จะมีปัญหาในเวลาต่อมาซึ่งเด็กๆ ก็เห็นด้วย
           ดังนั้นกิจกรรมของพวกเราก็เริ่มในเวลา ๐๗.๕๐ น.

เริ่มจากกิจกรรมหน้าเสาธงตามปกติซึ่งนำโดยครูอาวุโสท่านหนึ่งที่มีแนวโน้มเป็นคนพูดเชิงบวกเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมหลังจากนั้นน้องก็แยกเป็น ๘ ฐานๆ ละ ๑๐๐ คน (มากกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมาถึง ๒๐๐ คน) ครูนกเริ่มต้นจากฐานครอบครัว (สถานที่ทำกิจกรรมโล่ง โปร่ง ลมพัดสบาย และเครื่องเสียงชัดเจน) ที่มีกิจกรรมเล่นเกมเสือกินวัวซึ่งน้องๆ สนุกสนานมากและได้เห็นว่า หากครอบครัวเราแข็งแรงก็จะเป็นเกราะป้องกันภัยอย่างดี


             จากนั้นเดินไปฐานครูอาจารย์ที่มีการแสดงละครใบ้เพื่อปลูกฝังการเคารพครูอาจารย์โดยนักเรียนชั้นม.๑ ภายใต้การกำกับดูแลของพี่ๆ ประจำฐานและให้เพื่อนคาดการณ์เหตุการณ์ และแสดงความคิดเห็นต่อพฤติกรรมดังกล่าวว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และคนดีเป็นอย่างไร


             ต่อมาครูนกแวะเยี่ยมที่ลานกลางแจ้งซึ่งมีฐาน ๒ ฐานประจำอยู่คือ ฐานรักชาติซึ่งพี่ๆ จะแสดงออกในแนวดุดัน สร้างสถานการณ์เหมือนมีการทะเลาะแบะแว้งจากนั้นก็เชื่อมโยงมายังคำว่า "ความรักสามัคคีของคนในชาติ" จะทำให้ชาติไทยเจริญ ส่วนอีกฐานเป็นการแสดงความรักจากเพื่อนสู่เพื่อนโดยการร่วมมือกันย้ายเก้าอี้ กลุ่มใดทำได้รวดเร็วที่สุดแสดงว่าการสื่อสาร ความร่วมมือและร่วมใจมีความเป็นเลิศ


             หลังจากนั้นครูนกได้ไปเยี่ยมฐานปลูกฝังการรักและเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งมีการแสดงวิดีโอเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัว จากนั้นเข้ากระบวนการกลุ่มเพื่อแสดงความคิดว่า "เหตุใดพระองค์ถึงทุ่มเทและเสียสละเพื่อประชาชนชาวไทยถึงเพียงนี้" หลังจากนั้นแต่ละกลุ่มก็แสดงความคิดกันแบบน่าทึ่งมากๆ สำหรับนักเรียนชั้นม.๑

            ในเวลาต่อก็ไปแวะเยี่ยมฐานโรงเรียนซึ่งพี่ได้แนะนำให้น้องรู้จักชื่ออาคารต่างๆ และการแปลความหมายเลขห้องเพราะโรงเรียนของเราใช้ระบบเดินเรียน ตลอดจนการดูแลความสะอาดโต๊ะ อุปกรณ์ ห้องน้ำต่างๆต้องชื่นชมในความสามารถของพี่ฐานที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ทำให้น้องๆ ได้ความรู้และได้ความสนุกในเวลาเดียวกัน


             อีกฐานที่ได้บรรยากาศเอื้ออำนวยมากๆคือ ฐานศาสนาเพราะใช้บริเวณฐานพระพุทธลีลาทำกิจกรรมกรรมให้น้องระดมความคิดให้เห็นว่า "หลักศาสนาทำให้เราดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข"


              ฐานสุดท้ายคือฐานพี่น้อง อยู่ไกลจากฐานอื่นๆ คือ หอประชุมชั้น ๔ เป็นฐานที่พี่จะซองจดหมายให้น้องๆ แต่ละกลุ่มภายในซองจะมีคำสามคำ ให้นำคำสามคำดังกล่าวมาเรียบเรียงแต่เป็นกลอน หรือข้อความให้ได้ไม่เกินสามบรรทัด ซึ่งกลุ่มใดจะทำได้ถูกต้องขึ้นอยู่กับทักษะการฟัง และทักษะสื่อสารภายในกลุ่มซึ่งพี่กลุ่มชี้ให้เห็นคว่าพี่น้องต้องรัก ต้องพูดคุย ต้องเคารพและเชื่อฟังคำ

             นอกจากพี่ฐาน พี่กลุ่มยังมีอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่บริกรดูแลอาหารว่างให้เพื่อนๆที่ทำงานและน้องๆ อย่างน่ารักและมีจิตบริการ

             สุดท้ายนักเรียนทั้งแปดกลุ่มมารวมตัวกันเพื่อฟังสรุปจากบรรดาพี่ชาวค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายคณิตศาสตร์ และค่ายภาษาต่างประเทศแล้วกล่าวขอบคุณซึ่งกันและกันเป็นภาพที่ประทับใจ น้องขอบคุณพี่ และเพื่อนขอบคุณเพื่อน

             จากการการร่วมกิจกรรมทั้งวันครูนกเชื่อว่า น้องใหม่ของเราได้อะไรจากกิจกรรมมากมาย ครูนกได้สอบถามว่า "เหนื่อยหรือเปล่า" เสียงตอบมาบอกว่า "เหนื่อยครับ แต่สนุก" ส่วนพี่ๆไม่ต้องพูดถึงว่าเหนื่อยหรือไม่ผลงานของลูกๆ ทำครูและน้องประทับใจค่ะขอให้ค่ำคืนนี้พักผ่อนกันให้เต็มที่เพราะพรุ่งนี้เราจะใช้ชีวิตในรั้วลานไทรอย่างปกติที่สำคัญเด็กๆ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ ความเป็นผู้นำ และการทุ่มเทเสียสละให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวลานไทรแล้วค่ะ