ระยะนี้ครูอ้อยหดหู่หัวใจอย่างไรบอกไม่ถูก เป็นมาได้ 2-3 วันแล้ว ลองอ่านดูนะคะ เรื่องแรก ครูอ้อยได้รับฟังการเล่ามาจากคนละแวกบ้านว่า แฟลตข้างเคียงมีข้าราชการวิสาหกิจคนหนึ่ง ผูกคอตาย
*****
ครูอ้อยเป็นคนไปทำงานแต่เช้ามึด และจะเดินดุ่มๆๆไปที่โรงเก็บรถทุกเช้าเพื่อจะต้องไปเอารถขับไปทำงาน ครูอ้อยไม่เห็นอะไรหรอกค่ะ แต่เมื่อสองสามวันก่อน ครูอ้อยยังไม่รู้ว่า มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความรู้สึกของครูอ้อยสองสามวันก่อนก็คือ.....ลมพัดวูบ มาหาครูอ้อยขณะที่กำลังเดินอยู่ มีเสียงใบไม้แห้งปลิวที่พื้น กรอบแกรบด้วย
*****
พอได้รับข้อมูลปุ๊บ ก็นึกออกทันทีว่า ลมพัดวูบสองสามวันที่ผ่านมานั้น คืออะไร เย็นนี้ล่ะค่ะจะไปงานศพของคนนี้
*****
วิตก ต่อไป คือได้รับข้อมูลว่า เจ้านายของครูอ้อยจะย้ายไปรับตำแหน่งที่อื่น
*****
ครูอ้อยคิด 2 อย่าง คือ เสียดายความรู้สึกที่มีให้ท่าน ต้องไปอยู่ที่อื่น แต่ครูอ้อยก็ปลอบใจตนเองว่า ถึงท่านจะไปอยู่ที่ไหน ความรู้สึกที่ดีนี้ก็ยังคงอยู่กับครูอ้อยและมีให้ท่านเสมอ
*****
อีกอย่างหนึ่งคือ เจ้านายใหม่ของพวกเราคือใคร นี่ครูอ้อยก็อายุมากแล้ว จะเป็นใครก็ตามก็รับได้เสมอ ไม่ใช่กบเลือกนาย และมากี่คนเราก็ทำงานของเรา เพื่อนักเรียนเพื่อโรงเรียน ไม่เห็นจะต้องร้อนใจอะไร.....ครูอ้อยปลอบเพื่อนครู
*****
ที่สำคัญ เวลานั้นยังมาไม่ถึงเลย จะวิตกอะไร
ชีวิตเราต้องก้าวเดินต่อไปค่ะ พี่อ้อย
ขอบคุณมากค่ะ น้องแก้ว
เป็นกำลังใจให้ครับคุณครูอ้อย
หากเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ เราจะเห็นสัจธรรมในชีวิตที่ไม่มีใครหนีพ้น
การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา ธรรมชาติ ทุกคนมีเหมือนกันหมด แต่จะเกิดเร็วหรือช้า หรือเกิดซ่ำซากแค่ไหน ไม่สามารถกำหนดได้ เราจึงต้องปรับตัวให้ยอมรับมันให้ได้ มันจึงเป็นความทุกข์อย่างหนึ่งของคนค่ะ ส่งผลกระทบต่อจิตใจให้รู้สึกหดหู่ เศร้า จิตตก เป็นกำลังใจให้นะคะครูอ้อ้อย เพราะตอนนี้ก็อยู่ในความรู้สึกแบบเดียวกัน กำลังปรับตัวอยู่ค่ะ สู้ ๆ นะคะครู้อ้อย
ขอบคุณทุกๆๆท่านค่ะ
ฅนล่าฝัน,
ธรรมทิพย์, และ
3 คนอื่น.
ขอบคุณมากค่ะ คุณ พ แจ่มจำรัส
ที่เป็นกำลังใจให้ครูอ้อยเสมอมา