งานกลุ่ม :: Hacker & Cracker
Hacker &
Cracker
มีบทความหลายบทความที่เขียนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง hacker และcrackerผู้เขียนมักจะ
พยายามที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดสาธารณชนบทนี้จะช่วยให้ประเด็นนี้มีความกระจ่างยิ่งขึ้นหลายปีมาแล้วที่สื่อของอเมริกันนำความหมายของคำว่า hacker ไปใช้ผิดแทนที่ความหมายของ
คำว่า cracker ดังนั้นสาธารณชนชาวอเมริกันจึงเข้าใจว่าhackerคือคนที่บุกรุกเข้าไปในระบบ
คอมพิวเตอร์ซึ่งไม่ถูกต้องและเป็นผลเสียต่อ hacker ที่มีความสามารถพิเศษมีบททดสอบดั้งเดิมที่ตัดสินความแตกต่างระหว่าง hacker และ crackerอันดับแรกจะเสนอถึงคำจำกัดความดังต่อไปนี้
Hacker
หมายถึงผู้ที่มีความสนใจอย่างแรงกล้าในการทำงานอันลึกลับซับซ้อนของการทำงานของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ใด
ๆ ก็ตาม ส่วนมากแล้ว hacker จะเป็นโปรแกรมเมอร์
ดังนั้น hackerจึงได้รับความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและprogramming
languagesพวกเขาอาจรู้จุดอ่อนภายในระบบและที่มาของจุดอ่อนนั้น hackerยังคงค้นหาความรู้เพิ่มเติม
อย่างต่อเนื่อง
แบ่งปันความรู้ที่พวกเขาค้นพบและไม่เคยคิดทำลายข้อมูลโดยมีเจตนา
Cracker
คือบุคคลที่บุกรุกหรือรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลด้วยเจตนาร้าย cracker เมื่อบุกรุกเข้าสู่ระบบ
จะทำลายข้อมูลที่สำคัญทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์
หรืออย่างน้อยทำให้เกิดปัญหาในระบบคอมพิวเตอร์ของเป้าหมาย
โดยกระทำของ cracker มีเจตนามุ่งร้ายเป็นสำคัญ
คำจำกัดความเหล่านี้ถูกต้องและอาจใช้โดยทั่วไปได้อย่างไรก็ตามยังมีบททดสอบอื่นอีก
เป็นบททดสอบทางกฏหมายโดยการใช้เหตุผลทางกฏหมายเข้ามาใช้ในสมการ
คุณสามารถแยกความแตกต่างระหว่างhacker และ cracker บททดสอบนี้ไม่ต้องการความรู้ทางกฏหมายเพิ่มเติมแต่อย่างใด
มันถูกนำมาใช้ง่าย ๆ โดยการสืบสวนเช่นเดียวกับ "men rea"
วิธีการป้องกัน
Hacker & Cracker
1.
อัพเดทระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ
โดยเฉพาะโปรแกรม Antivirus ที่คุณใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ
บางครั้งย่อมต้องมีบั๊กมีช่องโหว่ที่อาจจะเอื้อให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาได้
2.
ถึงจะมีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้วแต่บางครั้งก็อาจจะมีบางตัวที่หลุดรอดเข้ามาได้
วิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรสแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหน่วยความจำหรือ Flash Drive ต่างๆ
ก่อนนำมาใช้งาน
3.
ติดตั้ง Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และเป็นการป้องกันการรับ-ส่งข้อมูลที่คุณ
ไม่ต้องการทั้งจากโปรแกรมสปายแวร์เอง หรือโปรแกรมอื่นๆ
ที่อาจจะเป็นการเปิดช่องโหว่ในการโจมตีได้อีก
4.
ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่ทั้งหลาย
ถ้าเข้าไปอาจจะติดไวรัสหรือโดนแฮกโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
5.
บล็อกการทำงานของสปายแวร์
โดยอาจจะใช้ Firewall อย่างที่ได้กล่าวไป
หรือใช้โปรแกรม Anti-Spyware มากวาดล้างเลย
อย่าปล่อยให้มีสายลับวายร้ายมาอาศัยในเครื่องคุณ
6.
ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ และจำให้ขึ้นใจว่าปลอดไปไว้ก่อน
การให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญบางอย่างผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ต้องทำอย่างระมัดระวัง มีอีกวิธีการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น
อย่างเช่น การเข้ารหัส ข้อมูลก่อนส่ง
หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น
เท่านั้น
7. ติดตามข่าวสาร
รูปแบบการโจมตีใหม่ๆ
อยู่เสมอเพื่อที่จะได้ระมัดระวังและหาทางป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณตลอดเวลา