นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรามักหลงเชื่อสิ่งที่หลอกลวงมากกว่าสิ่งที่เป็นจริง

สัปดาห์นี้ขอเล่านิทานเรื่อง "จำอวดกับชาวเมือง" สู่กันฟัง ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งกรุงโรมต้องการให้นักแสดงตลกมาแสดงในงานเฉลิมฉลองที่ตนจัดขึ้น  เพื่อให้ชาวเมืองได้พักผ่อนหย่อนใจ  โดยประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงามแก่ผู้แสดงตลกมุกใหม่ ๆ ไม่ซ้ำคนอื่น    นักแสดงตลกทั่วสารทิศเมื่อทราบข่าวจึงเดินทางมาเปิดการแสดงที่กรุงโรมเป็นอันมาก มีนักแสดงตลกผู้หนึ่งอวดอ้างตัวเองว่าสามารถแสดงมุกตลกได้ไม่เหมือนใคร  ดังนั้น เมื่อถึงคิวที่เขาทำการแสดงจึงมีประชาชนเข้ามารอชมกันอย่างเนืองแน่น   ครั้นถึงเวลาแสดง  นักแสดงตลกผู้อวดอ้างได้ออกมาหน้าเวทีตามลำพังโดยไม่มีผู้ช่วยหรือลูกทีมเหมือนคนอื่น ๆ เขาทำทีเป็นซ่อนลูกหมูไว้ในอกเสื้อ  แล้วก้มหน้าทำเสียงร้องเลียนเสียงของลูกหมู ได้เหมือนจริงมากทำให้คนดูรู้สึกสนุกสนาน   แต่มีหลายคนสงสัยว่านักแสดงตลกคงซ่อนลูกหมูไว้ในอกเสื้อ  จึงขอให้ถอดออกพิสูจน์  เมื่อเห็นว่านักแสดงตลกไม่ได้ซ่อนลูกหมูไว้อย่างที่ทุกคนเข้าใจ  คนดูจึงปรบมือให้ในความแก่กล้าสามารถของเขา   ขณะที่เศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งกรุงโรมจะมอบรางวัลพิเศษแก่นักแสดงตลก  ชาวเมืองผู้หนึ่งซึ่งนั่งดูอยู่ด้วยได้ผุดลุกขึ้นประกาศว่า "รางวัลพิเศษควรเป็นของข้า  เพราะข้าสามารถทำเสียงลูกหมูได้เหมือนและแนบเนียนกว่านักแสดงตลกผู้นี้ ถ้าไม่เชื่อขอเชิญทุกคนมาพิสูจน์ในวันรุ่งขึ้น"   เมื่อถึงเวลาทำการแสดงตลกกับชาวบ้านผู้ท้าทายต่างขึ้นเวทีพร้อมกัน  ชาวเมืองต่างปรบมือเสียงดังสนั่นเพราะมีผู้ชมมากกว่าวันก่อน  นักแสดงคนเดิมทำเสียงเลียนแบบลูกหมูเหมือนครั้งแรก ครั้งถึงคิวแสดงของนักแสดงตลกคนใหม่  เขาทำทีเหมือนซ่อนลูกหมูไว้ในอกเสื้อและทำการบิดหูลูกหมูเต็มแรง  ได้ยินเสียงลูกหมูร้องลั่นเวทีแต่คนดูต่างส่งเสียงโห่หาว่าเขาแสดงได้ไม่เท่านักแสดงตลกคนแรก  พร้อมส่งเสียงขับไล่เขาลงจากเวที "พวกท่านเป็นผู้ชมประเภทไหนกัน  จึงแยกไม่ออกระหว่างของจริงกับของปลอม"  นักแสดงตลกคนใหม่แกะกระดุมเสื้อของเขาออก ปรากฏว่าเขาซ่อนลูกหมูจริง ๆ เอาไว้    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรามักหลงเชื่อสิ่งที่หลอกลวงมากกว่าสิ่งที่เป็นจริง