<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ทีมงานอาจจะไขว้เขวด้วยเสียงสะท้อนจากสองด้าน หลังจากที่นำเสนอผลงานการตามรอยคุณภาพในโรคที่ตนเองเชี่ยวชาญ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ด้านหนึ่งคือเสียงสะท้อนว่า “โรคนี้อีกแล้วหรือ”“ไม่มีโรคอื่นบ้างเลยหรือ” ซึ่งทีมงานอาจจะตอบในใจว่า ก็โรคนี้เป็นโรคที่สำคัญที่สุด เป็นโรคที่เราเชี่ยวชาญที่สุด เป็นโรคที่เรามีผลงานมากที่สุด โดยไม่ได้พยายามทำความเข้าใจว่าผู้สะท้อนพยายามชี้ให้เห็นว่ายังมีโรคอื่นๆ ที่มีความสำคัญ และผู้ป่วยของเราจะได้รับประโยชน์จากการตามรอย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> อีกด้านหนึ่งคือเสียงสะท้อนว่า “โรคนี้ไม่เป็นปัญหาแล้วจะยังทำอยู่อีกทำไม” ทำให้ทีมงานเกิดความไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ เราควรจะตามรอยเฉพาะโรคที่เป็นปัญหาหรือไม่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สิ่งที่ทีมงานควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนในแนวคิดการตามรอยก็คือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1) การตามรอยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และผู้เยี่ยมสำรวจ ว่าบริการที่เราให้แก่ผู้ป่วยโรคนั้นๆ เป็นบริการที่ปลอดภัยมีคุณภาพ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2) การตามรอยจึงมองหาทั้งในด้านที่เป็นความสำเร็จและเป็นปัญหา โดยที่จริงแล้วเราจะพบความสำเร็จมากกว่าปัญหา และควรใช้ความสำเร็จที่พบจากการตามรอยเป็นพลังขับเคลื่อนในการทำงาน (หลีกเลี่ยงจากการทำให้การตามรอยเป็นภาระจนบดบังการใช้ความสำเร็จเป็นพลังขับเคลื่อน)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3) การตามรอยเป็นการร้อยเรียงและเชื่อมโยงผลงานการพัฒนาคุณภาพทั้งหมด ทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน ทำให้เห็นภาพการพัฒนาชัดกว่าการนำเสนอผลงานเฉพาะโครงการ เฉพาะช่วงเวลา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4) การตามรอยมิได้เริ่มต้นจากว่าเรามีปัญหาอะไร แต่เริ่มต้นด้วยว่าเรื่องนี้สำคัญอย่างไร และเป้าหมายการดูแลผู้ป่วยโรคนึ้คืออะไร เราจึงสามารถตามรอยโรคใดก็ได้ที่มีความสำคัญในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะปริมาณมาก มีความเสี่ยงมาก มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องการการประสานงานและดูแลต่อเนื่อง มีโอกาสที่ใช้แนวคิดการสร้างเสริมป้องกันมากขึ้น มีโอกาสที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มีโอกาสที่จะปรับระบบงานภายใน ฯลฯ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">5) การตามรอยที่ไม่เป็นภาระ ควรเริ่มต้นด้วยการพูดคุยและการดูของจริงมากกว่าการมุ่งเน้นจัดทำเอกสาร การพูดคุยจะทำให้เกิดความเข้าใจในมุมมองที่หลากหลาย การดูของจริงจะทำให้เห็นจุดอ่อนของการปฏิบัติ เห็นการเชื่อมโยง นำไปสู่การปรับปรุงระบบและการประสานงานที่ดีขึ้น การจัดทำเอกสารควรมาทีหลังสุด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">6) เมื่อได้ดูของจริงแล้ว ควรวาดภาพ flow ของผู้ป่วยที่ผ่านไปตามขั้นตอนหรือจุดบริการต่างๆ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตามรอย แสดงให้เห็นบทบาทของหน่วยงานและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าจุดเสี่ยงต่างๆ อยู่ตรงไหนในกระบวนการดูแล flow นี้ควรเป็น flow ที่เขียนอย่างสร้างสรรค์ มิใช่การลอกแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะของการดำเนินโรค ลักษณะการให้บริการ ความเสี่ยงและปัญหาที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น</p>
Clinical Tracer ควรทำหรือไม่ทำ ในเรื่องใดบ้าง
การตามรอยที่ไม่เป็นภาระ ควรเริ่มต้นด้วยการพูดคุยและการดูของจริงมากกว่ามุ่งเน้นจัดทำเอกสาร
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Ping · 7 ก.ย. 2549
นางนงลักษณ์ · 7 ก.ย. 2549
ครูอ้อย แซ่เฮ · 7 ก.ย. 2549
นาง ทัศนีย์ ดีเลิศ · 7 ก.ย. 2549
too · 7 ก.ย. 2549