ณ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
เราเริ่มเปิดค่ายฯ หลังอาหารเที่ยงของวันที่ 3 และปิดค่ายหลังอาหารเย็นของวันที่ 5 รวมเวลาทั้งสิ้น 2.5 วัน 2.0 คืน ก่อนจะพักผ่อนในคืนวันที่ 5 และเดินทางกลับในวันที่ 6 และเดินทางถึงบ้าน (คณะวิทยาศาสตร์ มมส.) เวลา บ่ายสามโมงเย็น
ต่อไปนี้เป็น AAR จากผม ในฐานะผู้ทำค่าย วิทยากร รองคณบดีฯ อาจารย์ที่ปรึกษา แล้วแต่นิสิตเขาจะมอง..... แต่สำหรับผมแล้ว ผมอยากเป็นครูของศิษย์ เท่านั้นก็พอ
- ความคาดหวังที่จะให้นิสิตเข้าใจและตระหนักเรื่อง “เหตุและผล” นั้น ผมไม่สามารถวัดได้ว่าประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เพราะเกือบทุกกิจกรรม ผมพยายามเปิดโอกาสให้นิสิตสะท้อนให้ผมเห็นบ้าง แต่ดูเหมือน “ความกล้า” ในการคิดและพูดของพวกเขายังน้อยอยู่ หรือหากจะมองในแง่ที่แย่ที่สุดคือ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking Skill) ยังน้อยมาก.....แต่ผมคิดอย่างสมมติฐานอันหลังไม่ถูกต้องนัก เพราะเมื่อจบแต่ละกิจกรรมแล้ว การสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้ผมรู้ว่า นิสิตหลายคนมีทักษะการคิดเยี่ยมทีเดียว
- ความคาดหวังที่จะให้นิสิตเปิดโอกาสให้มีการสะท้อนผล และประเมินผลในทุกขณะหรือเป็นระยะๆในขณะทำกิจกรรมนั้น ก็ไม่อาจสามารถบอกได้เช่นกันว่าเราทำสำเร็จหรือไม่...... แต่ผมก็ได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว กับกิจกรรมแนวจิตศึกษา ที่พยายามพัฒนาความรู้และทักษะเกี่ยวกับ “การฟัง” “ความรู้สึก” และ “ความคิด” ..... ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ต้องมีใครสักคนที่เข้าใจและนำไปใชแน่ๆ
- ความคาดหวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงยิ่งไม่อาจประเมินได้ ต้องรอติดตามผลอย่างเดียวเท่านั้นครับ ..... เมื่อเทศกาลรับน้องผ่านไป ผมจะกลับมาเขียนบันทึกให้อ่านผลตามข้อนี้นะครับ
- มีหลายอย่างที่ได้เกินกว่าที่คาด ได้แก่
- ได้ร่างข้อเสนอโครงการตั้ง 9 โครงการ
- ได้ความสามัคคี และมีเพื่อนเป็นนิสิต
- ได้รูปแบบกิจกรรมจิตศึกษา ที่ผมพัฒนาขึ้นเองสดๆ ตั้งหลายอัน
- ได้เพื่อนอาจารย์ร่วมอุดมกาณ์ ถึงไม่มาก แต่คุณภาพจริงๆ
- ได้พักผ่อน.... เป็นการพักผ่อนที่มีคุณภาพมากๆ
- ได้รู้ว่าใครเป็นใคร ทำหน้าที่อะไร เหมาะที่จะทำอะไร ในบรรดาผู้นำนิสิต
- ฯลฯ
- 1. หลายอย่างอาจต้องปรับ หลังจากกลับค่ายนี้ และบางอย่างต้องคิดพิจารณาให้ดี ก่อนจะมีค่ายแบบนี้ต่อไป
8 พฤษภาคม 55
อ.ต๋อย