วันนี้อากาศดีขอมีเรื่องดีดีมาเล่า  เรื่องดีนั้นน่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินที่ไปพบไปชิมมาที่โฮจิมินห์ซิตี้  เวียดนาม

*****

คนทัวร์พาพวกเราไปทั่ว  จนเย็นค่ำ  เลยมื้ออาหารของเรา  ดังนั้น  เมื่อนั่งโต๊ะอาหาร  ก็หิวแล้ว  อาหารมาตั้งปุ๊บ  ก็จัดการจัดเต็มเลย

*****

ภาพแรกที่เห็นคือ  ปาท่องโก๋ ซาละเปาทอดที่โฮจิมินห์อันใหญ่มากจุใจ  ไม่ได้ซื้อเพราะต้องเดินต่อไปพิพิธภัณฑ์สงคราม

*****

ข้าวสวยของชาวเวียดนาม นุ่มและหอมมาก  แต่ไม่น่ากินเท่าข้าวหอมมะลิบ้านเรา  ครูอ้อยมีความเป็นชาตินิยมพอสมควรแต่ตั้งบนพื้นฐานของความเป็นจริง

*****

กับข้าวที่นำมาตั้งโต๊ะนั้น  ส่วนใหญ่ประกอบมาจากผักทั้งสิ้น  พอดีครูอ้อยชอบผักเลยสมใจมาก   แต่รสชาติของทุกๆจานทำให้ครูอ้อยคิดถึงบ้านมากเลย

*****

*****

มองดูอาหารเป็นผักที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น  ครูอ้อยก็กินอย่างเอร็ดอร่อยพราะนึกถึงประโยชน์ที่จะได้รับเข้าสู่ร่างกาย  ผลไม้ก็เหมือนบ้านเรา  ซ้ำๆจนคิดว่ามีแค่ 2 อย่างหรือนี่ คือแตงโมกับสัปรด

*****

*****

จานข้างบนนี้เป็นอาหารจานโปรดของครูอ้อยเลย  เช่น  ผัดผักบุ้ง  ผัดมะละกอ  ยำหัวปลีข้าวเกรียบ  โดยเฉพาะผักผักบุ้งนี้ถือว่าเป็นอาหารประจำชาติเลย  ผัดมะละกอที่คุณแม่เคยผัดใส่ไข่ให้กินตอนยังเป็นเด็ก   ส่วนยำหัวปลีนี้เพิ่งจะเคยกิน  อร่อยมาก  รู้สึกว่าจะนำหัวปลีหั่นฝอยไปทอดก่อน  กินกับข้าวเกรียบเป็นคำ

*****

*****

จานข้างบนนี้  เป็นปลาเสียส่วนใหญ่  ปลานิลที่มีความใหม่หวานอร่อย  เฝอหรือก๋วยเตี๋ยวเวียดนามก็อร่อยมาก  ส่วนถ้วยเล็กข้างล่างขวามือคือ  พะแนงหมู จืดจืด  ภาพข้างบนขวามือคือน้ำชา  ที่มีน้ำแข็งก้อนโตมาก

*****

*****

บรรยากาศในห้องอาหารของภัตตาคารก็เหมือนกับที่อื่นทั่วๆไป คนเวียดนามส่วนใหญ่ไม่นิยมมากินอาหารที่ภัตตาคาร  ดังนั้น  มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่นักท่องเที่ยว

*****

เราไม่บ่นเรื่องอาหารไม่ถูกปาก  เพราะเราส่วนใหญ่อายุเยอะแล้วกลับจะชอบอาหารแบบนี้  มิน่าล่ะ  อาหารจืดจืดของชาวเวียดนามที่มีแต่ผัก  จึงทำให้ผู้คนเขาหุ่นดี  ไม่มีพุง  และไม่มีคนอ้วนเลยสักคนเดียว