ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและเทียบระดับ กศน. มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๕ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติในหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ๑ ใน ๑๘ นโยบายหลักด้านการศึกษาของรัฐบาล ที่ได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนของ ศธ. คือ การยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชนให้จบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) ได้ภายใน ๘ เดือนอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนอายุ ๑๘ ปีขึ้นไปที่ยังไม่สำเร็จชั้น ม.๖ ที่มีจำนวนกว่า ๑๐ ล้านคนได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยสามารถเทียบโอนความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์จากการทำงานในสาขาอาชีพของตน เข้าสู่การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับสูงสุด (ม.๖) ได้ภายในระยะเวลา ๘ เดือน ซึ่งผู้จะมาขอเทียบระดับการศึกษานั้น จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และต้องไม่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษา ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ มีความชำนาญในงานอาชีพ มีประสบการณ์ในอาชีพและมีหลักฐานการประกอบอาชีพที่ชัดเจน ซึ่งหมายรวมทั้งพระภิกษุที่สอบผ่านนักธรรมตรี หรือผู้นำทางศาสนาต่างๆ ก็สามารถมาเทียบระดับการศึกษาได้เช่นกันดังนั้น เพื่อให้การยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชาชน เป็นไปตามหลักการของกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สำหรับเป็นกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้สำเร็จการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งประเภทสามัญศึกษาและประเภทอาชีวศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุม ครม.จึงได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไป สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง ได้กำหนดให้การเทียบระดับการศึกษานอกระบบ สามารถเทียบได้ในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งประเภทสามัญศึกษาและประเภทอาชีวศึกษา ซึ่งการจัดทำร่างกฎกระทรวงดังกล่าวนั้น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากกฎกระทรวงฉบับเดิมที่ประกาศไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน