...

ยามเช้าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. 2555  เราตื่นมาแล้วออกเดินทางไปตามชายหาดเพื่อรับลมชมวิวยามเช้า ๆ พอได้เหงื่อแล้วกลับเข้าบ้านพักชำระร่างกายให้เรียบร้อยแล้วยูมิมีโอกาสเดินทางไปร่วมงานทำบุญขวัญข้าวที่จัดทุกปี  ณ บ้านศาลาแก้ว 

 เราและมวลญาติมุ่งตรงไปที่วัดศาลาแก้วออก ต. หัวไทร  อ. หัวไทร  จ. นครศรีธรรมราช  เพื่อร่วมทำบุญขวัญข้าวที่เราได้กินอยุ่มาจนเติบโต

นายสุทัศน์  พูลเสน ( เสื้อสีชมพู ) นายก อบต.หัวไทร  กำลังคุยกับยูมิ 

พอเราไปถึงเห็นชาวบ้านต่าง ๆ ในเขตเมืองหัวไทรต่างเดินทางกันมาที่นี่นำเชอใส่ข้าวของสิ่งบูชาและกำลังมีขบวนแห่เข้าวัด  ผมได้พบคุยกับเจ้าภาพจัดงานคือคุณสุทัศน์  พูลเสน  นายก  อบต. หัวไทร  และคณะกรรมการ

 นายกบอกว่าคนเรามาน้อมรำลึกถึงบุญคุณของข้าว  เราเคารพบูชาพระแม่อยู่  4 แม่คือ  พระแม่ผู้บังเกิดเกล้าของเรา  พระแม่ธรณี  พระแม่คงคา  และพระแม่โพสพ  นี้ละ

 และพิธีเริ่มต้นที่ศาลาวัดมีพระนิมนต์มาสวดสมโภชขวัญข้าวนี้ 7 รูป ได้เข้าไปนมัสการพระอาจารย์เซียน สมภารวัดนี้ได้สนทนาธรรมกันเล็กน้อยพอหอมปาก

 

พิธีกรรมเริ่มไหว้พระสวดมนต์  อาราธนาศีลจบแล้ว  เชิญพราหมณ์จำเป็นทำพิธีขวัญข้าวเนื้อหาคือเชิญพระแม่โพสพลงมาอยู่เป็นที่พึ่งของชาวนา  สร้างพลังใจให้ชาวนามีกำลังทำนาหาเลี้ยงชีพ

 

วัวตัวชนะกำลังกลับบ้าน

วันนี้มีพราหมณ์สมมุติ 2 คนทำพิธี  พอเสร็จพิธีทำขวัญข้าวแล้วก็อาราธนาพระสวดพระพุทธมนต์จบแล้วถวายสังฆทานพระคุณเจ้าฉันข้าวเช้า ช่วงนี้มีประกวดกระเชอใส่เครื่องเซ่นไหว้  ขณะเดียวกันที่ข้าง ๆ วัดก็มีการสร้างสนามชนวัวขึ้นเพื่อเป็นการบันเทิงใจฉลองสมโภชขวัญข้าวและค่ำคืนนี้ก็มีหนังตะลุง มโนราห์ให้ชมพรีกันละ

 

เอ๊...เขาชนวัวกันตรงนี้ไปดูกันไหม..?  ผมโผล่ตามญาติไป  วาว ๆ ฝูงชนเยอะมาก ๆ มากันมืดฟ้ามัวดิน  โอ้...วัวชนนี้เป็นวิถีชีวิตของคนหัวไทรหรือชาวใต้อย่างแท้จริงนะนี่  สังเกตเห็นคนมากันทุกเพศทุกวัย  สงสารคนตัวเล็ก ๆ ยืนปลายเท้าแล้วยังมองเข้าไปในสนามวัวชนไม่เห็น...อากาศก็ร้อนอบอ้าว  ผมเองก็ไม่มีหมวกติดมือมาแต่ก็ดูไปสองคู่ การชนวัวเป็นศิลปะชั้นยอดที่น่าดูชม  การชนวัวเป็นวิถีชาวใต้  เริ่มชนวัวกันวันนี้เวลา 10 โมงเช้าคงยาวไปถึงเย็นโน้นละ 

 

ผมออกมาหาร่มได้พักร้อนอยู่ท้ายรถกะบะขายน้ำอ้อย  ได้ดื่มขวดละ 10 บาทอร่อยหวานเย็นแก้กระหายได้ดีในสนามชนวัว  แล้วออกมาทันเห็นการประกวดกระเชอขวัญข้าวได้ที่ 1 นายยก อบต. หัวไทร  กำลังมอบรางวัลให้ผู้ได้รับชัยชนะ อยู่พอดี ถือว่า เป็นวิถีชีวิตชุมชนคนหัวไทรในยุคปัจจุบันนั้นแล.